RTX 2080 Ti อายุ 8 ปี แต่โม VRAM เป็น 22GB เล่นเกมแรงขึ้นสูงสุด 74%! บางเกมแซงรุ่น 11GB ขาดลอย ราคาเพียง 18,800 บาท
ใครที่คิดว่าการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Ti ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 หมดอนาคตไปแล้ว อาจต้องคิดใหม่ หลัง PC Games Hardware (PCGH) สื่อฮาร์ดแวร์จากเยอรมนี นำการ์ดจอ RTX 2080 Ti ที่ผ่านการดัดแปลงเพิ่มหน่วยความจำจาก 11GB เป็น 22GB GDDR6 มาทดสอบกับเกมพีซีสมัยใหม่ และพบว่าการเพิ่ม VRAM สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมากในเกมที่ต้องใช้หน่วยความจำกราฟิกสูง
ผลทดสอบบางเกมน่าสนใจเป็นพิเศษ โดยที่ความละเอียด 4K พร้อม DLSS Performance และ FSR 3.1 Frame Generation การ์ด RTX 2080 Ti รุ่น 22GB ทำเฟรมเรตเฉลี่ยใน Microsoft Flight Simulator 2024 ได้ 52.5 FPS เทียบกับรุ่น 11GB ที่ทำได้เพียง 30.2 FPS หรือเร็วขึ้นประมาณ 74%
ส่วน Spider-Man 2 ก็มีผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน โดยรุ่น 22GB ทำได้ 64 FPS ขณะที่รุ่น 11GB ทำได้ 39.4 FPS หรือแตกต่างกันประมาณ 62.4% ขณะที่ Indiana Jones and the Great Circle รุ่น 11GB ถึงขั้นเกิดอาการเกมเด้งออกสู่ Desktop ส่วนรุ่น 22GB ยังสามารถเล่นได้
ที่น่าสนใจคือการ์ดจอที่ผ่านการโมมีราคาประมาณ 500 ยูโร หรือเพียง 18,800 บาท ในตลาดเยอรมนี ถูกกว่าการ์ดจอ RTX 5060 Ti 16GB ที่มีราคาอยู่ราว 770 ยูโร หรือประมาณ 29,000 บาท
ทดสอบ: PC Games Hardware – RTX 2080 Ti 22GB ในการทดสอบเกม
เปลี่ยนชิป GDDR6 ทั้ง 11 ตัว จาก 1GB เป็น 2GB
สำหรับ RTX 2080 Ti รุ่นปกติใช้หน่วยความจำ GDDR6 จำนวน 11 ชิป โดยแต่ละชิปมีความจุ 1GB รวมทั้งหมด 11GB แต่การ์ดรุ่นที่นำมาทดสอบผ่านการเปลี่ยนชิปหน่วยความจำ Samsung ใหม่ทั้งหมด โดยใช้ชิปที่มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 2GB ต่อชิป
เมื่อเปลี่ยนชิปครบทั้ง 11 ตัว จึงได้ VRAM รวม 22GB หรือประมาณ 22GiB ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากการ์ดเดิม
สิ่งที่น่าสนใจคือการโมครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องแก้ไข BIOS หรือแฟลช Firmware ใหม่ เพราะการ์ดจอสามารถตรวจจับความจุหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นได้ผ่านการปรับตำแหน่งตัวต้านทานขนาดเล็กที่เรียกว่า Strap Resistor
เมื่อเปลี่ยนชิปหน่วยความจำและปรับตัวต้านทานเรียบร้อยแล้ว การ์ดสามารถใช้งานร่วมกับไดรเวอร์ NVIDIA GeForce ตามปกติได้ทันที
