...... pod สวัสดีครับ บทความนี้ต่อเนื่องครับ จากที่พี่ Tee. เอาเจ้า Decoder DDTS-100 มาให้ดูกันไปแล้ว หงะคงอยากจะรู้ใช่ป่าว ว่าจะมีอะไรให้เล่นบ้าง เอาหละคราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของผมเองที่ต้องมาทดลองเล่น ทดลองฟัง ทดลองซน มาครับเราจะรู้กันก็บทความนี้หละครับ ว่าของที่ออกใหม่ ๆ สด ๆ ที่แม้กระทั้งเว็บของ Creative ยังไม่ค่อยจะมีข้อมูลเลยจะมีอะไรเด่นบ้าง
Show

หน้าของ Decoder (อ่านว่า ดี-โค๊ด-เดอร์) ตัวนี้กันอีกครับ ขอบอกว่า product ตัวนี้ถ่ายรูปยากมากๆ เพราะอะไรเหรอ
ก็เพราะว่ามันแวววับไงครับ ถ่ายไปถ่ายมาอ้าวติดตัวเอง 55 เด๋วแฟน ๆ overclockzone เห็นแล้วจะช๊อคกันไปซะก่อน
สองรูปนี้อยากให้ดูครับว่าไฟแสดงสถานะเยอะมาก ๆ ยิ่งตอนเปิดใหม่นะครับ วู้!กระพริบกันสว่างเชียว อย่างกะศาลเจ้า

หมุนมาดูด้านหลังกันบ้างครับ ต้องใช้รูปใหญ่ ๆ จะได้เห็นชัด ๆ อธิบายง่ายด้วยครับ ที่เห็นก็จะเป็น input แบบ
analog (อ่านว่า อะ- นา - หล่อก) ครับ ตัวนี้รับ input แบบนี้ได้ 6 ช่อง หรือรับสัญญาณแบบ Stero ได้ 3 ชุดนั้นเอง

ว่ากันถึง input แบบ analog กันไปแล้วคราวนี้มาถึง input แบบ digital กันบ้างให้ดูฝั่งซ้ายมือก่อนนะครับ จะไล่จาก
บนลงล่างครับ อันบนสุดก็เป็นแบบ coaxial ครับ ใช้สายทองแดงนำสัญญาณมีให้ใช้แค่ 1 อันเท่านั้น ถัดลงมาที่เห็น
เป็นจุกดำๆปิดอยู่ก็คือ digital input แบบ optical ครับมีให้ใช้กัน 3 ชุดครับ optical จะใช้แสงนำสัญญาณครับ อ๊ะ !
คราวนี้ย้ายมาดูฝั่งขวามิอกันบ้าง ขวามือจะเป็นส่วนของ output เอาไว้ให้ต่อไปหาลำโพงเซอร์ราวด์ของเรา รูล่างสุด
เป็นช่องไฟเลี้ยง decoder ครับ
Setup

เอาหละมาต่อสายกันครับ วุ่นวายเอาเรื่องเลยครับเพราะสายเยอะมาก เดินไปเดินมาแทบจะสะดุดล้มเอาให้ได้55
เพื่อลดจำนวนสายจะใช้ input แบบ optical ครับเพราะสะดวกดีครับ แต่ถ้าสงสัยแล้วทำไมไม่ใช้สาย coaxial หละ
ก็เพราะสาย coaxcial ที่ให้มากับ decoder ตัวนี้ไม่มีสายแปลงให้เป็นหัว mono ขนาดเล็กมาให้ ทำให้เสียบหลัง
soundcard ไม่ได้ (จริง ๆ หัวแปลงผมมีนะครับ แต่อยากจะใช้ของที่ให้มาในกล่องให้มากที่สุด) เลยต้องใช้แบบนี้

ต่อ input เสร็จแล้วก็เอาเจ้ากล่องพ่วงตัวนี้มาต่อออกมาจาก decoder แล้วก็จัดการเอาสายจากลำโพง 5.1 , 6.1 , 7.1
แต่ต่อที่ตัวพ่วงนี้

