Samsung ล็อกออร์เดอร์ RAM ล่วงหน้าเกือบ 80% ของปี 2027! NVIDIA, Google และ Microsoft แห่จองยาวกว่า 5 ปี
วิกฤตหน่วยความจำอาจยิ่งตึงตัว หลังมีรายงานว่า Samsung Electronics ทำสัญญาจัดหาหน่วยความจำระยะยาว ครอบคลุมกำลังการผลิตที่คาดการณ์ไว้เกือบ 80% ของปี 2027 โดยมีลูกค้ารายใหญ่อย่าง NVIDIA, Google และ Microsoft อยู่ในกลุ่มผู้สั่งซื้อ
รายงานจากสื่อเกาหลีใต้ Korea Economic Daily ซึ่งถูกนำเสนอผ่าน IT Home ระบุว่า ข้อตกลงเหล่านี้ครอบคลุมทั้งหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง HBM, DRAM ทั่วไป และหน่วยความจำประเภทอื่นที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สำคัญคือ สัญญาส่วนใหญ่มีระยะเวลามากกว่า 5 ปี ซึ่งยาวกว่าการสั่งซื้อรายไตรมาสตามปกติอย่างมาก
การทำสัญญาล่วงหน้าเช่นนี้ช่วยให้บริษัทคลาวด์และผู้พัฒนาชิป AI วางแผนจัดหาหน่วยความจำได้มั่นคงขึ้น แต่ก็อาจทำให้กำลังการผลิตส่วนใหญ่ถูกจัดสรรให้ลูกค้ารายใหญ่ไปล่วงหน้า และเหลือสินค้าให้ซื้อผ่านตลาดระยะสั้นน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 80% ยังเป็นข้อมูลจากรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขที่ Samsung ยืนยันอย่างเป็นทางการ บริษัทเคยเปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ว่าลูกค้ารายหลักแทบทั้งหมดต้องการทำสัญญาระยะยาว และยอมรับว่าอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ครบทุกคำขอ
ไม่ใช่แค่ Samsung ที่เร่งล็อกกำลังการผลิต
แนวโน้มนี้ยังเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง SK hynix และ Micron ซึ่งมีรายงานว่าทำข้อตกลงระยะยาวกับลูกค้ารายสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะตลาด HBM ที่ผลิตได้ยาก ต้องใช้เทคโนโลยีแพ็กเกจขั้นสูง ผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านความร้อนและสัญญาณไฟฟ้าอย่างเข้มงวด รวมถึงต้องประสานงานกับผู้ผลิตชิปเร่งความเร็ว AI อย่างใกล้ชิด
ผลกระทบไม่ได้หมายความว่า RAM สำหรับคอมพิวเตอร์หรือ SSD จะขาดตลาดทั้งหมดทันที เพราะหน่วยความจำแต่ละประเภทมีสายการผลิต ความจุ และเงื่อนไขการจัดสรรแตกต่างกัน แต่เมื่อผู้ผลิตให้ความสำคัญกับ HBM และหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ตลาด DDR5 สำหรับพีซี หน่วยความจำการ์ดจอ และชิ้นส่วนจัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้บริโภคก็อาจได้รับผลกระทบด้านราคาและปริมาณสินค้าได้
อีกเหตุผลที่น่ากังวลคือ ลูกค้ากลุ่ม AI มักวางแผนซื้อสินค้าล่วงหน้าหลายปี และอาจยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสินค้า ขณะที่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และผู้บริโภคทั่วไปมีอำนาจต่อรองน้อยกว่า และอาจต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับคนประกอบคอมพิวเตอร์ ยังไม่จำเป็นต้องรีบซื้อ RAM เพียงเพราะข่าวนี้ แต่ควรติดตามราคาและสต็อกสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชุด RAM ความจุสูง รุ่นความเร็วสูงที่ผ่านการทดสอบความเข้ากันได้ และหน่วยความจำ SO-DIMM สำหรับโน้ตบุ๊ก ซึ่งอาจได้รับแรงกดดันจากตลาดมากขึ้น
สุดท้าย สิ่งที่ต้องจับตาคือ Samsung, SK hynix และ Micron จะเพิ่มกำลังการผลิตได้เร็วแค่ไหน เพราะการสร้างกำลังผลิตใหม่ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาล ขณะที่การผลิต HBM ยังมีขั้นตอนตรวจสอบและรับรองคุณภาพที่ซับซ้อนกว่าหน่วยความจำทั่วไป
หากความต้องการจาก AI ยังเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิต ตลาดหน่วยความจำก็อาจยังเผชิญภาวะตึงตัวต่อเนื่อง และทำให้ราคา RAM ในตลาดผู้บริโภคปรับลดลงได้ยากกว่าที่คาด
ที่มา: IT Home