รายละเอียดของ RTX 2080 Ti 22GB ที่ PCGH ทดสอบมีดังนี้
-
GPU: NVIDIA TU102 สถาปัตยกรรม Turing
-
CUDA Cores: 4,352 คอร์
-
VRAM: GDDR6 22GB
-
Memory Bus: 352-bit
-
Memory Bandwidth: 616 GB/s
-
Memory Speed: 14 Gbps
-
Interface: PCIe 3.0 x16
-
กำลังไฟพื้นฐานของการ์ดโม: 250W
แม้จะเพิ่มความจุหน่วยความจำเป็นสองเท่า แต่ความเร็วหน่วยความจำและแบนด์วิดท์ยังคงเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความจุ VRAM
จุดสำคัญคือการโมครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ GPU มีจำนวน CUDA Core เพิ่มขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนสถาปัตยกรรม Turing และไม่ได้เพิ่มพลังประมวลผลดิบของตัวชิป ประโยชน์หลักคือทำให้การ์ดสามารถเก็บข้อมูลกราฟิกไว้ใน VRAM ได้มากขึ้น ลดปัญหาการโยกข้อมูลไปยัง RAM ระบบเมื่อหน่วยความจำกราฟิกไม่เพียงพอ
Flight Simulator 2024 เร็วขึ้น 74% ส่วน Spider-Man 2 เพิ่ม 62%
PCGH เลือกเกมมาทดสอบทั้งหมด 9 เกม โดยตั้งใจเลือกเกมที่ใช้ VRAM สูงเป็นพิเศษ และเปิดรายละเอียดกราฟิกในระดับสูงสุด รวมถึง Ray Tracing ในเกมที่รองรับ
การทดสอบแบ่งออกเป็นสองรูปแบบ ได้แก่ WQHD หรือ 1440p พร้อม DLSS Quality และ Ultra HD หรือ 4K พร้อม DLSS Performance และ Frame Generation
ผลทดสอบที่น่าสนใจที่สุดในชุด 4K มีดังนี้
| เกม | RTX 2080 Ti 11GB | RTX 2080 Ti 22GB |
|---|---|---|
| Microsoft Flight Simulator 2024 | 30.2 FPS | 52.5 FPS |
| Spider-Man 2 | 39.4 FPS | 64.0 FPS |
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความจุ VRAM มีผลต่อประสิทธิภาพอย่างมาก เมื่อเกมต้องใช้ข้อมูลเกินกว่าหน่วยความจำ 11GB ที่การ์ดรุ่นปกติมีให้
สำหรับ Flight Simulator 2024 เกมต้องสตรีมข้อมูลของฉากเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งมีการใช้ VRAM มากกว่า 11GB ทำให้ RTX 2080 Ti รุ่นปกติต้องโยกข้อมูลบางส่วนไปยังหน่วยความจำหลักของระบบ ส่งผลให้เกิดอาการกระตุกและเฟรมเรตลดลง
ส่วน Spider-Man 2 ก็มีปัญหาลักษณะเดียวกัน โดยฉากเมือง New York มีการโหลดข้อมูลจำนวนมากต่อเนื่อง เมื่อ VRAM ไม่เพียงพอ การ์ดรุ่น 11GB จึงเสียเวลาในการจัดการและโหลดข้อมูลกลับเข้าไปใหม่
PCGH พบว่าที่ความละเอียด 1440p พร้อม DLSS Quality ความแตกต่างของสองรุ่นลดลง แต่เกม Flight Simulator 2024 และ Spider-Man 2 ก็ยังมีเฟรมเรตต่ำกว่ารุ่น 22GB ประมาณ 20%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลจากการเลือกเกมที่ต้องการ VRAM สูงโดยเฉพาะ ไม่ใช่ผลทดสอบเฉลี่ยของเกมทั้งหมด
