วิกฤตหน่วยความจำรุนแรงขึ้น DRAM ผู้บริโภคพุ่งสูงสุด 89% ในไตรมาสเดียว SSD และ NAND แพงต่อเนื่อง
ตลาดหน่วยความจำทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนครั้งใหญ่ หลังรายงานล่าสุดจาก SigmaIntel ระบุว่าราคา DRAM สำหรับผู้บริโภคในไตรมาส 2 ปี 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบางประเภทมีราคาพุ่งสูงถึง 89% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน
สาเหตุหลักมาจากผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หันกำลังการผลิตไปยังตลาด AI, HBM (High Bandwidth Memory) และหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า ส่งผลให้ DRAM และ NAND สำหรับอุปกรณ์ทั่วไปเผชิญภาวะขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง
DDR4 พุ่งเกิน 50% ภายในไตรมาสเดียว
ข้อมูลจาก SigmaIntel ระบุว่า DRAM ขนาด 16Gb (2GB) มีราคาเฉลี่ยเพิ่มจาก 19.2 ดอลลาร์ เป็น 28.5 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 49%
ขณะที่โมดูล DDR4 ขนาด 16GB ซึ่งเคยมีราคาเฉลี่ยประมาณ 137 ดอลลาร์ในไตรมาสแรก ปรับขึ้นเป็น 207.1 ดอลลาร์ในไตรมาสที่สอง หรือเพิ่มขึ้นถึง 51%
ที่น่าสนใจคือ ราคาดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ไม่ใช่เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านอุปทานอย่างหนัก
รายงานยังระบุว่ากลุ่ม DDR5 มีสถานการณ์ที่รุนแรงกว่านี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการในชุดข้อมูลล่าสุด
LPDDR5X ทำสถิติพุ่ง 89%
ในกลุ่มหน่วยความจำสำหรับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์พกพา ราคาปรับขึ้นรุนแรงไม่แพ้กัน
LPDDR ขนาด 32Gb (4GB) มีราคาจาก 26.2 ดอลลาร์ เพิ่มเป็น 45.9 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 75%
ส่วน LPDDR5X ขนาด 96Gb (12GB) กลายเป็นกลุ่มที่มีการปรับขึ้นสูงที่สุด โดยราคาเพิ่มจาก 77.1 ดอลลาร์ เป็น 145.9 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 89% ภายในไตรมาสเดียว
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรม AI และอุปกรณ์พกพายุคใหม่
SSD และ NAND Flash ปรับขึ้นตาม
ไม่เพียงแต่ DRAM เท่านั้น ตลาด NAND Flash และ SSD ก็เผชิญปัญหาเดียวกัน
ตัวอย่างราคาที่ปรับขึ้นในไตรมาส 2 ได้แก่
- SSD NVMe PCIe Gen4 ขนาด 512GB เพิ่มขึ้น 54% จาก 82 ดอลลาร์ เป็น 126.3 ดอลลาร์
- UFS 3.1 ขนาด 256GB เพิ่มขึ้น 103% จาก 31 ดอลลาร์ เป็น 62.7 ดอลลาร์
- eMMC 5.1 ขนาด 16GB เพิ่มขึ้น 69% จาก 13.4 ดอลลาร์ เป็น 22.6 ดอลลาร์
- uMCP เพิ่มขึ้น 107% จาก 72.5 ดอลลาร์ เป็น 150.4 ดอลลาร์
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกประเภท
ผู้บริโภคเริ่มรับผลกระทบเต็มตัว
ผลกระทบจากวิกฤตหน่วยความจำเริ่มสะท้อนออกมาที่ราคาสินค้าปลายทางแล้ว
ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กและสมาร์ตโฟนหลายรายทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ขณะที่เครื่องเกมคอนโซลและอุปกรณ์เกมมิ่งหลายประเภทก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ หน่วยความจำ DDR4 ขนาด 16GB เคยมีราคาขายปลีกอยู่ในช่วง 60-70 ดอลลาร์ ขณะที่ DDR5 ขนาด 16GB สามารถหาซื้อได้ในช่วง 90-100 ดอลลาร์
ปัจจุบันหน่วยความจำหลายรุ่นมีราคาสูงกว่าระดับเดิมถึง 2-3 เท่า
ฝั่ง SSD ก็ไม่ต่างกัน โดย SSD PCIe Gen4 ขนาด 1TB ที่เคยมีราคาประมาณ 70-80 ดอลลาร์ ปัจจุบันแม้จะอยู่ในช่วงโปรโมชั่นก็ยังมีราคาสูงถึง 130-150 ดอลลาร์
แนวโน้มอาจลากยาวถึงปี 2028
นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ราคา DRAM และ NAND มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกหลายปี
รายงานหลายฉบับคาดว่าภาวะขาดแคลนอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028 เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับตลาด AI, HBM และ Server DRAM ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าอย่างมาก
แม้จะมีข่าวลือว่าผู้ผลิตหน่วยความจำอาจเพิ่มกำลังผลิต DRAM สำหรับผู้บริโภคในอนาคต แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลกำไรเป็นหลัก มากกว่าการแก้ปัญหาการขาดแคลนในตลาดผู้บริโภค
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนอัปเกรดพีซี ซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ หรือประกอบเครื่องเกมในช่วงนี้ อาจต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ยังคงอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง
ที่มา: Wccftech



