วิกฤตการ์ดจอเริ่มหนัก! RTX 5080 พุ่งทะลุ 64,000 บาทในญี่ปุ่น ส่วน RTX 5060 Ti 8GB แตะ 26,000 บาท แพงกว่า MSRP เกือบ 60%
ตลาดการ์ดจอเกมมิ่งกำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างต่อเนื่อง หลังมีการเผยแพร่ราคาจำหน่าย NVIDIA GeForce RTX 50 Series จากร้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพบว่าราคาการ์ดจอหลายรุ่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ RTX 5060 Ti และ RTX 5080 ที่มีราคาเริ่มต้นสูงกว่าราคา MSRP อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน Reddit ในชุมชน r/pcmasterrace และได้รับความสนใจจากสื่อฮาร์ดแวร์หลายแห่ง โดยราคาที่พบทำให้การ์ดจอระดับกลางบางรุ่นมีราคาสูงกว่า 30,000 บาท ขณะที่ RTX 5080 ขยับขึ้นไปเกือบ 65,000 บาท เมื่อแปลงเป็นเงินบาท
เปิดราคาการ์ดจอ RTX 50 Series ในญี่ปุ่น แพงขึ้นขนาดไหน?
ราคาจากรายการสินค้าที่ถูกเผยแพร่มีรายละเอียดดังนี้ โดยแปลงเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 เยน = 0.2194 บาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนช่วงวันที่ 14 ตุลาคม 2026
|
รุ่นการ์ดจอ |
ราคาในญี่ปุ่น |
คิดเป็นเงินบาทโดยประมาณ |
|---|---|---|
|
GeForce RTX 5060 Ti 8GB |
¥118,800 |
26,100 บาท |
|
GeForce RTX 5060 Ti 16GB |
¥139,800 |
30,700 บาท |
|
GeForce RTX 5070 12GB |
¥145,800 |
32,000 บาท |
|
GeForce RTX 5070 Ti |
¥230,800 |
50,600 บาท |
|
GeForce RTX 5080 16GB |
¥295,801 |
64,900 บาท |
ราคาข้างต้นเป็นราคาที่พบจากร้านค้าในญี่ปุ่น ไม่ใช่ราคาเฉลี่ยของทั้งตลาด และไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขที่มีการรายงาน การ์ดจอระดับเริ่มต้นอย่าง RTX 5060 Ti 8GB กลับมีราคาสูงถึงประมาณ 26,000 บาท ขณะที่รุ่น 16GB ขยับไปแตะ 30,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เริ่มทำให้ผู้ซื้อจำเป็นต้องพิจารณาการ์ดจอระดับสูงขึ้นหรือผลิตภัณฑ์คู่แข่งด้วย
RTX 5060 Ti และ RTX 5080 แพงกว่า MSRP อย่างหนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับราคาแนะนำเปิดตัว หรือ MSRP รายงานต้นทางระบุว่าราคาที่พบในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในระดับที่แตกต่างกันตามรุ่นและผู้ผลิตการ์ดจอ ได้แก่
-
RTX 5060 Ti 8GB: ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 59%
-
RTX 5060 Ti 16GB: เพิ่มขึ้นประมาณ 66–144% ขึ้นอยู่กับรุ่นที่นำมาเปรียบเทียบ
-
RTX 5070: เพิ่มขึ้นประมาณ 32–82%
-
RTX 5080: บางรุ่นมีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 94%
ตัวเลขเหล่านี้เป็นการเปรียบเทียบราคาที่รายงานกับ MSRP ไม่ได้หมายความว่าการ์ดจอทุกรุ่นจากทุกร้านในญี่ปุ่นจะมีราคาเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคมก็มีรายงานว่าราคาการ์ดจอ RTX 50 Series ในสหรัฐฯ หลายรุ่นสูงกว่า MSRP ตั้งแต่ประมาณ 27% ไปจนถึง 88% ตลอดช่วงเวลาที่วางจำหน่าย สะท้อนว่าปัญหาราคาแพงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดญี่ปุ่นเท่านั้น
วิกฤตหน่วยความจำยังเป็นตัวแปรสำคัญ
ปัจจัยหลักที่ถูกจับตามองคือราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ DRAM ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของการ์ดจอ
ในช่วงที่ความต้องการหน่วยความจำสำหรับระบบ AI และดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตหน่วยความจำต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้กับตลาดหลายกลุ่ม ขณะที่การ์ดจอเกมมิ่งก็ยังต้องใช้หน่วยความจำกราฟิกประสิทธิภาพสูงอย่าง GDDR7
การ์ดจอที่มี VRAM ความจุสูงและใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจึงมีโอกาสได้รับผลกระทบจากต้นทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นสต็อกสินค้า ต้นทุนการนำเข้า อัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายราคาของแต่ละร้านค้า
นอกจากนี้ Tom's Hardware ยังเปรียบเทียบราคาจากร้านค้าญี่ปุ่นกับรายการจำหน่ายบน Amazon US และพบว่าราคาบางรุ่นในญี่ปุ่นสูงกว่าราคาในสหรัฐฯ ก่อนภาษีประมาณ 5.66–41.1% โดย RTX 5060 Ti 8GB เป็นรุ่นที่มีส่วนต่างสูงที่สุดในการเปรียบเทียบครั้งนี้
การ์ดจอเกมมิ่งกำลังกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือไม่?
สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ที่กำลังวางแผนประกอบพีซีต้องกลับมาคิดหนักอีกครั้ง เพราะการ์ดจอที่เดิมทีถูกวางตำแหน่งไว้สำหรับตลาดระดับกลางกลับมีราคาสูงจนเข้าใกล้ระดับสินค้าพรีเมียม
หากราคา RTX 5060 Ti 16GB อยู่ในระดับกว่า 30,000 บาท และ RTX 5070 Ti ทะลุ 50,000 บาทจริงในร้านค้าที่ผู้ซื้อเข้าถึงได้ การเลือกซื้อการ์ดจออาจไม่สามารถพิจารณาจากประสิทธิภาพต่อราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นด้วย
สิ่งสำคัญคือ ราคาจากร้านเดียวไม่สามารถใช้สรุปว่าการ์ดจอ RTX 50 Series ทั้งตลาดมีราคาเท่านี้ แต่เมื่อประกอบกับรายงานก่อนหน้าที่พบราคาสูงกว่า MSRP ในหลายตลาด ก็ถือเป็นสัญญาณว่าผู้ซื้อกำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาจริง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ราคาหน่วยความจำและปริมาณสินค้าในตลาดจะคลี่คลายลงเมื่อใด เพราะหากต้นทุนยังสูงและสต็อกสินค้ายังมีจำกัด การ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่ก็อาจยังหาซื้อในราคาที่สมเหตุสมผลได้ยากต่อไป
ที่มา: Reddit



