HyperX เปิดตัว 3 อุปกรณ์เกมมิ่งใหม่! Cloud Alpha Air, Pulsefire Haste 3 Pro และ SoloCast 2 Pro พร้อมจัดเต็มสายเกมเมอร์
HyperX เปิดตัวผลิตภัณฑ์เกมมิ่งใหม่ 3 รุ่นภายในงานออนไลน์ Level Awakening ประกอบด้วยหูฟัง Cloud Alpha Air, เมาส์ไร้สาย Pulsefire Haste 3 Pro และไมโครโฟน USB SoloCast 2 Pro โดยแต่ละรุ่นเน้นตอบโจทย์เกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่ต้องการอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง
ผลิตภัณฑ์ทั้งสามรุ่นขณะนี้ยังขึ้นสถานะ Coming Soon บนเว็บไซต์ HyperX แต่มีการเปิดเผยราคา MSRP อย่างเป็นทางการแล้ว
HyperX Cloud Alpha Air หูฟัง Open-Back รุ่นใหม่
รุ่นแรกคือ HyperX Cloud Alpha Air หูฟังเกมมิ่งแบบ Open-Back Over-Ear ที่ออกแบบมาเพื่อให้เสียงมีความโปร่งและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ตัวหูฟังใช้โครงสร้าง Headband และ Slider เสริมด้วยโลหะ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง พร้อมไดรเวอร์ขนาด 40 มม. Dynamic Driver ที่ใช้แม่เหล็ก Neodymium
ด้านไมโครโฟนเป็นแบบ Unidirectional Electret Condenser และเชื่อมต่อผ่าน USB โดยรองรับเสียงความละเอียดทั้ง
- 16-bit
- 24-bit
การเลือกใช้โครงสร้าง Open-Back น่าจะเหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการแยกตำแหน่งเสียงในเกม รวมถึงผู้ใช้งานที่ต้องการประสบการณ์เสียงที่เปิดกว้างกว่าหูฟังแบบปิดทั่วไป
ราคาอยู่ที่ 149.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,800 บาท
Pulsefire Haste 3 Pro หนักเพียง 47 กรัม
สำหรับสายแข่งขัน HyperX เปิดตัว Pulsefire Haste 3 Pro เมาส์เกมมิ่งไร้สายแบบสมมาตร ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบามากเพียง 47 กรัม
ตัวเมาส์ใช้โครงสร้าง Carbon-Fiber Shell และติดตั้ง Optical Switch
สเปกที่น่าสนใจประกอบด้วย
- ความละเอียดสูงสุด 42,000 DPI
- DPI Preset 5 ระดับ: 400 / 800 / 1,600 / 3,200 / 6,400 DPI
- ความเร็วสูงสุด 800 IPS
- รองรับแรงเร่งสูงสุด 70G
- Polling Rate สูงสุด 8,000 Hz
- Optical Switch
- เชื่อมต่อ USB, Bluetooth และ 2.4GHz Wireless
ที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 35 ชั่วโมง แม้เปิด Polling Rate 8,000Hz
อย่างไรก็ตาม การใช้งานที่ Polling Rate สูงสุดมักทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าโหมดทั่วไป ดังนั้นระยะเวลาการใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานและการตั้งค่าของผู้ใช้
ราคา MSRP อยู่ที่ 129.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,200 บาท
SoloCast 2 Pro เพิ่ม RGB และช่องหูฟัง 3.5 มม.
ผลิตภัณฑ์รุ่นสุดท้ายคือ HyperX SoloCast 2 Pro ไมโครโฟน USB แบบ Condenser ที่ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ สตรีมเมอร์ และครีเอเตอร์
ตัวไมโครโฟนใช้ Condenser Capsule ขนาด 14 มม. จำนวน 2 ตัว พร้อมติดตั้ง Pop Filter ภายในเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนจากลมหรือเสียงพยัญชนะบางประเภท
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง
- RGB Lighting
- Tap-to-Mute Sensor
- USB Connectivity
- ช่อง Audio Output ขนาด 3.5 มม.
การเพิ่มช่องหูฟัง 3.5 มม. ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบเสียงได้โดยตรงจากตัวไมโครโฟน ซึ่งสะดวกสำหรับการสตรีมและการบันทึกเสียง
ราคาอยู่ที่ 89.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,900 บาท
สรุปราคา HyperX 3 รุ่นใหม่
| รุ่น | ราคา MSRP | คิดเป็นเงินไทยโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Cloud Alpha Air | $149.99 | ประมาณ 4,800 บาท |
| Pulsefire Haste 3 Pro | $129.99 | ประมาณ 4,200 บาท |
| SoloCast 2 Pro | $89.99 | ประมาณ 2,900 บาท |
คำนวณคร่าว ๆ ที่อัตรา 1 ดอลลาร์ ≈ 32 บาท ยังไม่รวมภาษี ค่าขนส่ง และราคาจำหน่ายจริงในประเทศไทย
ทั้ง Cloud Alpha Air, Pulsefire Haste 3 Pro และ SoloCast 2 Pro ขณะนี้ HyperX ระบุว่ายังอยู่ในสถานะ Coming Soon ดังนั้นกำหนดวางจำหน่ายจริงในแต่ละประเทศ รวมถึงราคาในประเทศไทย ต้องรอการประกาศเพิ่มเติมจาก HyperX อีกครั้ง
งานเปิดตัวครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะ HyperX ครอบคลุมทั้ง หูฟังสำหรับเล่นเกม, เมาส์น้ำหนักเบาสำหรับการแข่งขัน และไมโครโฟนสำหรับสตรีมมิ่ง ในชุดเดียวกัน โดยเฉพาะ Pulsefire Haste 3 Pro ที่น้ำหนักเพียง 47 กรัมและรองรับ Polling Rate สูงถึง 8,000Hz ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจจากสาย Competitive Gaming มากที่สุด
ที่มา: IT Home



