Samsung เคลม Exynos 2700 แรงกว่า Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ถึง 20%! แต่ผลทดสอบยังเป็นข้อมูลภายใน ต้องรอพิสูจน์บนมือถือจริง
Samsung อาจกลับมาทวงตำแหน่งผู้พัฒนาชิปสมาร์ตโฟนระดับเรือธงได้อีกครั้ง หลังมีรายงานจากเกาหลีใต้ว่า Exynos 2700 ชิปเรือธงรุ่นถัดไปของ Samsung ทำคะแนน CPU แบบ Multi-Core สูงกว่า Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 เกือบ 20% พร้อมทำผลงานด้านกราฟิกเหนือกว่าคู่แข่งในบางการทดสอบ
ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลทดสอบภายในของ Samsung ที่ถูกรายงานโดยสื่อเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2026 โดยคาดว่า Exynos 2700 จะถูกนำมาใช้กับสมาร์ตโฟนตระกูล Galaxy S27 ที่เตรียมเปิดตัวในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการทดสอบอิสระบนสมาร์ตโฟนที่วางจำหน่ายจริง จึงยังไม่ควรสรุปว่า Samsung เอาชนะ Qualcomm ได้อย่างเด็ดขาดแล้ว
Exynos 2700 ทำคะแนน Geekbench 6.5 Multi-Core ประมาณ 13,000 คะแนน
รายงานระบุว่า Exynos 2700 ทำคะแนน Multi-Core ใน Geekbench 6.5 ได้ประมาณ 13,000 คะแนน ขณะที่ Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ซึ่งใช้ใน Xiaomi 18 Pro Max ทำได้ประมาณ 11,000 คะแนน คิดเป็นความได้เปรียบของชิป Samsung ราว 18% หรือเกือบ 20%
สำหรับ Geekbench 7.0 มีรายงานว่า Exynos 2700 ทำคะแนนสูงกว่า Qualcomm ประมาณ 15% เช่นกัน
|
รายการทดสอบ |
Exynos 2700 |
Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 |
|---|---|---|
|
Geekbench 6.5 Multi-Core |
ประมาณ 13,000 คะแนน |
ประมาณ 11,000 คะแนน |
|
Geekbench 7 Multi-Core |
สูงกว่าประมาณ 15% |
ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบ |
ตัวเลขทั้งหมดมาจากรายงานผลทดสอบภายใน ไม่ใช่การทดสอบอิสระที่เปิดเผยอุปกรณ์ เฟิร์มแวร์ อุณหภูมิ และเงื่อนไขการทดสอบอย่างครบถ้วน จึงยังมีโอกาสที่ผลลัพธ์บนสมาร์ตโฟนที่วางจำหน่ายจริงจะแตกต่างออกไป
นอกจากนี้ รายงานเดียวกันยังระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ Snapdragon 8 Elite Gen 6 รุ่นปกติ Exynos 2700 ทำคะแนน Multi-Core สูงกว่าถึง 44% ใน Geekbench 6.5 และ 36% ใน Geekbench 7 ซึ่งเป็นช่องว่างที่สูงกว่าการเปรียบเทียบกับรุ่น Extreme อย่างชัดเจน
GPU แรงขึ้น 20% แต่ความได้เปรียบในการเล่นเกมอาจเหลือเพียง 5%
ในฝั่ง GPU รายงานระบุว่า Exynos 2700 ทำคะแนนสูงกว่า Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ประมาณ 20% ในการทดสอบกราฟิกที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดและใช้เทคนิคกราฟิกขั้นสูง
แต่เมื่อเปลี่ยนไปดูการทดสอบอีกชุดที่วัดการประมวลผลกราฟิกสำหรับเกม 3D ระดับไฮเอนด์ ความได้เปรียบของ Samsung กลับเหลือเพียงประมาณ 5%
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะประสิทธิภาพ GPU สูงสุดไม่ได้หมายความว่าจะได้เฟรมเรตสูงกว่าตามสัดส่วนเสมอไป โดยเฉพาะเกมบนสมาร์ตโฟนที่ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพต่อเนื่องระหว่างเล่นเป็นเวลานาน
ที่สำคัญ รายงานยังไม่ได้เปิดเผยชื่อเกมที่ใช้ทดสอบ รุ่นโทรศัพท์ที่ใช้กับ Exynos 2700 หรือเงื่อนไขการทดสอบทั้งหมด ทำให้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าความได้เปรียบดังกล่าวจะสะท้อนออกมาเป็นประสบการณ์เล่นเกมจริงได้มากน้อยเพียงใด
