ซื้อ RAM DDR5 ยากขึ้นอีก! Scalper Bots ถล่มหน้าเว็บร้านค้า 91% ของทราฟฟิกเป็นบอต อาจเช็กสต๊อกทุก 6.5 วินาที
สถานการณ์ตลาด RAM DDR5 ที่กำลังเผชิญปัญหาราคาและซัพพลายตึงตัว อาจกำลังถูกซ้ำเติมหนักขึ้นจาก Scalper Bots หรือบอตอัตโนมัติที่คอยเฝ้าตรวจสอบสินค้าและสต๊อกบนเว็บไซต์ร้านค้า
DataDome บริษัทด้านความปลอดภัยออนไลน์เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เว็บไซต์ค้าปลีกแห่งหนึ่งพบทราฟฟิกที่เข้ามายังหน้าสินค้า DDR5 มากถึง 91% เป็น Bad Bots ขณะที่มีผู้ใช้งานจริงเพียงประมาณ 9%
พูดง่าย ๆ คือ ทุก ๆ ผู้ซื้อจริง 1 ราย อาจมีบอตอัตโนมัติเกือบ 10 ราย กำลังตรวจสอบสินค้าอยู่พร้อมกัน
จากเดิมบอตมากกว่าคนเกือบ 6 เท่า กลายเป็น 91%
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยรองประธานของ DataDome ซึ่งระบุว่าบริษัทพบการโจมตีหรือเข้าถึงหน้าสินค้า DDR5 จากบอตในระดับสูงมาก
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม DataDome เคยพบว่า Bad Bots เข้าถึงหน้าสินค้า DDR5 มากกว่าทราฟฟิกจากผู้ใช้งานจริงเกือบ 6 เท่า
หนึ่งในระบบบอตที่บริษัทตรวจพบยังสร้างคำขอมากกว่า 10 ล้าน Requests ก่อนที่ DataDome จะสามารถบล็อกการทำงานได้
แต่สถานการณ์ล่าสุดดูเหมือนจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม โดยร้านค้าปลีกที่อยู่ในการตรวจสอบแห่งหนึ่งพบว่าทราฟฟิกบนหน้าสินค้า DDR5 สูงถึง 91% เป็นบอต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากร้านค้ารายหนึ่งเท่านั้น จึงไม่ควรนำไปตีความว่า 91% ของทราฟฟิกในตลาด DDR5 ทั้งหมดมาจากบอต
บอตเช็กสต๊อกทุก 6.5 วินาที
ข้อมูลจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ยังเผยให้เห็นว่าบอตเหล่านี้ไม่ได้เพียงเข้ามาดูสินค้าเป็นครั้งคราว แต่มีการติดตามสต๊อกอย่างต่อเนื่องและถี่มาก
ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง DataDome ตรวจพบ Requests ประมาณ 50,000 ครั้ง ที่กระจายไปยังหน้าสินค้า DDR5 จำนวน 91 รายการ
หากเฉลี่ยออกมา แต่ละรายการสินค้าจะถูกเรียกดูประมาณ 551 ครั้งต่อชั่วโมง
หรือเทียบเท่ากับการตรวจสอบสถานะสต๊อกประมาณ ทุก 6.5 วินาที
สำหรับผู้ซื้อทั่วไปที่เปิดหน้าเว็บเพื่อรอดูว่า RAM กลับมาในสต๊อกหรือยัง อาจต้องกด Refresh หลายครั้งกว่าจะเห็นสินค้า แต่บอตสามารถตรวจสอบได้อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่ได้เล็งเฉพาะ RAM Gaming
สิ่งที่น่าสนใจคือการทำงานของบอตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ DDR5 Gaming Memory Kits เท่านั้น
DataDome ยังพบทราฟฟิกอัตโนมัติที่มุ่งเป้าไปยังผลิตภัณฑ์และบริษัทในอุตสาหกรรมหน่วยความจำหลายราย เช่น Micron และ Apacer รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและคอนเน็กเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ DDR5 เช่น Amphenol และ TE Connectivity