ส่วนช่องต่อ 4 ช่องที่เหลือให้ลากสายมาจาก soundcard ไฮโซทั้งหลายครับ ถึงตรงนี้อาจจะงงกันบ้างแล้ว คือลืมบอก
ไปว่าจริงๆแล้ว ในส่วนของ input นั้นจะต่อมาจากพวกเครื่องเล่น DVD หรือ PS หรือ MP3 ก็จะตรงตาม concept
ของ Creative ที่จะเปลี่ยนลำโพงคอมฯไปสู่เครื่องเสียงบ้านครับ เพราะฉะนั้นกล่องพ่วงตัวนี้จะเอาไว้สลับว่าจะให้
ลำโพงรับสัญญาณจากคอมฯ หรือ จาก DVD , PS , MP3 ครับ พอจะร้องอ๋อกันบ้างหรือยัง
Plug 'n Play
มาครับมาลองเล่นกัน พอได้ลองเล่นอยู่พักนึงก็บอกได้เลยว่าโดยพื้นฐานฟังก์ชั่นการใช้งานเหมือน Creative Inspire GD580 เป๊ะๆ เพียงแต่เพิ่มฟังชั้นการใช้งานเข้ามาอีกเยอะเลย ความต่างกันอยู่ที่ input ของ DDTS-100 จะเยอะกว่า การถอดรหัสของตัวที่เอามาให้ดูคราวนี้ทำได้มากกว่า ที่เพิ่มเข้ามาก็มี DTS NEO:6 สำหรับ analog input ส่วน Dolby PLII ยังอยู่ครับ จริง ๆ น่าจะใส่ Dolby PLIIx มาให้ด้วยนะ สำหรับ digital input ก็มี Dolby Digital EX เพิ่มเข้ามาให้เล่นกัน ฝั่ง DTS ก็ไม่ยอมน้อยหน้าส่ง DTS-ES Matrix กับ DTS-ES 6.1 Discrete แล้วมันต่างกันยังไง อยากรู้หรือป่าวครับ มาครับมารู้ด้วยครับ

Dolby Digital EX ก็คือ Dolby Digital ที่เพิ่ม channel หลังเข้ามาครับ โดย input ยังเป็น 5.1 Ch ครับ นั้นก็คือ
ระบบเสียงในโรงหนังที่เราไปดูกันนั้นเองครับ แจ่มมั๊ย


ส่วนของอันข้างบนนี้เป็นของ DTS เค้าซึ่งไม่ต่างอะไร Dolby เพียงแต่ขั้นตอนที่มาของ channel หลังตรง
กลางอาจจะไม่เหมือนกันแต่ยังไงก็ใช้ input จาก 5.1 Ch อยู่ดีครับ

