DDR4 แพงทำสถิติใหม่! ราคา DRAM พุ่งแตะ $25 ต่อชิป สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มกว่า 1,370% ใน 17 เดือน จากแรงกดดันตลาด AI
ตลาดหน่วยความจำคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับภาวะราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง หลัง DRAMeXchange บริษัทวิจัยตลาดในเครือ TrendForce เปิดเผยข้อมูลว่า ราคาเฉลี่ยของหน่วยความจำ PC ทั่วโลกในเดือนสิงหาคม 2026 ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Artificial Intelligence (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคา Contract Price เฉลี่ยของ DDR4 8Gb 1Gx8 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ DRAM สำหรับ PC ที่ใช้เป็นตัวอ้างอิงของตลาด พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อชิปในเดือนสิงหาคม 2026 หรือราว 800 บาท ต่อชิปตามอัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ
ราคาดังกล่าวเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และที่สำคัญกว่านั้นคือ เป็นระดับราคาสูงสุดนับตั้งแต่ DRAMeXchange เริ่มเก็บข้อมูลชุดนี้
เมื่อเทียบกับจุดเริ่มต้นของข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2016 ซึ่ง DDR4 8Gb 1Gx8 มีราคาเฉลี่ยเพียงประมาณ 2.90 ดอลลาร์ หรือราว 93 บาท ราคาปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 8.6 เท่า
DDR4 ใช้เวลาเพียง 17 เดือน ราคาพุ่งกว่า 1,370%
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าราคาที่ทำสถิติสูงสุด คือความเร็วในการปรับตัวขึ้นของราคาในช่วงที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน 2025 DDR4 8Gb 1Gx8 มีราคาเฉลี่ยเพียงประมาณ 1.70 ดอลลาร์ หรือราว 54 บาท
จากนั้นราคาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 11 เดือนติดต่อกัน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยหลายเดือนมีการปรับขึ้นในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
แม้ในเดือนมีนาคม 2026 ราคาจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่แนวโน้มกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เดือนเมษายน และราคายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
เฉพาะเดือนพฤษภาคม ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ขณะที่เดือนสิงหาคมยังคงเพิ่มขึ้นอีก 4.2%
หากคำนวณจากเดือนเมษายน 2025 ซึ่งราคาอยู่ที่ 1.70 ดอลลาร์ ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2026 ที่ 25 ดอลลาร์ จะพบว่าราคา Contract Price เพิ่มขึ้นประมาณ 1,370.59% ภายในเวลา 17 เดือน
กล่าวง่าย ๆ คือ DDR4 ที่เคยมีราคาไม่ถึง 2 ดอลลาร์ต่อชิป กำลังถูกซื้อขายในตลาด Contract ที่ระดับประมาณ 25 ดอลลาร์ในปัจจุบัน
ตลาดกำลังเกิด “ราคา DDR4 แพงกว่า DDR5”
ความผิดปกติอีกประการที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ Price Inversion หรือภาวะที่สินค้ารุ่นเก่ากลับมีราคาสูงกว่าสินค้ารุ่นใหม่
โดยในช่วงที่อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไปสู่ DDR5 กลับพบว่า DDR4 บางประเภทมีราคาสูงกว่า DDR5
ตามกลไกตลาดทั่วไป หน่วยความจำรุ่นใหม่มักมีต้นทุนสูงกว่าในช่วงแรก แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับแตกต่างออกไป เนื่องจากผู้ผลิต DRAM กำลังทยอยลดความสำคัญของสายการผลิต DDR4 และโยกทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า
เมื่อ Supply ของ DDR4 ลดลง แต่ยังมีความต้องการจากระบบ PC, Server และอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ต้องใช้ DDR4 อยู่ ราคาจึงสามารถพุ่งสวนทางกับอายุของเทคโนโลยีได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการประกอบหรืออัปเกรด PC ที่ใช้ DDR4 ในช่วงนี้อาจไม่ได้หมายความว่าจะประหยัดกว่าการเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์ม DDR5 เสมอไป
TrendForce ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคา DRAM ไตรมาส 3
สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ DRAMeXchange ต้อง ปรับเพิ่มประมาณการราคาสัญญา PC DRAM ในไตรมาส 3 ปี 2026
เดิมคาดว่าราคา PC DRAM จะเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20%
แต่ล่าสุดได้ปรับประมาณการขึ้นเป็น 18–23%
การปรับเพิ่ม Forecast สะท้อนว่าตลาด DRAM ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจาก Supply ที่ตึงตัว ขณะที่ความต้องการจากตลาด AI และ Data Center ยังคงแย่งชิงกำลังการผลิตจากตลาด Memory แบบดั้งเดิม
สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะราคาของ RAM Module เท่านั้น เพราะต้นทุน DRAM ที่เพิ่มขึ้นสามารถถูกส่งต่อไปยังราคาของ PC, Notebook, Server และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้
NAND Flash ก็ขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20