นั่นหมายความว่าระบบอัตโนมัติเหล่านี้อาจไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “แย่งซื้อ RAM” แต่ยังสามารถทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลราคา สต๊อก และความเคลื่อนไหวของสินค้าในห่วงโซ่อุปทานได้อีกด้วย
ใช้ Cache-Busting เพื่อดูสต๊อกล่าสุด
บอตบางส่วนยังใช้เทคนิคที่เรียกว่า Cache-Busting Parameters เพื่อบังคับให้เว็บไซต์ร้านค้าส่งข้อมูลหน้าเว็บเวอร์ชันใหม่กลับมา แทนที่จะส่งข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ใน Cache
เป้าหมายคือการตรวจสอบว่า สินค้าเพิ่งถูกเติมสต๊อกหรือไม่
วิธีนี้มีความสำคัญอย่างมากในช่วงที่สินค้า DDR5 มีจำนวนจำกัด เพราะเพียงไม่กี่วินาทีหลังร้านค้าเติมสินค้าเข้าระบบ สินค้าก็อาจถูกตรวจพบโดยระบบอัตโนมัติแล้ว
หากบอตถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบซื้อสินค้าอัตโนมัติ ก็มีโอกาสที่สินค้าเหล่านั้นจะถูกสั่งซื้อก่อนที่ผู้ใช้งานทั่วไปจะทันกดซื้อ
ผู้ซื้อจริงอาจเสียเปรียบหนักขึ้น
ปัญหานี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด DRAM และ DDR5 กำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาและซัพพลายอยู่แล้ว ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการอัปเกรด RAM ต้องใช้เงินมากกว่าเดิม และยังต้องแข่งขันกับระบบอัตโนมัติในการหาสินค้าราคาดี
ลองนึกภาพว่าร้านค้าเพิ่งเติม DDR5 ราคาดีเข้าสต๊อก ผู้ใช้งานทั่วไปอาจต้องเปิดเว็บ รอโหลด และกดสั่งซื้อด้วยตัวเอง
แต่บอตสามารถตรวจสอบหน้าเว็บได้ทุกไม่กี่วินาที และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสต๊อกได้เร็วกว่ามนุษย์อย่างมาก
ผลลัพธ์คือ ผู้ซื้อจริงอาจเห็นสินค้าวางขาย แต่เมื่อกดสั่งซื้อกลับพบว่าสินค้าหมดแล้ว
91% ไม่ได้หมายความว่าบอตซื้อ RAM ไป 91%
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังในการตีความข้อมูลนี้
ตัวเลข 91% เป็นสัดส่วนของทราฟฟิกที่ DataDome ตรวจพบในหน้าสินค้า DDR5 ของร้านค้ารายหนึ่ง ไม่ใช่สัดส่วนของยอดซื้อจริง และไม่ได้หมายความว่า 91% ของ RAM DDR5 ในตลาดถูกบอตซื้อไป
ข้อมูลดังกล่าววัดจาก Requests ที่เข้าถึงหน้าสินค้า เป็นหลัก
แต่ถึงอย่างนั้น การเพิ่มขึ้นจากอัตราประมาณ 6:1 ในเดือนมีนาคม มาเป็น 91% ในกรณีล่าสุดก็สะท้อนว่าการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อติดตามสินค้า DDR5 ยังคงแพร่หลาย และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อผู้บริโภคในช่วงที่ราคา RAM ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับคนที่กำลังวางแผนอัปเกรดเครื่องในช่วงนี้ จึงอาจต้องเตรียมใจว่า การหา DDR5 ราคาดีไม่ได้มีแค่เรื่องราคาและสต๊อกอีกต่อไป แต่ยังต้องแข่งกับบอตที่เฝ้าดูสินค้าแทบตลอดเวลา
และในตลาดที่ของมีจำกัดแบบนี้ ผู้ที่กดซื้อด้วยมืออาจต้องใช้ทั้งความเร็วและโชคไม่น้อยกว่าจะได้ RAM ที่ต้องการ
ที่มา: VideoCardz



