Microsoft เปลี่ยน Bing Wallpaper เป็นแอปชวนคลิกโฆษณา? คลิกพื้นที่ว่างบน Desktop ก็เด้งเข้า Bing วันละครั้ง แถมปิดฟีเจอร์ไม่ได้
ใครที่ติดตั้ง Bing Wallpaper บน Windows 11 เพื่อเปลี่ยนภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปให้สวยงามจากภาพถ่ายทั่วโลก อาจต้องเจอพฤติกรรมที่น่ารำคาญกว่าเดิม หลัง Windows Latest รายงานว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนการทำงาน โดยเมื่อผู้ใช้คลิกพื้นที่ว่างบน Desktop ที่ไม่มีไอคอนหรือเมนู โปรแกรมจะเปิดเว็บไซต์ Bing.com ของ Microsoft ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
แม้พฤติกรรมนี้จะเกิดขึ้นเพียงวันละครั้ง แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือ Microsoft ไม่ได้เปิดตัวเลือกให้ผู้ใช้ปิดการทำงานดังกล่าวในเวอร์ชันล่าสุด ทำให้แอปที่ควรมีหน้าที่จัดการภาพพื้นหลังกลับเข้ามาแทรกแซงการใช้งานเดสก์ท็อป โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนวอลเปเปอร์โดยตรง
คลิกพื้นที่ว่างบน Desktop ก็เปิด Bing.com เอง
ตามรายงานของ Windows Latest เมื่อผู้ใช้คลิกบริเวณว่างบนเดสก์ท็อปโดยไม่ได้เลือกไอคอนหรือเมนูใด ๆ Bing Wallpaper จะเปิดหน้า Bing.com ขึ้นมาในเบราว์เซอร์โดยอัตโนมัติ
พฤติกรรมนี้จำกัดไว้ที่หนึ่งครั้งต่อทุก 24 ชั่วโมง กล่าวคือ หลังจากเปิดเว็บไซต์ไปแล้ว ผู้ใช้สามารถคลิกพื้นที่ว่างซ้ำได้โดยไม่ต้องเจอกับหน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่ทุกครั้ง แต่เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด การคลิกครั้งถัดไปก็อาจเรียก Bing.com ขึ้นมาอีกครั้ง
รายงานยังระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นแม้จะตั้ง Google Chrome เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้นแล้วก็ตาม ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนเบราว์เซอร์หลักไม่ได้ช่วยป้องกันการเปิดหน้า Bing โดยอัตโนมัติ
สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเพียงเปลี่ยนภาพพื้นหลัง การเปิดเว็บไซต์ค้นหาโดยไม่ได้ร้องขอถือเป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และอาจทำให้รู้สึกว่า Microsoft กำลังใช้แอปพลิเคชันนี้เป็นช่องทางดึงผู้ใช้เข้าสู่บริการของบริษัทมากกว่าจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือจัดการวอลเปเปอร์อย่างเดียว
ปี 2025 ยังปิดได้ แต่เวอร์ชันใหม่ไม่มีตัวเลือกแล้ว
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ Microsoft เคยทดลองใช้ฟีเจอร์ลักษณะคล้ายกันตั้งแต่ปี 2025 โดยในขณะนั้น Bing Wallpaper มีตัวเลือกการตั้งค่าที่ระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ใช้สามารถกำหนดให้การคลิกบนเดสก์ท็อปเปิด Bing ได้หรือไม่
ข้อแตกต่างสำคัญคือ ฟีเจอร์ในช่วงทดลองสามารถปิดได้ ผู้ใช้จึงยังมีอำนาจตัดสินใจว่าจะยอมให้แอปเปิดเว็บไซต์ Bing โดยอัตโนมัติหรือไม่
แต่ตามรายงาน เวอร์ชันล่าสุดไม่มีตัวเลือกดังกล่าวอีกต่อไป ส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถปิดพฤติกรรมนี้จากการตั้งค่าของแอปได้เหมือนเดิม
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบซอฟต์แวร์ของ Microsoft เพราะ Bing Wallpaper เป็นแอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเพื่อปรับแต่งหน้าตา Windows ไม่ใช่แอปที่จำเป็นต้องเปิดเว็บไซต์ค้นหาเมื่อผู้ใช้คลิกพื้นที่ว่างบนเดสก์ท็อป
ไม่ใช่แค่เปิด Bing แต่ยังชวนเปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น
Windows Latest ยังรายงานด้วยว่า Bing Wallpaper เคยแสดงข้อความแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยน Bing ให้เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นในเบราว์เซอร์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่บนเครื่อง แม้ผู้ใช้จะเลือกใช้ Google Chrome หรือเบราว์เซอร์อื่นเป็นหลักก็ตาม
เมื่อพิจารณารวมกับพฤติกรรมเปิดเว็บไซต์ Bing โดยอัตโนมัติ จึงเกิดข้อสงสัยว่า Microsoft กำลังเพิ่มช่องทางส่งเสริมการใช้งานบริการค้นหาของตนเองผ่านแอปที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตั้งมาเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวโดยตรง
อย่างไรก็ตาม คำว่า Adware ในกรณีนี้เป็นการเปรียบเปรยถึงพฤติกรรมส่งเสริมบริการของ Microsoft ที่ผู้ใช้ไม่ได้ร้องขอ ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานยืนยันว่า Bing Wallpaper เป็นมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์อันตราย
แต่ในมุมของประสบการณ์ใช้งาน การนำพฤติกรรมเช่นนี้มาใช้โดยไม่มีตัวเลือกปิด ก็อาจทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้ Windows โดยลดการแจ้งเตือนและการแนะนำบริการที่ไม่จำเป็นให้น้อยที่สุด
ไม่อยากเจอปัญหา ต้องเปลี่ยนแอปวอลเปเปอร์
สำหรับผู้ที่ยังต้องการภาพพื้นหลังจาก Bing ซึ่งมีภาพถ่ายจากสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกให้เลือกเปลี่ยนอยู่เสมอ ทางเลือกหนึ่งคือ Windows Spotlight ซึ่งสามารถแสดงภาพพื้นหลังที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Bing Wallpaper
อีกทางเลือกคือใช้โปรแกรมจัดการวอลเปเปอร์จากผู้พัฒนาภายนอก โดยควรตรวจสอบแหล่งดาวน์โหลด ความน่าเชื่อถือ และสิทธิ์ที่โปรแกรมต้องใช้ก่อนติดตั้ง
ทั้งนี้ Windows Latest มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้ผู้ใช้บางส่วนตัดสินใจเลิกใช้ Bing Wallpaper หาก Microsoft ไม่เปิดทางให้ปิดฟีเจอร์นี้อีกครั้ง
สรุป: Bing Wallpaper กำลังถูกวิจารณ์จากพฤติกรรมที่เปิด Bing.com เมื่อคลิกพื้นที่ว่างบนเดสก์ท็อป โดยจำกัดไว้ที่วันละครั้ง แต่ปัญหาสำคัญคือเวอร์ชันล่าสุดไม่มีตัวเลือกปิดเหมือนฟีเจอร์ทดลองในปี 2025 หาก Microsoft ต้องการให้ผู้ใช้ยังเลือกใช้แอปนี้ต่อไป การคืนสิทธิ์ควบคุมให้ผู้ใช้ว่าจะเปิดเว็บไซต์อัตโนมัติหรือไม่ น่าจะเป็นทางออกที่ตรงจุดที่สุด
ที่มา: Windows Latest



