อดีตวิศวกร TSMC ถูกจับ! เปิดเครือข่ายแลกเงินใต้ดิน ไต้หวัน–เกาหลีใต้ ใช้คริปโตและกระเป๋าเงินเย็นอำพรางเส้นทางเงิน
เจ้าหน้าที่ไต้หวันจับกุมอดีตวิศวกรของ TSMC หลังพบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินตราใต้ดินระหว่างไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2018 และถูกกล่าวหาว่าใช้สำหรับอำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับธุรกิจเสื้อผ้าของไต้หวันที่นำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้
รายงานระบุว่าอดีตวิศวกรรายนี้ลาออกจาก TSMC เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ ก่อนจะเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าว โดยใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมมาช่วยพัฒนาสูตรคำนวณผลกำไรและศึกษาวิธีใช้ส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเครือข่าย
ใช้บริษัทโลจิสติกส์เป็นฉากบังหน้า
เจ้าหน้าที่ไต้หวันเริ่มสืบสวนเครือข่ายดังกล่าวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับและโอนเงินระหว่างไต้หวันกับเกาหลีใต้
รูปแบบการดำเนินงานคือ เมื่อบริษัทเสื้อผ้าจากไต้หวันสั่งซื้อสินค้าจากเกาหลีใต้ ตัวแทนของบริษัทในไต้หวันจะนำเงินมาชำระผ่านเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินใต้ดิน แทนที่จะโอนเงินผ่านระบบธนาคารอย่างเป็นทางการ
จากนั้นเครือข่ายจะนำเงินไปชำระให้กับผู้ส่งออกหรือผู้ขายในเกาหลีใต้ ทำให้การทำธุรกรรมสามารถหลีกเลี่ยงช่องทางธนาคารปกติได้
นอกจากรับแลกเปลี่ยนเงินแล้ว เครือข่ายยังถูกกล่าวหาว่ารับผิดชอบเรื่องค่าขนส่งและจัดส่งสินค้าเข้าสู่ไต้หวันด้วย โดยบริษัทโลจิสติกส์ที่ทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจดังกล่าว
กำไรส่วนหนึ่งมาจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดใต้ดินอาจแตกต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ
ใช้คริปโตช่วยซ่อนเส้นทางการเงิน
เจ้าหน้าที่พบว่าเครือข่ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโอนเงินระหว่างไต้หวันกับเกาหลีใต้ แต่ยังมีการใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้กับเส้นทางการเงิน
เงินบางส่วนถูกโอนไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตภายในไต้หวัน ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังเกาหลีใต้ผ่านตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เช่น Binance และ Bybit รวมถึงมีการใช้กระเป๋าเงินคริปโตส่วนตัวแบบ Cold Wallet ด้วย
ตำรวจระบุว่า การกระจายเส้นทางของเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ มีจุดประสงค์เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเงินได้ยากขึ้น และเบี่ยงเบนความสนใจของผู้สอบสวน
ตำรวจบุกค้น 14 จุด จับผู้ต้องหา 12 ราย
เจ้าหน้าที่ไต้หวันดำเนินการจับกุมและตรวจค้นเป็น 3 ระลอก ได้แก่วันที่ 14, 22 และ 29 กรกฎาคม 2026 ครอบคลุมหลายพื้นที่ในไต้หวัน โดยมีการเข้าตรวจค้นทั้งหมด 14 จุด
ปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมอดีตวิศวกร TSMC พร้อมผู้ร่วมขบวนการอีก 11 ราย
เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดทรัพย์สินและเงินสดจำนวนมาก ได้แก่
- เงินสดประมาณ 2.55 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 2.8 ล้านบาท
- Tether (USDT) จำนวน 1,078 USDT หรือประมาณ 35,000 บาท
- เงินวอนเกาหลีใต้ประมาณ 1.71 ล้านวอน หรือราว 40,000 บาท
- ทรัพย์สินและเงินสกุลต่างประเทศอื่น ๆ มูลค่ารวมประมาณ 1.03 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 1.1 ล้านบาท
- นาฬิกา Audemars Piguet จำนวน 3 เรือน
- นาฬิกา Rolex 1 เรือน
- รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S Plaid
มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จึงอยู่ในระดับหลายล้านบาท
หลังถูกจับกุม อดีตพนักงาน TSMC รายดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักประกัน 500,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 530,000 บาท
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินใต้ดินในปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาเพียงเงินสดหรือช่องทางการเงินแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่สามารถผสมผสานทั้งธุรกิจโลจิสติกส์ ระบบแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศ และสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนและทำให้การติดตามธุรกรรมทำได้ยากขึ้น
ที่มา: Wccftech



