จีนประกาศความสำเร็จ "ฮาร์ดดิสก์แก้ว" ความจุ 360TB อายุเก็บข้อมูลกว่า 100,000 ปี เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว
สื่อจีนรายงานว่า ห้องปฏิบัติการ Guanggu Laboratory ในมณฑลหูเป่ย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล หลังทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (Huazhong University of Science and Technology) นำโดย Zhang Jingyu พัฒนาเทคโนโลยี "ฮาร์ดดิสก์แก้ว" (Glass Storage Disk) และสามารถนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับเบื้องต้นได้สำเร็จ
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้จีนกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถผลักดันเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้วเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
ฮาร์ดดิสก์แก้วดังกล่าวมีลักษณะเป็นแผ่นแก้วควอตซ์หลอมบริสุทธิ์ทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 เซนติเมตร และมีความหนา 2 เซนติเมตร โดยใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบ "Femtosecond Laser 5D Optical Storage" ซึ่งอาศัยเลเซอร์ความละเอียดสูงในการสลักข้อมูลลงไปภายในเนื้อแก้ว
ระบบสามารถสร้างชั้นข้อมูลแนวตั้งได้มากถึงประมาณ 400 ชั้น พร้อมใช้เทคนิคการเข้ารหัสแบบคู่ผ่าน Birefringence Voxel และ Phase Voxel เพื่อเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลอย่างมหาศาล
ข้อมูลจากผู้พัฒนาระบุว่า แผ่นแก้วเพียงแผ่นเดียวสามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 360 เทราไบต์ (TB) หรือมากกว่าความจุของแผ่น Blu-ray หลายหมื่นเท่า และสามารถบันทึกภาพยนตร์ความละเอียดสูงได้ราว 25,000 เรื่อง
นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังได้รับการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีภายในประเทศทั้งหมด และปัจจุบันได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตขนาดเล็กแล้ว
จุดเด่นสำคัญของฮาร์ดดิสก์แก้วคือความทนทานในการเก็บรักษาข้อมูลระยะยาว โดยมีอายุการเก็บข้อมูลตามทฤษฎีมากกว่า 100,000 ปี โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการรักษาสภาพข้อมูล
ตัววัสดุยังสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 290 องศาเซลเซียส กันน้ำ และทนต่อสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ลดความเสี่ยงของข้อมูลสูญหายจากสภาพแวดล้อมหรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบเดิม
ในด้านความปลอดภัย ฮาร์ดดิสก์แก้วทำงานในรูปแบบ WORM (Write Once Read Many) หรือเขียนข้อมูลได้เพียงครั้งเดียวแต่สามารถอ่านซ้ำได้ไม่จำกัด ส่งผลให้ข้อมูลไม่สามารถลบหรือแก้ไขย้อนหลังได้ในระดับกายภาพ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดเก็บเอกสารสำคัญ ข้อมูลทางราชการ งานวิจัย และคลังข้อมูลระยะยาวขององค์กร
ผู้พัฒนายังระบุว่าต้นทุนของสื่อจัดเก็บข้อมูลชนิดนี้มีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 1 ใน 10 ของโซลูชันจัดเก็บข้อมูลระยะยาวแบบดั้งเดิม จึงมีศักยภาพในการนำไปใช้งานในศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในอนาคต
ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ปัจจุบันความเร็วในการเขียนข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 8-10MB/s ขณะที่ความเร็วในการอ่านข้อมูลอยู่ระหว่าง 50-200MB/s ซึ่งยังช้ากว่าฮาร์ดดิสก์และ SSD สมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม นักพัฒนามองว่าจุดแข็งหลักของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่คือความสามารถในการเก็บรักษาข้อมูลระยะยาว ความปลอดภัยสูง และความทนทานระดับศตวรรษ ซึ่งอาจทำให้ฮาร์ดดิสก์แก้วกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับงานจัดเก็บข้อมูลถาวรและคลังข้อมูลดิจิทัลแห่งอนาคต
ที่มา: HKEPC



