นักพัฒนาปล่อยเครื่องมือปลดล็อก VBIOS การ์ดจอ NVIDIA RTX 50 สูงสุด 800W! ไม่ต้องแฟลช BIOS ลงการ์ดจริง
วงการโอเวอร์คล็อกการ์ดจอ NVIDIA มีเครื่องมือใหม่ที่น่าจับตา หลังนักพัฒนาที่ใช้ชื่อว่า Panchovix เปิดตัวเครื่องมือ 3 ตัวสำหรับแก้ไขและโหลด VBIOS แบบกำหนดเองบน Windows และ Linux รองรับการ์ดจอตระกูล GeForce RTX 30, RTX 40 และ RTX 50 Series โดยจุดเด่นคือสามารถปรับแต่งค่าต่าง ๆ ของ BIOS แล้วให้ไดรเวอร์นำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องเขียน BIOS ใหม่ลงชิปแฟลชบนตัวการ์ดจอ
เครื่องมือชุดนี้จึงเป็นอีกแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการรีดประสิทธิภาพการ์ดจอผ่านการปรับแต่งขีดจำกัดด้านพลังงานและแรงดันไฟฟ้า โดยไม่ต้องใช้วิธีแฟลช BIOS แบบดั้งเดิม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการทำให้การ์ดจอไม่สามารถทำงานได้หากเกิดข้อผิดพลาด
ปรับ Power Limit และแรงดันไฟได้มากกว่าค่าจากโรงงาน
เครื่องมือชุดนี้ประกอบด้วยโปรแกรมแก้ไข VBIOS และตัวโหลดสำหรับ Windows กับ Linux โดยตัวแก้ไขสามารถปรับแต่งค่าหลายส่วน ได้แก่
-
Power Limit: เพิ่มขีดจำกัดการใช้พลังงานของการ์ดจอ
-
Voltage Limit: ปรับเพดานแรงดันไฟฟ้าของ GPU และหน่วยความจำ
-
Current/OCP Limit: ปรับขีดจำกัดกระแสไฟฟ้าสำหรับระบบป้องกันกระแสเกิน
-
Fan Channels: แก้ไขการตั้งค่าช่องควบคุมพัดลม
-
Core และ Memory Offset: ปรับช่วงค่าชดเชยความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ GPU และหน่วยความจำ
อย่างไรก็ตาม VBIOS ที่ผ่านการแก้ไขจะไม่สามารถนำไปแฟลชด้วย nvflash ตามปกติได้ เนื่องจากลายเซ็นดิจิทัลของ NVIDIA ไม่ตรงกับข้อมูลภายใน BIOS ที่เปลี่ยนไปแล้ว เครื่องมือของ Panchovix จึงใช้วิธีโหลด BIOS ที่แก้ไขผ่านไดรเวอร์แทนการเขียนทับเฟิร์มแวร์เดิมบนการ์ดจอ
Windows ใช้ Registry ส่วน Linux ปรับการทำงานของไดรเวอร์
สำหรับ Windows ตัวโหลดจะบันทึกข้อมูล VBIOS ที่แก้ไขไว้ใน Registry ของไดรเวอร์การ์ดจอ เพื่อให้ไดรเวอร์นำภาพ BIOS ดังกล่าวมาใช้แทนเมื่ออุปกรณ์เริ่มทำงาน โดยกระบวนการเปลี่ยนค่าต้องรีสตาร์ตการ์ดจอเพียงช่วงสั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องแฟลชชิป BIOS จริง
ส่วน Linux ใช้วิธีแก้ไข NVIDIA Open Kernel Modules เพื่อให้เฟิร์มแวร์ GSP (GPU System Processor) เริ่มทำงานพร้อมกับ VBIOS ที่ปรับแต่งแล้ว อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของนักพัฒนา Fedora 43 เป็นดิสโทร Linux เพียงรุ่นเดียวที่มีการทดสอบกับฮาร์ดแวร์จริงในเวลาที่รายงาน จึงยังไม่ควรสรุปว่าจะทำงานได้เหมือนกันบนทุกดิสโทร
ทดลองเพิ่ม RTX 5090 เป็น 700W และ RTX 4090 เป็น 750W
ตัวอย่างการแก้ไขที่นักพัฒนาเปิดเผยแสดงให้เห็นว่า สามารถปรับเพดานพลังงานและแรงดันไฟของการ์ดจอได้สูงกว่าค่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
VBIOS ที่ระบุว่าเป็นของ GeForce RTX 5090 Founders Edition ถูกปรับเพดานพลังงานจาก 600W เป็น 700W ขณะที่เพดานแรงดันไฟของ NVVDD และ MSVDD เพิ่มจาก 1,110mV เป็น 1,150mV
