Nanya และ Winbond รายได้พุ่งทำสถิติใหม่ รับอานิสงส์วิกฤต RAM ราคาพุ่งทั่วโลก
ตลาดหน่วยความจำยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังราคาชิป DRAM และ NAND ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับซัพพลายที่ตึงตัว ช่วยผลักดันให้ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของไต้หวันอย่าง Nanya Technology และ Winbond Electronics ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
ทั้งสองบริษัททำสถิติรายได้ประจำเดือนสูงสุดต่อเนื่องมานานกว่า 12 เดือนติดต่อกัน ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2026 ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน โดย Nanya มีรายได้ไตรมาสดังกล่าว 133,650 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 141,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.9% QoQ ส่วน Winbond มีรายได้ 82,330 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 86,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.58% QoQ
เมื่อนำรายได้ไตรมาส 3 ของทั้งสองบริษัทมารวมกัน จะอยู่ที่ประมาณ 215,980 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหน่วยความจำกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างรุนแรงจากปัญหาซัพพลายที่ยังไม่คลี่คลาย
Nanya รายได้เดือนกันยายนพุ่งกว่า 576% เมื่อเทียบปีก่อน
Nanya Technology รายงานรายได้เดือนกันยายนที่ 45,090 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 47,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 576.62% YoY
ส่วนรายได้สะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 265,290 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 280,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 626.95% YoY
ความแข็งแกร่งดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางตลาด Specialty DRAM ที่ยังมีซัพพลายจำกัด โดยนักลงทุนสถาบันที่ Commercial Times อ้างถึงได้ปรับประมาณการยอดส่งมอบ DRAM Bit ของ Nanya ในไตรมาส 3 จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 8% QoQ เป็น เพิ่มขึ้น 5%
ขณะเดียวกันคาดการณ์การเติบโตของราคาเฉลี่ยขาย หรือ ASP ก็ถูกปรับขึ้นอย่างมาก จากเดิม 32% เป็น 50% โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเจรจาสัญญาระยะเวลา 6–12 เดือนใหม่บางส่วน ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม รวมถึงภาวะซัพพลาย Specialty DRAM ที่ยังคงตึงตัว
เมื่อทั้งปริมาณการจัดส่งและราคาขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ Nanya จะยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และราคา DRAM ASP ในไตรมาส 4 อาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% QoQ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือ Nanya ยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพียงประมาณ 50–60% เท่านั้น โดยมีลูกค้ารายใหญ่บางรายที่ยังไม่สามารถจัดสรรหน่วยความจำได้เพียงพอ
ปัจจุบันสัญญาระยะยาวครอบคลุมซัพพลายของ Nanya มากกว่า 60% และสถานการณ์ขาดแคลนอาจยังไม่คลี่คลายอย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะมีโรงงานผลิตแห่งใหม่เข้ามาเพิ่มกำลังการผลิต
Nanya เตรียมลุย Advanced Packaging
นอกจากการเพิ่มกำลังผลิตหน่วยความจำแล้ว Nanya ยังเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้าน Advanced Packaging
สภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไต้หวัน หรือ NSTC ได้อนุมัติแผนของบริษัทในการเข้าไปตั้งกิจการที่ Pingtung Science Park เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการบรรจุและทดสอบชิปแบบ 3D โดยใช้ Through-Silicon Via (TSV) และเทคนิคการซ้อนเวเฟอร์
การลงทุนดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยความจำไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวชิปเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการจัดวางชิปด้วย
Winbond ก็ทำสถิติใหม่เช่นกัน
ทางด้าน Winbond Electronics รายงานรายได้เดือนกันยายนที่ 28,250 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 29,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.44% MoM และเพิ่มขึ้นถึง 256.67% YoY
สำหรับรายได้สะสม 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 180,430 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 190,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 187.39% YoY
นักลงทุนสถาบันประเมินว่า Winbond เผชิญภาวะซัพพลายตึงตัวอย่างหนักในตลาด Specialty DRAM และ SLC NAND ระหว่างไตรมาส 3 ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำเพิ่มขึ้นประมาณ 40–50% QoQ
ขณะเดียวกันราคา NOR Flash ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 30% หลังลูกค้ากลุ่ม Cloud Service Provider หรือ CSP รายใหญ่เร่งจัดซื้อ ทำให้กำลังการผลิตถูกดึงไปใช้กับลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น และช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นของ Winbond ให้ดีขึ้น
Q4 ยังมีโอกาสเห็นราคาหน่วยความจำขึ้นต่อ
เข้าสู่ไตรมาส 4 นักวิเคราะห์ที่ Commercial Times อ้างถึงคาดว่าราคาหน่วยความจำของ Winbond อาจเพิ่มขึ้นอีก 8–13% QoQ
เมื่อรวมกับปริมาณการจัดส่งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิต DRAM ที่ขยายตัว ก็มีโอกาสที่จะทำให้รายได้และกำไรของบริษัททำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
สถานการณ์ของ Nanya และ Winbond สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมหน่วยความจำโลก โดย TrendForce ประเมินว่าผู้ผลิต DRAM ยังคงให้ความสำคัญกับกำลังการผลิตกระบวนการผลิตขั้นสูงสำหรับ เซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง ทำให้ซัพพลายสำหรับ DRAM ทั่วไปถูกจำกัด
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2026 ราคาสัญญา Conventional DRAM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10–15% QoQ ขณะที่ราคา NAND Flash คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20% QoQ
AI กำลังแย่งกำลังการผลิตจากตลาด PC
สาเหตุสำคัญของสถานการณ์ทั้งหมดมาจากความต้องการหน่วยความจำของ AI Data Center และระบบเซิร์ฟเวอร์ ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจึงต้องจัดสรรกำลังการผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและความต้องการสูง ส่งผลให้ตลาด PC และอุปกรณ์ทั่วไปต้องเผชิญกับซัพพลายที่ตึงตัวขึ้น
สำหรับผู้บริโภค นี่หมายความว่าราคา RAM และ SSD มีโอกาสยังอยู่ในระดับสูงต่อไป โดยเฉพาะหากความต้องการจาก Data Center ยังแย่งกำลังการผลิตกับตลาดทั่วไปอย่างต่อเนื่อง
และจากตัวเลขของ Nanya กับ Winbond ดูเหมือนว่าผู้ผลิตหน่วยความจำเองกำลังเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์เต็ม ๆ จากสถานการณ์ “ของแพงแต่ขายไม่พอ” เพราะแม้จะผลิตเพิ่มแล้ว แต่ความต้องการของตลาดยังพุ่งเร็วกว่าซัพพลายที่สามารถส่งมอบได้
ที่มา: TrendForce



