ท่ามกลางกระแสการขึ้นราคาที่ลุกลามจากโรงงานผลิตชิป (foundry) ไปยังหน่วยความจำและชิปอนาล็อก SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน ได้เปิดเผยแผนดำเนินงานปี 2026 ควบคู่กับรายงานประจำปี 2025 โดยตั้งเป้า “รายได้เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม”
งบลงทุน (Capex)
SMIC คาดว่างบลงทุนในปี 2026 จะอยู่ในระดับ “ใกล้เคียงปี 2025” แต่ยังคงมากกว่า 20% ของสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งสะท้อนถึงการเดินหน้าขยายกำลังผลิตต่อเนื่อง
ความเสี่ยง: เอฟเฟกต์ลูกโซ่จากชิปหน่วยความจำ
SMIC เตือนว่า
- ความต้องการหน่วยความจำจาก AI ที่พุ่งสูง
- อาจทำให้ชิปสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป (เช่น สมาร์ตโฟน) ขาดแคลน
- ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และกระทบความต้องการของผู้บริโภค
ข้อมูลสำคัญ
- กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 43.2% ของยอดขายเวเฟอร์ในปี 2025
- เป็นตลาดหลักที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท
พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก
- รายได้จาก China คิดเป็น 85.6% ของทั้งหมดในปี 2025
-
เพิ่มขึ้นจาก 84.6% ในปีก่อน
สะท้อนแนวโน้ม “ผลิตใช้เองในประเทศ” (localization)
กำลังการผลิตเพิ่ม
- ปี 2025 มีกำลังผลิต 1.06 ล้านเวเฟอร์/เดือน
- เพิ่มขึ้น 111,000 เวเฟอร์จากปีก่อน
โฟกัสเทคโนโลยี
SMIC จะเน้นพัฒนาในด้าน:
- BCD (ชิปผสมอนาล็อก + ดิจิทัล)
- ชิปอนาล็อก
- MCU
- ชิปขับจอ (Display Driver IC ระดับกลาง-สูง)
รวมถึงเทคโนโลยี:
- 28nm embedded flash
- 65nm RF SOI
ณ สิ้นปี 2025
- มีสิทธิบัตรสะสม 14,511 รายการ
- เป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 12,621 รายการ
R&D และงบลงทุน
- งบ R&D ปี 2025: 774 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อรายได้: 8.3% (ลดลงจาก 9.5%)
Capex ปี 2025:
- สูงถึง 8.1 พันล้านดอลลาร์
- ปี 2026 คาดว่า “ทรงตัว”
ผลประกอบการปี 2025
- รายได้: 9.327 พันล้านดอลลาร์ (สูงสุดเป็นประวัติการณ์)
- ปริมาณส่งมอบเวเฟอร์ +20.9%
- ราคาขายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อย
กำไรสุทธิ:
- 685 ล้านดอลลาร์ (+39%)
Margin:
- อัตรากำไรขั้นต้น 21% (+3%)
แนวโน้ม
แม้ต้นปี 2026 จะยังระมัดระวัง (รายได้อาจทรงตัว)
แต่ SMIC เชื่อว่าแรงหนุนจาก AI จะช่วยชดเชยตลาดชิประดับล่างที่อ่อนตัว
สรุป
SMIC กำลังเดินเกม “โตเหนืออุตสาหกรรม”
ภายใต้ความเสี่ยงจาก
- ความต้องการ AI
- ความผันผวนของตลาดผู้บริโภค
ตลาดกำลังจับตาว่า…จะทำได้จริงหรือไม่
ที่มา: TrendForce



