ราคา DDR5 พุ่งทะลุ 5 เท่า! RAM 64GB จาก 7,200 บาทกลายเป็น 41,300 บาท วิกฤตหน่วยความจำยังไร้สัญญาณคลี่คลาย
ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ภาวะที่ผู้บริโภคแทบไม่เคยพบเห็นมาก่อน หลังราคาของ DDR5 ในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นหลายเท่าตัวภายในเวลาเพียงหนึ่งปี และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าราคาจะกลับลงมาในเร็ว ๆ นี้
ข้อมูลล่าสุดจาก PCPartPicker พบว่าราคา DDR5 ในเดือนสิงหาคม 2026 เพิ่มขึ้นตั้งแต่ประมาณ 372% ไปจนถึง 485% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขึ้นอยู่กับความจุและความเร็วของชุด RAM
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หน่วยความจำที่เคยเป็นเพียงส่วนประกอบราคาหลักพันบาท กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของการประกอบ PC และกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคุ้มค่าของแพลตฟอร์ม DDR5
DDR5 32GB บางชุดราคาเพิ่มเกือบ 5 เท่า
PCPartPicker ซึ่งติดตามราคาฮาร์ดแวร์ในสหรัฐฯ พบว่าชุด DDR5 หลายประเภทมีการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
ตัวอย่างเช่น
- DDR5 2×16GB 4,800 MT/s ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 372%
- DDR5 2×32GB 5,600 MT/s ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 485%
หมายความว่า RAM ที่มีราคาประมาณ 100 ดอลลาร์ในอดีต อาจมีราคาใกล้ 5 เท่า ในปัจจุบัน
แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือกลุ่ม RAM ความจุสูง
DDR5-6000 64GB จาก 7,200 บาท กลายเป็น 41,300 บาท
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดเจนที่สุดคือชุด DDR5-6000 ความจุ 64GB
ในอดีตชุด RAM ประเภทนี้มีราคาอยู่ประมาณ 222 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7,200 บาท
แต่ปัจจุบันราคาขยับขึ้นเป็นประมาณ 1,272 ดอลลาร์ หรือราว 41,300 บาท
เท่ากับราคาเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า
ราคาดังกล่าวสูงจน RAM 64GB เพียงชุดเดียวมีราคาพอ ๆ กับงบประมาณที่ในอดีตสามารถใช้ประกอบ Gaming PC ระดับ High-end ได้ทั้งเครื่อง
สิ่งที่เคยเป็นการอัปเกรดเพื่อเพิ่มความลื่นไหลของระบบ กำลังกลายเป็น การลงทุนราคาแพงระดับ Luxury Hardware
DDR4 ก็แพงขึ้น แต่ยังไม่หนักเท่า DDR5
ผู้ใช้แพลตฟอร์ม DDR4 ก็ไม่ได้หลุดพ้นจากวิกฤตหน่วยความจำ เพราะ PCPartPicker พบว่าราคา DDR4 เพิ่มขึ้นประมาณ 120–177%
ตัวเลขนี้ถือว่าสูงมากเช่นกัน แต่ยังน้อยกว่าการพุ่งขึ้นของ DDR5 อย่างชัดเจน
จึงทำให้ผู้ที่ยังใช้ DDR4 มีข้อได้เปรียบในแง่ต้นทุนอยู่บ้าง โดยเฉพาะคนที่ยังสามารถอัปเกรด CPU บนแพลตฟอร์มเดิมได้โดยไม่ต้องซื้อ DDR5 ใหม่
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตลาด AM4 และ Intel LGA 1700 ยังมีความสำคัญ เพราะผู้ใช้สามารถหลีกเลี่ยงต้นทุน RAM รุ่นใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นได้
ยุโรปก็เจอปัญหาหนักเช่นกัน
แม้ PCPartPicker จะติดตามเฉพาะราคาตลาดสหรัฐฯ แต่สถานการณ์ในยุโรปก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
ข้อมูลจาก ComputerBase ระบุว่า ราคาหน่วยความจำในเขตยูโรในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 345% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นั่นหมายความว่าวิกฤตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตลาดสหรัฐฯ แต่กำลังเกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก
และหากราคาในเดือนต่อ ๆ ไปยังเดินหน้าขึ้นต่อ เราอาจเห็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นแบบ Year-over-Year ที่สูงกว่าปัจจุบันอีก
ทำไม RAM ถึงแพงขนาดนี้?
