Microsoft รีบปล่อยเฟิร์มแวร์แก้บั๊ก Surface Laptop Ultra หลังขายได้ 6 วัน! แก้จอกะพริบ-รีสตาร์ตช้า แต่ปัญหาภาพ Ghosting ยังอยู่
Microsoft ปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดตชุดแรกให้กับ Surface Laptop Ultra โน้ตบุ๊กรุ่นเรือธงที่ใช้ชิป NVIDIA RTX Spark หลังเริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 โดยอัปเดตเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม หรือหลังเริ่มส่งสินค้าเพียง 6 วัน เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้รีวิวพบระหว่างทดลองใช้งาน ทั้งหน้าจอกะพริบ การรีสตาร์ตที่ใช้เวลานานผิดปกติ และเครื่องรีสตาร์ตเองโดยไม่คาดคิด
เฟิร์มแวร์ปรากฏใน Windows Update ภายใต้ชื่อ Microsoft Corporation System Hardware Update (200.0.7.0) พร้อมการปรับปรุง Surface TCON, UEFI, Surface Integration และไดรเวอร์หน้าจอ Microsoft ยังระบุว่ามีการแก้ไขข้อผิดพลาดเพิ่มเติมและปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ Microsoft จะรีบแก้ปัญหาบางส่วน แต่เสียงวิจารณ์จากสื่อรีวิวชี้ว่า Surface Laptop Ultra ยังมีจุดอ่อนที่สำคัญ โดยเฉพาะอาการภาพ Ghosting และการตอบสนองของหน้าจอ Mini-LED ซึ่งยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเฟิร์มแวร์ชุดนี้แก้ไขได้
เฟิร์มแวร์ใหม่แก้อะไรบ้าง?
Microsoft ระบุว่าการอัปเดตครั้งนี้มุ่งแก้ไขปัญหาหลัก 3 รายการ ได้แก่
-
แก้ปัญหาที่อาจทำให้หน้าจอกะพริบ
-
แก้ปัญหาที่ทำให้การรีสตาร์ตเครื่องใช้เวลานานผิดปกติ
-
แก้ปัญหาที่อาจทำให้เครื่องรีสตาร์ตเองโดยไม่คาดคิด
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขข้อผิดพลาดอื่น ๆ โดยไม่ได้แจกแจงรายละเอียดทั้งหมด
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบอัปเดตผ่าน Windows Update ได้ตามปกติ โดย Microsoft จะทยอยปล่อยเฟิร์มแวร์ให้กับอุปกรณ์ที่รองรับ หากต้องการติดตั้งให้เสร็จสมบูรณ์ บริษัทแนะนำให้รีสตาร์ตเครื่องหลังติดตั้งอัปเดต ทั้งนี้ เฟิร์มแวร์ชุดนี้ไม่สามารถถอนการติดตั้งหรือย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้าได้
จอ Mini-LED สว่าง 2,000 nits แต่ยังมี Ghosting
หนึ่งในปัญหาที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดมาจากหน้าจอ Mini-LED ขนาด 15 นิ้ว ความถี่ 120Hz ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ Surface Laptop Ultra โดยหน้าจอสามารถทำความสว่างสูงในโหมด HDR ได้มากกว่า 2,000 nits แต่ Notebookcheck กลับพบข้อจำกัดด้านการแสดงผลหลายประการ
ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือ Ghosting หรือภาพเงาตามหลังวัตถุขณะเคลื่อนที่ เช่น การเลื่อนหน้าต่าง การขยับเคอร์เซอร์ หรือการเคลื่อนไหวบนหน้าจอ แม้จะตั้งค่ารีเฟรชเรตไว้ที่ 120Hz ก็ตาม
Notebookcheck ยังพบว่าระบบ Local Dimming ไม่ทำงานตามที่ควรจะเป็นระหว่างการทดสอบ ส่งผลให้ระดับสีดำดูสว่างกว่าที่ควรและคอนทราสต์ลดลง ทั้งที่จอ Mini-LED โดยทั่วไปสามารถใช้การหรี่แสงเป็นโซนเพื่อเพิ่มความแตกต่างระหว่างส่วนสว่างกับส่วนมืดได้
ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเฟิร์มแวร์ล่าสุดสามารถแก้ไขได้ โดย Windows Central รายงานหลังอัปเดตว่าอาการ Ghosting ยังคงเกิดขึ้น ขณะที่ปัญหาการตอบสนองของพิกเซลซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของแผงหน้าจอเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ซอฟต์แวร์จะแก้ไขได้ทั้งหมด
