Chad Hurley เล่าว่าแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์สำคัญช่วงปี 2004–2005 สองเหตุการณ์ คือกรณี “หลุดกลางเวที” ของ Janet Jackson ในงาน Super Bowl ซึ่งทำให้คนทั้งอเมริกาพยายามหาคลิปดูแต่ไม่มีที่ให้รับชม และอีกเหตุการณ์คือสึนามิในเอเชียใต้ ที่มีคลิปเหตุการณ์จริงมากมายแต่ไม่มีแพลตฟอร์มให้แชร์
เดือนกุมภาพันธ์ 2005 ทั้งสามคนก่อตั้ง YouTube ในโรงรถที่เมือง Menlo Park โดยเปิดใช้งานโดเมนในวันที่ 14 กุมภาพันธ์
อย่างไรก็ตาม แนวคิดแรกของ YouTube คือเว็บหาคู่ผ่านวิดีโอ ให้ผู้ใช้โพสต์คลิปแนะนำตัวเพื่อหาคู่ แม้จะพยายามจ้างคนมาอัปโหลดคลิปผ่านเว็บไซต์ Craigslist ก็ยังไม่มีคนสนใจ
หลังเปิดตัว เว็บไซต์แทบไม่มีผู้ใช้งาน ทำให้ทีมงานตระหนักว่าคนไม่ได้สนใจวิดีโอหาคู่ แต่สนใจวิดีโอชีวิตประจำวัน คลิปตลก และเหตุการณ์สำคัญมากกว่า จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง เปิดให้ทุกคนอัปโหลดวิดีโออะไรก็ได้
เดือนเมษายน 2005 วิดีโอแรกชื่อ Me at the zoo โดย Jawed Karim ถูกอัปโหลด แม้จะเป็นคลิปสั้นเพียง 19 วินาที แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ “ใคร ๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ได้”
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ YouTube ใช้เทคโนโลยี Flash ทำให้ดูวิดีโอผ่านเบราว์เซอร์ได้ทันที พร้อมเพิ่มระบบคอมเมนต์และให้คะแนน รวมถึงฟีเจอร์ฝังวิดีโอ (Embed) ที่ช่วยให้แชร์ไปยังแพลตฟอร์มยอดนิยมในตอนนั้นอย่าง MySpace ได้ง่าย ส่งผลให้เติบโตแบบไวรัล
ภายในปี 2006 YouTube มีการอัปโหลดวิดีโอกว่า 50,000 คลิปต่อวัน มีผู้เข้าชมกว่า 32 ล้านคนต่อเดือน และยอดดูทะลุ 100 ล้านครั้งต่อวัน การเติบโตนี้ทำให้ Google เริ่มกังวล เพราะบริการ Google Video ของตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ
ขณะเดียวกัน YouTube ก็เผชิญต้นทุนเซิร์ฟเวอร์สูง Google จึงเข้ามาเจรจา และในเดือนตุลาคม 2006 ได้เข้าซื้อ YouTube ด้วยมูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่บริษัทมีอายุเพียง 20 เดือน และพนักงานแค่ 25 คน ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเสี่ยงมาก แต่ภายหลังกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ Google
ปัจจุบัน YouTube กลายเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอระดับโลกที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมสื่อไปอย่างสิ้นเชิง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในโรงรถ สู่การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วโลก และย้ำให้เห็นว่าไอเดียที่ยิ่งใหญ่ มักเริ่มจากการแก้ปัญหาง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน