การที่ Microsoft เปิดตัวไดรเวอร์ NVMe แบบเนทีฟที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน Windows Server 2025 ได้จุดกระแสความตื่นเต้นในหมู่ผู้ใช้ SSD ประสิทธิภาพสูงทันที และไม่นานนัก ผู้ใช้สายเทคนิคก็พบวิธีปลดล็อกฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานได้บน Windows 11 ทั่วไป ผลทดสอบจากผู้ใช้กลุ่มแรกเริ่มเผยให้เห็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ชัดเจน ทั้งบนพีซีทั่วไปและเครื่องเล่นเกมพกพา
ผู้ใช้ X นาม Mouse&Keyboard ทดสอบไดรเวอร์ NVMe ตัวใหม่บน Windows 11 25H2 ร่วมกับ SSD รุ่น SK hynix Platinum P41 ขนาด 2TB หลังเปิดใช้งานไดรเวอร์ คะแนน AS SSD เพิ่มจาก 10,032 เป็น 11,344 หรือเพิ่มขึ้นราว 13% โดยจุดที่เห็นผลชัดที่สุดคือความเร็วการเขียนแบบสุ่ม (Random Write) ซึ่งงาน 4K และ 4K-64Thrd เพิ่มขึ้น 16% และ 22% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้ Reddit ชื่อ Cheetah2kkk ก็โชว์ผลลัพธ์บนเครื่อง Claw 8 AI+ ที่ใช้ SSD ระดับท็อป Crucial T705 ขนาด 4TB แม้ความเร็วแบบ Sequential จะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ประสิทธิภาพแบบสุ่มกลับพุ่งแรงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ Microsoft ที่เน้นการเพิ่ม IOPS และตรงกับผลทดสอบจากผู้ใช้รายอื่นก่อนหน้า โดย Crucial T705 มีความเร็วอ่านแบบสุ่มเพิ่มขึ้น 12% และความเร็วเขียนแบบสุ่มพุ่งสูงถึง 85%
น่าสนใจไม่น้อยว่าหากนำไดรเวอร์ NVMe แบบเนทีฟนี้ไปใช้กับ SSD ตระกูล Optane ซึ่งเด่นด้านงานสุ่มอยู่แล้ว ผลลัพธ์จะออกมาแรงแค่ไหน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือ ไดรเวอร์ใหม่สามารถ “มอง” NVMe ในแบบที่ควรจะเป็น ไม่ใช่บังคับให้ทำงานเสมือนอุปกรณ์ SCSI แบบดั้งเดิม อีกต่อไป การตัดขั้นตอนแปลงคำสั่งจาก NVMe ไปเป็น SCSI ช่วยลดภาระการประมวลผลและลด Latency ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของสตอเรจดีขึ้นอย่างชัดเจน
SCSI ถูกออกแบบมาในยุคที่ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนยังเป็นหลัก จึงไม่แปลกที่ Windows จะต้องมีไดรเวอร์ NVMe แบบเนทีฟ เพื่อดึงศักยภาพของ SSD NVMe สมัยใหม่ออกมาได้เต็มที่ โดยเฉพาะในระดับองค์กร
หลังจากรอคอยมานานถึง 14 ปี ในที่สุด Microsoft ก็ส่งมอบการรองรับ NVMe แบบเนทีฟให้กับ Windows Server คำถามสำคัญต่อไปคือ ผู้ใช้ Windows ทั่วไปจะได้เห็นการอัปเกรดนี้อย่างเป็นทางการเมื่อใด หรือจะได้เห็นหรือไม่เลย แม้สาย Enthusiast จะสามารถเปิดใช้ผ่านการแก้ Registry ได้แล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์จัดการ SSD จากผู้ผลิตรายต่าง ๆ เช่น Samsung Magician หรือ Western Digital Dashboard ที่ยังไม่รองรับและอาจทำงานผิดพลาดได้
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไดรเวอร์ NVMe แบบเนทีฟของ Microsoft อาจยังไม่สร้างความแตกต่างที่รู้สึกได้ชัดเจน ประโยชน์ที่แท้จริงจะเห็นผลในงานระดับองค์กรหรือเซิร์ฟเวอร์ เช่น ฐานข้อมูล ระบบ Virtualization ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงงาน AI และ Machine Learning นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Microsoft เลือกนำฟีเจอร์นี้มาใช้กับ Windows Server ก่อน ในขณะที่ผลกระทบต่อเครื่องใช้งานทั่วไปหรือเครื่องเล่นเกมในตอนนี้ยังค่อนข้างจำกัด
ที่มา: Tom's Hardware