นอกจากหน้าจอ ยังมีปัญหาเสียงลำโพงและความล่าช้าของระบบ
Tom Warren จาก The Verge รายงานเพิ่มเติมระหว่างรีวิวว่า Surface Laptop Ultra มีอาการเสียงดังคล้ายเสียงปะทุจากลำโพงเป็นบางครั้ง จนฟังคล้ายเสียงประทัด และอาการหายไปชั่วคราวหลังรีสตาร์ตเครื่อง
ปัญหานี้ทำให้การรีสตาร์ตซึ่งปกติก็ใช้เวลานานอยู่แล้วกลายเป็นขั้นตอนที่สร้างความรำคาญให้ผู้รีวิว โดยเฉพาะเมื่อต้องติดตั้ง Windows Update หรือไดรเวอร์หลายรายการติดต่อกัน
Microsoft ยังไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเฟิร์มแวร์ 200.0.7.0 แก้อาการเสียงลำโพงดังผิดปกติด้วยหรือไม่ จึงยังไม่ควรสรุปว่าปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
แบตเตอรี่และความเข้ากันได้ของ RTX Spark ยังเป็นข้อกังวล
นอกเหนือจากปัญหาหน้าจอและเฟิร์มแวร์แล้ว Surface Laptop Ultra ยังเผชิญข้อจำกัดด้านระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ โดย Notebookcheck วัดการใช้งานเว็บได้ประมาณ 10.4 ชั่วโมงที่ความสว่างหน้าจอ 150 nits แต่ลดลงเหลือประมาณ 4.4 ชั่วโมงเมื่อใช้ความสว่าง SDR สูงสุด
อีกประเด็นคือชิป NVIDIA RTX Spark ใช้แพลตฟอร์ม Windows on Arm ซึ่งแม้จะมีจุดเด่นด้านการประมวลผล AI ภายในเครื่อง แต่การรองรับแอปพลิเคชันและเกมบางรายการยังอาจไม่สมบูรณ์เท่ากับพีซีที่ใช้แพลตฟอร์ม x86-64 แบบดั้งเดิม
ปัญหาเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่เฟิร์มแวร์ชุดเดียวจะแก้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่และความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องอาศัยทั้งการปรับปรุงระบบปฏิบัติการ ไดรเวอร์ และตัวแอปพลิเคชันเอง
โน้ตบุ๊กเกือบ 200,000 บาท แต่ยังต้องรอแก้ปัญหา
Surface Laptop Ultra รุ่นที่ใช้หน่วยความจำ Unified Memory ขนาด 128GB และ SSD 1TB มีราคาที่สื่อรีวิวระบุไว้ที่ 5,899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 198,800 บาท เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนรุ่นเริ่มต้นราคา 2,599 ดอลลาร์ หรือประมาณ 87,600 บาท
ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการจำหน่ายในประเทศไทย และยังไม่มีการยืนยันราคาจำหน่ายในประเทศจากข้อมูลข้างต้น
การที่โน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมต้องได้รับเฟิร์มแวร์แก้ปัญหาภายในไม่กี่วันหลังเริ่มส่งมอบสินค้า สะท้อนให้เห็นว่าการนำแพลตฟอร์ม RTX Spark มาใช้กับโน้ตบุ๊ก Windows on Arm ยังมีรายละเอียดที่ต้องปรับปรุงอีกพอสมควร แม้ตัวเครื่องจะมีศักยภาพสูงสำหรับการรัน AI ภายในเครื่องและงานประมวลผลหนักก็ตาม
ท้ายที่สุด เฟิร์มแวร์ชุดแรกถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วของ Microsoft ต่อปัญหาที่ตรวจพบ แต่สำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินระดับเกือบ 200,000 บาท สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การแก้จอกะพริบหรือรีสตาร์ตช้าคือการปรับปรุงคุณภาพการแสดงผล ความเสถียร และความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ให้สมกับระดับราคาของผลิตภัณฑ์ด้วย
ที่มา: VideoCardz