การถอดรหัสของ DDTS - 100 นั้นเราฝืนให้มันถอดรหัสข้ามค่าย หรือ อะไรยังไงไม่ได้เลย ว่ากันง่าย ๆ Auto detect
ครับ ปรับได้ตอน detect เสร็จแล้วเท่านั้น เลือกเอาว่าจะฟังแบบ 5.1 หรือจะฟังแบบ 6.1 หรือ 7.1 ก็ว่ากันไปครับ
สำหรับการใช้งานก็ยังไม่ต่างอะไรกับเจ้า GD580 นั้นคือไม่จำค่าที่ตั้งเอาไว้ก่อนจะปิดเครื่องแล้วถอดปลั๊กออก การตอบสนองถ้ากดผ่านหน้าปัดยังหน่วง ๆ อยู่บ้าง เสียงตุ๊บตอนเปลี่ยนจาก Stero ไปเป็น Dolby PLII หายไปแล้ว LED แสดงผลสว่างกำลังดีไม่แยงตา รีโมทยังปุ่มเล็กเหมือนเดิม
Listen
| Reference system 1 |
| CPU |
AMD Athlon XP 1700+ (192x10.5) |
| CPU Cooler |
AMD Bundle Heatsink. |
| Mainboard |
Abit NF7-M |
| Memory |
Kingston 256 MB DDR400 |
| VGA Card |
geForce 4 MX 440 onboard |
| Sound |
- |
| Harddisk |
IBM-HITACHI 180GXP 80 GB |
| DVD |
Pioneer DVD - 120 |
| OS |
Microsoft Windows XP |
| Reference system 2 |
| CPU |
AMD Athlon XP 1700+ (220x10) |
| CPU Cooler |
Alpha PAL8045 + Cooler Master 2500 rpm. |
| Mainboard |
ASUS A7N8X Rev 2.0 |
| Memory |
Kingston 256 MB DDR400 x 2 |
| VGA Card |
Spark Radeon 9500 / 128 MB Modified |
| Sound |
Creative SoundBlaster Live ! 5.1 |
| Harddisk |
IBM-HITACHI 180GXP 80 GB |
| DVD |
Pioneer DVD - 120 |
| OS |
Microsoft Windows XP |
สองชุดอีกแล้วครับ 55 ชุดแรก optical ดูหนัง ชุดสอง Stero เล่นเกมส์

แล้วก็จัดแบบนี้ครับ ถ้าเป็นแบบ 6.1 หรือ 7.1 ก็ยกลำโพงที่เหลือไปวางด้านหลังครับ
จากการฟังโดยใช้ Inspire T7700 มาเป็นตัวถ่ายทอดพลังเสียงให้เริ่มที่ Stero input ก่อนครับ ผมการฟังเพลง เล่นเกมส์แบบ multichannel ได้อารมณ์พอสมควรครับ ความต่างของ NEO:6 กับ Dolby PLII แทบจะแยกแยะไม่ออกในช่วงเสียงกลางและเสียงแหลม แต่เรื่องเบสต้องยกให้ NEO:6 ครับ แน่นกว่า มาลองกันที่ optical กันต่อ ก็คือไม่ต้องทำอะไรครับ auto detect จากนั้นก็ฟัง....อืม โรงหนังย่อมๆนี่เอง ค่อนข้างลำบากถ้าจะให้เทียบกับ TSS-10 ครับ เพราะว่าลำโพงคนละตัวกัน ถ้าใช้ลำโพงแบบเดียวกันน่าจะบอกได้ว่า decoder ของค่ายไหนเสียงแจ่มกว่ากัน
Summary
Creative Decoder DDTS-100 เป็นตัวถอดรหัสที่มาทำให้ลำโพงคอมแบบมัลติแชนแนลได้ทำงานมากขึ้นไม่จำกัดแค่คอม โดยรวมไม่สามารถบอกเกี่ยวกับเรื่องน้ำเสียงได้เนื่องจากการนำไปใช้ น้ำเสียงที่ได้นั้นผลมาจากลำโพงที่ใช้ ว่ากันง่ายๆก็คือลำโพงมีผลมากที่ปลายทาง จากการทดสอบยังไม่ได้ลองทดสอบกับลำโพงมัลติแชนแนลตัวอื่นนอกจาก T7700 แล้วด้วยว่า T7700 นั้นมีเสียงอูม ๆ ของเบสในช่วงความถี่ 160 กับ 310 Hz เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยไม่รู้กันไปใหญ่ว่าเสียงในช่วงดังกว่านั้นจะเป็ยอย่างไรเมื่อต่อกับลำโพงชุดอื่น หากจะได้ทดสอบกับลำโพงชุดอื่นจะแจ้งให้ทราบครับ บทความนี้ทั้งหมดทั้งปวงนี้อ่านแล้วก็ไม่ต้องเชื่อ เชื่อตัวคุณเองเชื่อหูคุณเอง แล้วอะไรๆจะบอกได้ว่าใช่หรือไม่ สวัสดีครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ A&L Computer โทร. 0-2685-8800 (60 คู่สาย)