หนึ่งในปัจจัยหลักคือความต้องการหน่วยความจำจาก AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่กำลังจัดสรรกำลังการผลิตไปยังตลาดที่มีความต้องการสูง เช่น Server DRAM, HBM และหน่วยความจำสำหรับ AI Infrastructure
เมื่อกำลังการผลิตถูกดึงไปยังตลาดเหล่านี้ อุปทานของ DRAM สำหรับ PC และผู้บริโภคจึงตึงตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ไม่สามารถทำได้ในเวลาไม่กี่เดือน เพราะโรงงานและอุปกรณ์สำหรับผลิตหน่วยความจำต้องใช้เวลาในการลงทุนและติดตั้งเป็นเวลานาน
กำลังการผลิต DRAM ปี 2027 ถูกจองเกือบหมดแล้ว
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าราคาปัจจุบันคือมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า กำลังการผลิตหน่วยความจำสำหรับปี 2027 ถูกจองไปจนเกือบเต็มแล้ว
ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ทั้ง 3 ราย ได้แก่
- Samsung
- SK hynix
- Micron
มีรายงานว่าสามารถขายหรือจัดสรรกำลังการผลิตสำหรับปีหน้าให้ลูกค้ารายใหญ่ไปล่วงหน้าแล้ว จนแทบไม่เหลือกำลังผลิตสำหรับผู้ซื้อรายใหม่ที่ต้องการจัดหา DRAM Wafer เพิ่ม
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กและลูกค้าใหม่มีทางเลือกน้อยลง และอาจต้องยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้นเพื่อแย่งชิง Supply ที่เหลืออยู่
RAM กำลังกลายเป็นคอขวดของตลาด PC
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อ RAM แยกชิ้น เพราะต้นทุนหน่วยความจำกำลังส่งผ่านไปยังผลิตภัณฑ์อีกหลายประเภท เช่น
โน้ตบุ๊ก, Desktop, Mini PC, สมาร์ตโฟน และ GPU
ผู้ผลิตสามารถเลือกได้เพียงไม่กี่ทาง คือขึ้นราคาสินค้า ลดสเปก RAM หรือยอมรับกำไรที่ลดลง
สำหรับ PC สำเร็จรูป ผลกระทบอาจมองเห็นได้ในรูปแบบของการลด RAM จาก 32GB เหลือ 16GB หรือจาก 16GB เหลือ 8GB เพื่อรักษาราคาขายเดิม
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเริ่มเห็นผู้ผลิตกลับมาให้ความสำคัญกับ เครื่อง RAM 8GB มากขึ้น แม้ในอดีต Microsoft และผู้ผลิตหลายรายเคยผลักดันให้ 16GB กลายเป็นมาตรฐาน
DDR5 อาจไม่ใช่ “RAM ราคาถูก” อีกต่อไป
สถานการณ์เดือนสิงหาคม 2026 กำลังเปลี่ยนภาพจำของ DDR5 อย่างรุนแรง
จากเดิมที่ DDR5 เคยเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีราคาแพงกว่า DDR4 เพียงเล็กน้อย ปัจจุบันกลับกลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดของ PC
หากแนวโน้มกำลังการผลิตที่ถูกจองไปล่วงหน้าและความต้องการ AI ยังคงอยู่ในระดับสูง วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงช่วงราคาพุ่งระยะสั้น
แต่กำลังกลายเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ
สำหรับคนที่กำลังจะประกอบ PC ใหม่ คำถามอาจไม่ใช่แค่ “เลือก RAM รุ่นไหนดี?” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ควรซื้อ RAM ตอนนี้ก่อนราคาขึ้นอีก หรือรอให้ตลาดกลับสู่ภาวะปกติ?”
เพราะจากข้อมูลล่าสุด สิ่งหนึ่งที่ดูชัดเจนมากคือ RAM ราคาถูกแบบที่เราเคยคุ้นเคย อาจยังไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้
ที่มา: TechPowerUp