ส่วน VBIOS ของ GeForce RTX 4090 ถูกปรับ Power Limit จาก 666W เป็น 750W พร้อมเพิ่มช่วง Core Offset เป็น +2,000MHz หรือสองเท่าของช่วงเดิม นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำสั่ง nvidia-smi ตรวจสอบค่าพลังงานของการ์ด ซึ่งพบว่า Power Limit เปลี่ยนจาก 550W เป็น 671W
สำหรับผลการทดสอบอื่น ๆ ที่ Panchovix รายงาน ระบุว่ามีการปรับเพดานพลังงานของการ์ดจอได้ดังนี้
-
GeForce RTX 5090: สูงสุด 800W
-
GeForce RTX 5080: จาก 360W เป็น 500W
-
GeForce RTX 5060 Ti: จาก 185W เป็น 300W
ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลที่นักพัฒนารายงานจากการทดสอบ ไม่ใช่การรับรองว่าการ์ดจอทุกรุ่นหรือทุกยี่ห้อจะรองรับค่าเดียวกันได้ การใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับ BIOS ของแต่ละรุ่น การออกแบบภาคจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน และข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์
ไดรเวอร์ NVIDIA รุ่นใหม่รองรับ แต่ยังไม่รู้ว่าจะถูกปิดช่องทางหรือไม่
ตัวโหลดสำหรับ Windows ต้องใช้ไดรเวอร์ NVIDIA เวอร์ชัน 616.56 ขึ้นไป ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ NVIDIA เคยออกไดรเวอร์ที่ปิดความสามารถในการปลดล็อก Power Limit ของการ์ดจอ RTX 50 ผ่านเครื่องมือ mVolt+ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ที่น่าสังเกตคือ ตัวโหลดของ Panchovix ใช้ค่าบางส่วนใน Registry แบบเดียวกับที่ mVolt+ ใช้สำหรับโหลด VBIOS เช่นกัน จึงยังต้องติดตามว่า NVIDIA จะจำกัดวิธีนี้ผ่านไดรเวอร์ในอนาคตหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าบริษัทจะดำเนินการเช่นนั้น
เครื่องมือทั้งสองตัวโหลดสำหรับ Windows และ Linux เปิดเผยซอร์สโค้ดให้ตรวจสอบได้ ขณะที่หน้า GitHub ของตัวแก้ไข VBIOS ระบุว่าแจกจ่ายในรูปแบบไบนารีปิดซอร์ส
ยังมีข้อจำกัด และการเพิ่มไฟไม่ใช่เรื่องที่ควรทดลองโดยไม่เตรียมตัว
แม้จะสามารถปรับแต่งค่าได้หลายอย่าง แต่เครื่องมือยังมีข้อจำกัด โดย การ์ดจอ RTX 40 Series สำหรับโน้ตบุ๊กยังไม่สามารถแก้ไขได้ และไม่สามารถเปลี่ยน Memory Timing ผ่านวิธีนี้ เนื่องจากการ์ดจออ่านค่าดังกล่าวจากชิปแฟลชโดยตรง
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ การเพิ่มเพดานพลังงานและแรงดันไฟไม่ได้หมายความว่าการ์ดจอจะทำงานเร็วขึ้นเสมอไป ขณะที่การใช้พลังงานสูงขึ้นย่อมเพิ่มภาระให้ภาคจ่ายไฟ ขั้วต่อ สายไฟ และระบบระบายความร้อนด้วย โดยเฉพาะการ์ดจอกำลังสูงอย่าง RTX 5090
ผู้ที่ต้องการทดลองควรสำรอง VBIOS ดั้งเดิมไว้ก่อน และควรทดสอบกับการ์ดจอที่ไม่ได้ใช้ขับสัญญาณภาพบนเครื่องหลัก เพื่อลดความเสี่ยงหากการ์ดจอไม่สามารถเริ่มทำงานได้ตามปกติ
การพัฒนาของ Panchovix แสดงให้เห็นอีกแนวทางหนึ่งในการปรับแต่งการ์ดจอ NVIDIA โดยไม่ต้องแฟลช BIOS จริง แต่สิ่งสำคัญคือเครื่องมือนี้เปิดทางให้ปรับขีดจำกัดของฮาร์ดแวร์ ไม่ได้ทำให้การ์ดจอทุกรุ่นรองรับการใช้พลังงานระดับสูงได้อย่างปลอดภัย การปรับแต่งจึงควรพิจารณาข้อจำกัดของการ์ดแต่ละรุ่นเป็นหลัก
ที่มา: TechPowerUp