Samsung ใช้กระบวนการผลิต 2nm รุ่น SF2P พร้อมปรับปรุงการระบายความร้อน
Exynos 2700 คาดว่าจะผลิตด้วยกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรรุ่นที่สองของ Samsung Foundry หรือ SF2P พร้อมปรับปรุงระบบนำความร้อนผ่านเทคโนโลยี Heat Path Block เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากชิปได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วน Qualcomm Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ใช้กระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรจาก TSMC และนำการจัดวางชิปแบบ Offset Package-on-Package (Offset PoP) มาใช้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ส่วนที่สร้างความร้อนสูงของ SoC สามารถถ่ายเทความร้อนออกไปยังวัสดุระบายความร้อนได้โดยตรงมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ มีผลทดสอบจากช่อง YouTube Geekerwan ที่รายงานว่า Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ใช้เวลาประมาณ 915 วินาที หรือ 15 นาที 15 วินาที ในการเพิ่มอุณหภูมิถึงขีดจำกัดที่ทดสอบไว้ เทียบกับ Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ใช้เวลาประมาณ 390 วินาที หรือ 6 นาที 30 วินาที อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านรายละเอียดของเงื่อนไข และไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบโดยตรงกับ Exynos 2700
ดังนั้น การที่ Exynos 2700 ทำคะแนนสูงกว่าในการทดสอบภายใน ไม่ได้หมายความว่า Snapdragon รุ่นใหม่มีปัญหาด้านความร้อนโดยอัตโนมัติ และยังไม่มีหลักฐานอิสระเพียงพอที่จะระบุว่าชิปของ Qualcomm มีข้อบกพร่องด้านการออกแบบตามที่มีการกล่าวอ้าง
อย่าเพิ่งตัดสินว่า Samsung ชนะ Qualcomm จนกว่าจะมีผลทดสอบอิสระ
สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ ผลทดสอบภายในของผู้ผลิตชิปอาจใช้เครื่องต้นแบบ การตั้งค่าประสิทธิภาพ และระบบระบายความร้อนที่แตกต่างจากสมาร์ตโฟนรุ่นวางจำหน่ายจริง
Samsung เคยมีรายงานผลทดสอบภายในที่แสดงความได้เปรียบของ Exynos รุ่นใหม่เหนือ Snapdragon มาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ผลดังกล่าวยังจำเป็นต้องผ่านการพิสูจน์จากอุปกรณ์จริง โดยเฉพาะการใช้งานต่อเนื่องและการเล่นเกมที่ต้องพึ่งพาประสิทธิภาพ GPU เป็นเวลานาน
สำหรับ Exynos 2700 หากสามารถรักษาความได้เปรียบด้าน CPU ได้จริง พร้อมมีประสิทธิภาพ GPU และการใช้พลังงานที่เหมาะสม ก็จะเป็นพัฒนาการสำคัญของ Samsung Foundry และทีมออกแบบชิปของบริษัท แต่หากผลทดสอบอิสระไม่พบความแตกต่างใกล้เคียง 20% ตามรายงาน กระแสความคาดหวังก็อาจลดลงอย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุด Exynos 2700 ยังเป็นชิปที่น่าจับตามอง แต่ตัวเลขจากห้องทดสอบภายในยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการเห็นคือประสิทธิภาพบน Galaxy S27 รุ่นขายจริง ทั้งคะแนน Benchmark เฟรมเรตเกม อุณหภูมิ และความสามารถในการรักษาความเร็วเมื่อใช้งานต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า Samsung สามารถกลับมาแข่งขันกับ Qualcomm ในตลาดชิปเรือธงได้จริงหรือไม่
ที่มา: Chosun