Indiana Jones 11GB ถึงขั้นเกมเด้ง ส่วน 22GB ยังเล่นได้
หนึ่งในผลทดสอบที่ชัดเจนที่สุดคือ Indiana Jones and the Great Circle ซึ่งใช้หน่วยความจำกราฟิกสูงมากในฉากและการตั้งค่าที่ PCGH เลือกใช้
การ์ด RTX 2080 Ti รุ่น 11GB ไม่สามารถทำงานภายใต้การตั้งค่าดังกล่าวได้อย่างเสถียร โดยเกมเกิดอาการ Crash to Desktop ซ้ำ ๆ ขณะที่รุ่น 22GB ยังสามารถเข้าสู่เกมและทำงานต่อได้
นอกจากนี้ยังมีเกม Cyberpunk 2077 และ Dragon Age: The Veilguard ที่รุ่น 11GB มีอาการกระตุกอย่างรุนแรงจน PCGH มองว่าไม่เหมาะสำหรับการเล่นภายใต้การตั้งค่าดังกล่าว
ข้อมูลการจัดสรร VRAM ที่ PCGH วัดได้ในบางเกมก็แสดงให้เห็นว่าเกมสมัยใหม่เริ่มต้องการหน่วยความจำมากกว่า 11GB แล้ว
ตัวอย่างเช่น Spider-Man 2 มีการจัดสรร VRAM สูงสุดประมาณ 13.9 GiB ในการทดสอบ 4K ส่วน Flight Simulator 2024 อยู่ที่ประมาณ 12.9 GiB และ Pragmata อยู่ที่ประมาณ 13.2 GiB
นั่นหมายความว่าแม้การ์ดจอ RTX 2080 Ti รุ่นเดิมจะยังมีประสิทธิภาพ GPU เพียงพอสำหรับเกมเหล่านี้ แต่ข้อจำกัดด้านความจุ VRAM ก็กลายเป็นคอขวดที่สำคัญ
ต้องปรับความเร็วและกำลังไฟให้เท่ากันก่อนทดสอบ
อีกประเด็นที่ PCGH ให้ความสำคัญคือการ์ด RTX 2080 Ti 22GB ที่ได้รับมาทดสอบมีระบบระบายความร้อนแบบ Blower ซึ่งค่อนข้างอ่อนแอเมื่อเทียบกับการ์ด Founders Edition รุ่นปกติ
ตัวการ์ดมีข้อจำกัดด้านกำลังไฟ 250W และระบบระบายความร้อนทำให้ไม่สามารถรักษาความเร็ว GPU ได้เต็มที่
PCGH จึงปรับแต่งการ์ดทั้งสองใบให้อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลด้านความจุ VRAM ได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยใช้ค่าดังนี้
-
ความเร็ว GPU ประมาณ 1,900 MHz
-
ความเร็วหน่วยความจำ 15 Gbps
-
Board Power 280W
การปรับกำลังไฟเพิ่มขึ้นจาก 250W เป็น 280W รวมถึงการเพิ่มรอบพัดลมและลดแรงดันไฟ GPU ช่วยให้การ์ดโมทำงานได้ใกล้เคียงกับศักยภาพที่เหมาะสมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การทดสอบในลักษณะนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าการ์ด RTX 2080 Ti 22GB ทุกใบที่วางจำหน่ายจะสามารถทำผลงานได้เท่ากัน เพราะคุณภาพชิปหน่วยความจำ งานบัดกรี และระบบระบายความร้อนของผู้ขายแต่ละรายอาจแตกต่างกัน
ราคา 18,800 บาท ถูกกว่า RTX 5060 Ti 16GB แต่มีความเสี่ยง
PCGH ระบุว่าการ์ด RTX 2080 Ti 22GB จากตลาดผู้ขายอิสระในเอเชียมีราคาประมาณ 500 ยูโร หรือราว 18,800 บาท ขณะที่ RTX 5060 Ti 16GB ในตลาดเยอรมนีมีราคาประมาณ 770 ยูโร หรือราว 29,000 บาท
