NVIDIA อัปเดต DLSS 5 เร็วขึ้น 2 เท่า ลดการใช้ VRAM 20% เตรียมลง Hogwarts Legacy พร้อมเพิ่มโหมด Frame Generation เร็วขึ้นสูงสุด 35%
NVIDIA ประกาศความคืบหน้าครั้งใหม่ของเทคโนโลยี DLSS โดยเดินหน้าปรับปรุง DLSS 5 ที่ใช้ AI สร้างรายละเอียดแสงและวัสดุภายในเกมให้สมจริงยิ่งขึ้น พร้อมเปิดเผยว่าโมเดล Neural Rendering รุ่นใหม่ทำงานได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า ลดขนาดโมเดลลง 24% และลดการใช้ VRAM ที่ความละเอียด 4K ลง 20%
นอกจากนี้ NVIDIA ยังเตรียมนำ DLSS 5 ไปเพิ่มประสิทธิภาพภาพในเกม Hogwarts Legacy และ Where Winds Meet รวมถึงนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่แพลตฟอร์มม็อดเกม RTX Remix ในวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ขณะที่ผู้ใช้การ์ดจอ GeForce RTX 40 และ RTX 50 Series จะได้ทดลองโหมด Frame Generation รุ่นใหม่ที่เน้นความเร็วได้แล้วผ่าน NVIDIA App Beta
DLSS 5 รุ่นใหม่ เร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมลดการใช้ VRAM
NVIDIA ระบุว่าโมเดล DLSS 5 3D-Guided Neural Rendering รุ่นปรับปรุงเดือนตุลาคม ได้รับการพัฒนาทั้งในส่วนของกระบวนการประมวลผลและตัวโมเดล AI ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับโมเดลเวอร์ชันเดือนกันยายน โดยยังคงคุณภาพภาพใกล้เคียงเดิม
การปรับปรุงครั้งนี้มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
-
ประมวลผลเร็วขึ้น 2 เท่า ลดภาระการทำงานของ GPU จากโมเดลเวอร์ชันก่อนหน้า
-
ขนาดโมเดลลดลง 24% เหลือประมาณ 118 ล้านพารามิเตอร์
-
ใช้ VRAM ลดลง 20% เมื่อทำงานที่ความละเอียด 4K
-
เพิ่มโอกาสให้ผู้เล่นเปิดใช้ DLSS 5 พร้อมการตั้งค่ากราฟิกที่สูงขึ้น โดยลดผลกระทบต่อเฟรมเรต
เกมแรกที่จะได้รับโมเดลใหม่คือ NBA 2K27 ซึ่งมีกำหนดอัปเดตในวันที่ 16 ตุลาคม 2026 บน GeForce RTX 50 Series, แล็ปท็อป RTX Spark และ GeForce NOW โดย NVIDIA ระบุว่าเฟรมเรตอาจเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.4 เท่าเมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า ส่วนเกม DLSS 5 ที่จะออกมาในอนาคตจะใช้โมเดลรุ่นใหม่นี้เป็นค่าเริ่มต้น
Hogwarts Legacy เตรียมอัปเกรดภาพด้วย AI วันที่ 5 พฤศจิกายน
อีกหนึ่งเกมที่กำลังจะได้รับ DLSS 5 คือ Hogwarts Legacy โดยมีกำหนดอัปเดตในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 รองรับ GeForce RTX 50 Series, GeForce NOW และ RTX Spark
DLSS 5 ใช้แนวทางที่แตกต่างจากเทคโนโลยี DLSS รุ่นก่อนหน้า ซึ่งเน้นการสร้างภาพความละเอียดสูงขึ้น การเพิ่มเฟรมเรต หรือการปรับปรุงแสง Ray Tracing เป็นหลัก เพราะ Neural Rendering จะเข้ามาช่วยสร้างรายละเอียดของแสงและวัสดุในฉากด้วย AI เพื่อเพิ่มความสมจริงให้กับภาพที่เรนเดอร์จากเกม
ระบบยังคงใช้ข้อมูลจากเอนจินเกม เช่น รูปทรงโมเดล พื้นผิว และข้อมูลแสง เป็นพื้นฐานในการสร้างภาพเพิ่มเติม โดย NVIDIA ระบุว่านักพัฒนายังสามารถควบคุมการทำงานของ DLSS 5 เพื่อรักษาสไตล์งานศิลป์ดั้งเดิมของเกมได้
สำหรับ Hogwarts Legacy นั้น ตัวเกมรองรับ DLSS Multi Frame Generation และ Ray Reconstruction อยู่แล้ว การอัปเดตครั้งใหม่จึงจะเพิ่ม Neural Rendering เข้ามา พร้อมปรับปรุงเทคโนโลยี DLSS ส่วนอื่นให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดด้วย
Where Winds Meet ก็เตรียมรับ DLSS 5
Where Winds Meet เกมแอ็กชัน RPG โลกเปิดสไตล์ Wuxia จาก Everstone Studio เป็นอีกหนึ่งเกมที่เตรียมรองรับ DLSS 5 ในอนาคต
