Nanya ทุ่มลงทุนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 5.2 แสนล้านบาท สร้าง Fab5A ผลิต DRAM ยุค 10 นาโนเมตร พร้อมนำ EUV มาใช้ครั้งแรก
Nanya Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำ DRAM รายใหญ่ของไต้หวัน ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม อนุมัติโครงการลงทุนสูงสุด 346,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 10,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 348,000 ล้านบาท) สำหรับโรงงาน Fab5A ในช่วงปี 2026-2029 เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิต DRAM รุ่นใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการของตลาดโลก
เมื่อรวมการลงทุนทั้งหมดของโครงการในระยะยาว คาดว่า Fab5A จะใช้เงินลงทุนรวมราว 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 520,000 ล้านบาท โดยจะทยอยลงทุนเป็นเฟสตามความต้องการของตลาด
นำ EUV มาใช้ครั้งแรก ผลิต DRAM ยุค 10 นาโนเมตร
โครงการ Fab5A จะรองรับกระบวนการผลิต DRAM ระดับ 10 นาโนเมตร (10nm-class) ตั้งแต่ 1b, 1c, 1d ไปจนถึง 1e Node และถือเป็นครั้งแรกที่ Nanya จะนำเทคโนโลยี Extreme Ultraviolet Lithography (EUV) มาใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์
ปัจจุบันบริษัทได้เริ่ม Pilot Production ของกระบวนการผลิต 1c Node แล้ว ขณะที่ 1d Node อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเข้าสู่สายการผลิตทดลองในลำดับถัดไป
เพิ่มงบลงทุนปี 2026 อีก 34%
นอกจากโครงการระยะยาวแล้ว Nanya ยังประกาศเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure) สำหรับปี 2026 อีก 34%
งบลงทุนใหม่เพิ่มเป็น 69,700 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 2,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 70,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากเดิม 17,700 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 17,800 ล้านบาท)
เงินลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็น เงินมัดจำสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อให้โครงการ Fab5A ดำเนินงานได้ตามแผนที่วางไว้
ตั้งเป้ากำลังผลิตสูงสุด 45,000 เวเฟอร์ต่อเดือน
ตามแผนงานของบริษัท โรงงาน Fab5A จะเริ่มเดินสายการผลิตเวเฟอร์ในช่วง ครึ่งหลังของปี 2027
กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนี้
- ปี 2028: ประมาณ 30,000 เวเฟอร์ต่อเดือน
- ปี 2029: เพิ่มเป็น 35,900 เวเฟอร์ต่อเดือน
- เป้าหมายสูงสุด: ประมาณ 45,000 เวเฟอร์ต่อเดือน
การขยายกำลังผลิตครั้งนี้มีเป้าหมายรองรับความต้องการ DRAM ที่เพิ่มขึ้นจากตลาด AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), สมาร์ตโฟน และพีซีรุ่นใหม่
รายได้เดือนกรกฎาคมพุ่งกว่า 719%
ด้านผลประกอบการ Nanya ยังคงได้รับอานิสงส์จากภาวะราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริษัททำรายได้ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 43,870 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 42,000 ล้านบาท)
คิดเป็นการเติบโต
- 49.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน (MoM)
- 719.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับตัวขึ้นของราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR4 ซึ่งมีการปรับราคาสัญญาซื้อขาย (Contract Price) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ ตลาดเคยสร้างความประหลาดใจเมื่อ ราคาโมดูล DDR4 สูงกว่า DDR5 เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ Nanya กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการฟื้นตัวของตลาดหน่วยความจำ
ลูกค้าระดับโลก พร้อมเปลี่ยนสัญญาเป็นระยะยาว
ปัจจุบัน Nanya มีลูกค้ารายใหญ่หลายบริษัท ได้แก่
- NVIDIA
- Microsoft
- Intel
- AMD
- Qualcomm
นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยว่า ประมาณ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ถูกจองผ่าน สัญญาระยะยาว (Long-term Agreement) แล้ว และยังมีการทยอยเปลี่ยนสัญญาระยะสั้นไปเป็นสัญญาระยะยาวมากขึ้น
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหน่วยความจำ และสร้างเสถียรภาพด้านรายได้ในระยะยาว
เดินเกมรับดีมานด์ AI และตลาด DRAM ขาขึ้น
การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ของ Nanya สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าตลาด DRAM จะยังเติบโตต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะจากกระแส AI ที่ผลักดันความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่างมาก
เมื่อ Fab5A เริ่มเดินสายการผลิตเต็มรูปแบบพร้อมเทคโนโลยี EUV บริษัทก็มีโอกาสยกระดับความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung, SK hynix และ Micron พร้อมเสริมบทบาทของไต้หวันในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมหน่วยความจำของโลกมากยิ่งขึ้น
ที่มา: TechPowerUp



