ออสเตรเลียเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมาย “ภาษีข่าว” ฉบับใหม่ โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Meta, Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) และ TikTok ต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับการเผยแพร่หรือแชร์เนื้อหาข่าวบนแพลตฟอร์ม มิฉะนั้นอาจถูกปรับสูงสุด 2.25% ของรายได้ต่อปีในออสเตรเลีย
รัฐบาลออสเตรเลียประกาศร่างกฎหมาย “News Bargaining Incentive” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากทราฟฟิกและรายได้โฆษณาที่เกิดจากการแชร์ข่าว จึงควรมีส่วนตอบแทนให้กับอุตสาหกรรมสื่อ
กฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมแพลตฟอร์มหรือเสิร์ชเอนจินที่มีอิทธิพลสูงในตลาดออสเตรเลีย และมีรายได้เกิน 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี โดยต้องทำข้อตกลงจ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือค่าตอบแทนกับองค์กรสื่อภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากไม่สามารถตกลงกันได้ หรือแพลตฟอร์มปฏิเสธการจ่ายเงิน รัฐบาลสามารถเรียกเก็บภาษีในอัตรา 2.25% ของรายได้ และนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรสนับสนุนสื่อ โดยอิงจากจำนวนผู้สื่อข่าวที่แต่ละองค์กรจ้างงาน
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ และนักการเมืองบางส่วนแสดงความกังวลว่า กฎหมายลักษณะนี้อาจกระทบความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับออสเตรเลีย เนื่องจากมีลักษณะคล้ายการเก็บภาษีดิจิทัลกับบริษัทอเมริกัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย Anthony Albanese ยืนยันชัดเจนว่า ออสเตรเลียเป็นประเทศอธิปไตยและจะตัดสินใจบนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติ
ฝั่งบริษัทเทคโนโลยีออกมาคัดค้านทันที โดย Meta ระบุว่าแพลตฟอร์มไม่ได้บังคับนำเนื้อหาข่าวมาเผยแพร่ และมองว่ากฎหมายนี้เป็นภาษีดิจิทัลในอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ Google เตือนว่า หากถูกบังคับให้จ่าย อาจพิจารณานำข่าวทั้งหมดออกจากผลการค้นหาในออสเตรเลีย
ในทางกลับกัน กลุ่มสื่อหลักของออสเตรเลียออกแถลงการณ์สนับสนุน โดยมองว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใช้ประโยชน์จากข่าวมานานโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม และหากไม่มีระบบชดเชยที่เป็นธรรม อุตสาหกรรมข่าวอาจเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในอนาคต
ที่มา: HKEPC