เมื่อมองเฉพาะความจุ VRAM การ์ด RTX 2080 Ti ที่ผ่านการโมจึงดูน่าสนใจมาก เพราะมีหน่วยความจำมากกว่ารุ่น RTX 5060 Ti ถึง 6GB และราคายังต่ำกว่าเกือบ 10,200 บาท
แต่ความจุ VRAM ไม่ได้เป็นตัวตัดสินประสิทธิภาพทั้งหมด
RTX 2080 Ti ยังคงเป็น GPU สถาปัตยกรรม Turing ที่มีอายุประมาณ 8 ปี ไม่มีฟีเจอร์และความสามารถด้านการประมวลผลบางอย่างที่ GPU รุ่นใหม่รองรับ รวมถึงประสิทธิภาพต่อวัตต์และเทคโนโลยีด้าน AI ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในการทดสอบ Stable Diffusion และ ComfyUI ของ PCGH พบว่า RTX 2080 Ti 22GB มีข้อได้เปรียบในงานที่ต้องใช้ VRAM มาก แต่ RTX 5070 Ti 16GB กลับทำงานได้เร็วกว่ามาก เนื่องจากรองรับการประมวลผล FP8 ในระดับฮาร์ดแวร์ ขณะที่ RTX 2080 Ti ต้องใช้รูปแบบ FP16 ซึ่งกินหน่วยความจำมากกว่า
จึงไม่ควรซื้อการ์ดรุ่นนี้เพียงเพราะเห็นตัวเลข VRAM 22GB แล้วคาดว่าจะเร็วกว่า GPU รุ่นใหม่ที่มีหน่วยความจำน้อยกว่าเสมอไป
PCGH เตือน งานบัดกรีอาจเสียหลังใช้งานไปหลายสัปดาห์
แม้ผลทดสอบจะน่าสนใจ แต่ PCGH ยังเตือนว่าการ์ด RTX 2080 Ti 22GB เป็นผลิตภัณฑ์ดัดแปลงที่ไม่ได้มาจากโรงงาน NVIDIA หรือผู้ผลิตการ์ดจออย่างเป็นทางการ
ความเสี่ยงสำคัญคือการเปลี่ยนชิปหน่วยความจำทั้ง 11 ตัวต้องใช้กระบวนการบัดกรีที่มีความแม่นยำสูง หากผู้ดัดแปลงทำงานไม่ดีพอ อาจเกิดปัญหาจากรอยบัดกรีหรือความเสียหายของแผงวงจรหลังใช้งานไปแล้วหลายวันหรือหลายสัปดาห์
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงอายุของตัวการ์ดที่ผ่านการใช้งานมาประมาณ 8 ปี ซึ่งวัสดุระบายความร้อน พัดลม และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างอาจเสื่อมสภาพแล้ว
PCGH แนะนำให้ตรวจสอบชื่อเสียงของผู้ขาย ประวัติผลงานการดัดแปลง และเงื่อนไขการรับประกันให้ชัดเจน โดยเฉพาะว่ามีการรับประกันที่ยาวนานกว่าระยะคืนสินค้า 30 วันหรือไม่
สรุป: RTX 2080 Ti 22GB เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าการเพิ่ม VRAM สามารถยืดอายุการใช้งาน GPU รุ่นเก่าได้จริง โดยเฉพาะเกมที่ต้องใช้หน่วยความจำกราฟิกเกิน 11GB ซึ่งผลทดสอบพบว่า Flight Simulator 2024 เร็วขึ้นประมาณ 74% และ Spider-Man 2 เร็วขึ้นกว่า 62% ในการทดสอบ 4K แต่ไม่ได้หมายความว่าเกมทุกเกมจะเร็วขึ้นในระดับเดียวกัน และการ์ดยังมีข้อจำกัดด้านสถาปัตยกรรม การใช้พลังงาน และความเสี่ยงจากงานดัดแปลง จึงเหมาะกับผู้ที่เข้าใจข้อจำกัดและยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่าผู้ใช้ทั่วไป
ที่มา: VideoCardz