ไม่ใช่เพียง DRAM เท่านั้นที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านราคา
ข้อมูลของ DRAMeXchange ยังระบุว่า ราคาเฉลี่ยของ 128Gb 16Gx8 MLC NAND Flash ซึ่งใช้ในผลิตภัณฑ์อย่าง Memory Card และ USB Flash Drive เพิ่มขึ้นอีก 1.4% ในเดือนสิงหาคม
ราคาขยับจากประมาณ 30.10 ดอลลาร์ ในเดือนกรกฎาคม มาอยู่ที่ 30.50 ดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม หรือประมาณ 970–980 บาท ต่อหน่วยตามอัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ
ที่สำคัญ นี่เป็นการปรับขึ้นราคาเป็น เดือนที่ 20 ติดต่อกัน
หมายความว่าตลาด NAND Flash เองก็ยังไม่มีสัญญาณกลับเข้าสู่ภาวะราคาปกติอย่างชัดเจน
ผู้ผลิตโยกทรัพยากรไป 3D NAND รุ่นใหม่ แต่ราคายังไม่ลด
แม้ผู้ผลิต NAND จะยังคงโยกทรัพยากรไปยัง 3D NAND ที่มีจำนวน Layer สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและลดต้นทุนต่อบิตในระยะยาว แต่แรงกดดันด้านต้นทุนกำลังส่งผลต่อลูกค้าและผู้ซื้อปลายน้ำมากขึ้น
ทำให้การปรับขึ้นของราคา NAND แบบ Single-Layer Cell ในเดือนสิงหาคมชะลอตัวลงเหลือประมาณ 16–28% จากเดิมที่เคยเพิ่มขึ้นถึง 34–51% ในเดือนกรกฎาคม
อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าราคา NAND กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สะท้อนว่าผู้ซื้อเริ่มรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ยากขึ้น
ผู้ผลิตจึงอาจเผชิญกับข้อจำกัดในการผลักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าเพิ่มเติม
AI กำลังเปลี่ยนสมดุลของตลาด Memory
เบื้องหลังของวิกฤตรอบนี้แตกต่างจากภาวะขาดแคลน DRAM ในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
การเติบโตของ AI Infrastructure ทำให้ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะ HBM และ DRAM สำหรับ Data Center และ AI Accelerator
ผู้ผลิตรายใหญ่จึงต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่ให้มูลค่าและกำไรสูงกว่า
ปัญหาคือการเพิ่มกำลังการผลิต DRAM ใหม่ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น การสร้าง Fab ใหม่และเพิ่ม Capacity ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล รวมถึงต้องใช้เวลาหลายปีในการติดตั้งและเพิ่มผลผลิตจนถึงระดับ Mass Production
ขณะที่ตลาด AI ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการ Memory เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการขยาย Supply
ผลที่ตามมาคือ ตลาด Memory สำหรับผู้บริโภคเริ่มถูกบีบให้แคบลง
DDR4 อาจกลายเป็น “ของเก่าแต่ราคาแพง”
สถานการณ์ของ DDR4 ในปัจจุบันจึงถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด Memory
DDR4 เป็นเทคโนโลยีที่เก่ากว่า DDR5 และกำลังถูกแทนที่ในแพลตฟอร์ม PC รุ่นใหม่ แต่ในเวลาเดียวกัน Supply ของ DDR4 กลับลดลงเร็วกว่าความต้องการ
เมื่อผู้ผลิตลดการผลิต แต่ยังมีผู้ใช้จำนวนมากที่ต้องการอัปเกรดระบบเดิม ผลลัพธ์จึงเกิดเป็นภาวะ “ของเก่าขาดตลาดและแพงกว่าของใหม่”
นี่เป็นสถานการณ์ที่ผู้ใช้ PC ควรจับตามอง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนอัปเกรด RAM ในระบบ DDR4
หากราคายังคงอยู่ในระดับสูง การซื้อ RAM DDR4 เพิ่มอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ประหยัดที่สุดอีกต่อไป และในบางกรณีการเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปใช้ DDR5 อาจมีความคุ้มค่ากว่าเมื่อพิจารณาต้นทุนทั้งระบบ
วิกฤต Memory อาจยังไม่จบในเร็ว ๆ นี้
ตัวเลขล่าสุดจาก DRAMeXchange สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่แตกต่างจากวัฏจักร DRAM แบบเดิม
ราคา DDR4 8Gb 1Gx8 ที่แตะ 25 ดอลลาร์ และทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล รวมถึงการปรับเพิ่มประมาณการ PC DRAM ในไตรมาส 3 เป็น 18–23% แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน NAND Flash ก็ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20
หากความต้องการจาก AI Infrastructure ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว และผู้ผลิตยังคงจัดลำดับความสำคัญให้กับ HBM, Server DRAM และผลิตภัณฑ์ Memory สำหรับ AI มากกว่าตลาด Consumer ก็มีความเป็นไปได้ที่ RAM และ Storage สำหรับผู้บริโภคจะยังคงมีราคาสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
และสำหรับผู้ใช้ PC สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่แค่การที่ RAM แพงขึ้น แต่คือการที่ DDR4 ซึ่งควรเป็น Memory ราคาถูกลงตามอายุของเทคโนโลยี กลับกลายเป็นสินค้าที่ราคาแพงขึ้นจาก Supply ที่หดตัว
ในยุค AI สิ่งที่เคยเป็น “ของเก่า” จึงอาจกลายเป็น “ของหายาก” และเมื่อ Supply ไม่เพียงพอ ราคาก็สามารถพุ่งสวนทางกับอายุของเทคโนโลยีได้อย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับ DDR4 ในเวลานี้
ที่มา: IT Home