ปัจจุบันเกมมี DLSS Super Resolution และ Multi Frame Generation อยู่แล้ว โดยการนำ 3D-Guided Neural Rendering เข้ามาเพิ่มเติมจะช่วยยกระดับรายละเอียดของตัวละครและสภาพแวดล้อมให้สมจริงยิ่งขึ้น
NVIDIA ระบุว่าทั้งผู้พัฒนาและชุมชนผู้เล่นให้ความสนใจต่อการนำ DLSS 5 มาใช้กับเกมนี้ แต่ยังไม่ได้ระบุวันอัปเดตที่แน่นอน
NVIDIA เพิ่ม Frame Generation Performance Mode เร็วขึ้นสูงสุด 35%
นอกเหนือจาก DLSS 5 แล้ว NVIDIA ยังปล่อยโหมด Frame Generation Performance Mode รุ่นเบต้า ผ่าน NVIDIA App Beta โดยใช้ชื่อ Preset C สำหรับผู้ใช้ GeForce RTX 40 Series, RTX 50 Series และแล็ปท็อป RTX Spark
ปกติแล้วระบบ Frame Generation และ Multi Frame Generation ของ NVIDIA ใช้โมเดล AI สองส่วนในการสร้างเฟรมเพิ่มขึ้น โดยส่วนหนึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากเกม เช่น Motion Vectors และ Depth เพื่อประเมินการเคลื่อนที่ของวัตถุ ขณะที่อีกส่วนคำนวณ Optical Flow สำหรับองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น UI และเอฟเฟกต์ Ray Tracing
Preset C จะเปลี่ยนโมเดลส่วนที่สองเป็นอัลกอริทึมที่เบาและทำงานได้เร็วกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเฟรม โดย NVIDIA ยอมรับว่าอาจมีการแลกเปลี่ยนคุณภาพของภาพเล็กน้อย
บริษัทระบุว่า เมื่อใช้โหมดนี้กับ GeForce RTX 5060 ประสิทธิภาพ Frame Generation อาจเพิ่มขึ้นสูงสุด 35% ซึ่งเป็นตัวเลขจากการทดสอบของ NVIDIA เอง และผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างไปตามเกม การตั้งค่า และระบบที่ใช้งาน
ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด NVIDIA App Beta รุ่นล่าสุดเพื่อทดลองโหมดนี้ได้ทันที โดยเลือก Preset C ในส่วนการตั้งค่า Frame Generation Override
RTX Remix เพิ่ม DLSS 5 วันที่ 23 ตุลาคม
อีกหนึ่งไฮไลต์คือวันที่ 23 ตุลาคม 2026 NVIDIA จะนำ DLSS 5 โมเดลใหม่และ Frame Generation Performance Mode เข้าสู่ RTX Remix แพลตฟอร์มสำหรับสร้างม็อดและยกระดับกราฟิกเกมพีซีคลาสสิก
RTX Remix เปิดโอกาสให้ม็อดเดอร์นำเทคโนโลยีอย่าง Path Tracing และ DLSS มาใช้ปรับปรุงภาพของเกมเก่าให้รองรับกราฟิกยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อ DLSS 5 เข้ามา ม็อดเดอร์จะสามารถใช้ตัวเลือกควบคุมที่ใกล้เคียงกับเครื่องมือของนักพัฒนาเกม ทั้งการกำหนดว่าฉากหรือวัตถุใดควรได้รับผลจาก Neural Rendering การปิดกั้นองค์ประกอบเฉพาะ และการเลือก Preset ให้เหมาะกับวัตถุแต่ละประเภท เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบที่ต้องการรักษาเอาไว้
ปี 2026 NVIDIA เร่งพัฒนา DLSS ต่อเนื่อง
NVIDIA ระบุว่าตลอดปี 2026 บริษัทได้เพิ่มความสามารถให้ DLSS หลายด้าน ตั้งแต่ 3D-Guided Neural Rendering, Dynamic Multi Frame Generation, ตัวคูณ Frame Generation ที่สูงขึ้น ไปจนถึงการปรับปรุงโมเดล AI Transformer รุ่นที่สองสำหรับชุดเทคโนโลยี DLSS
ทิศทางครั้งนี้สะท้อนว่า NVIDIA ไม่ได้มุ่งเพิ่มเฟรมเรตเพียงอย่างเดียว แต่กำลังพยายามลดภาระการประมวลผลของเทคโนโลยี AI ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานกับเกมที่หลากหลายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ NVIDIA ประกาศเอง จึงต้องรอผลทดสอบจากเกมจริงและการเปรียบเทียบจากผู้ทดสอบอิสระอีกครั้ง เพื่อประเมินว่า DLSS 5 รุ่นใหม่และ Preset C จะให้ผลลัพธ์แตกต่างจากรุ่นก่อนมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในด้านคุณภาพภาพ ความหน่วง และประสิทธิภาพเมื่อใช้งานจริงบนการ์ดจอแต่ละรุ่น
ที่มา: NVIDIA



