Page: 2/2
Xonar HDAV1.3 Delux
Xonar HDAV Center ควบคุมการทำงานทุกฟังก์ชั่น >>>> |
ไม่มีระบบอะไรให้ยุ่งยาก ไม่ต้องเรียนรู้การใช้งาน หรือเปิดโปแกรมควบคุมไดร์เวอร์หลายๆ ตัว เพราะ HDAV มาพร้อมซอฟแวร์ไดรเวอร์ Xonar HDAV Center Deluxe หนึ่งเดียวที่ควบคุมการทำงานของการ์ดได้อย่างครอบคลุม หน้าจอที่เรียบง่าย การใช้งานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ที่จะควบคุม และปรับแต่งการใช้งานให้ตรงความต้องการได้อย่างง่ายดาย สามารถเลือกโหมดเสียงสำเร็จรูปได้ 4 แบบ คือ ภาพยนตร์ สำหรับการรับชมหนัง โหมดฟังเพลง สำหรับการรับชมเพลงทั่วๆ ไป โหมด HF (Hi-Fi) สำหรับการรับฟังเสียงโดยไม่ปรับแต่งเสียง เกมส์โหมด สำหรับใช้เล่นเกมส์ให้เสียงที่หนักแน่น และ GX เปิดการทำงานของระบบเอฟเฟกต์เสียงเกมส์แบบ 3 D
AUDIO MODE
ในโหมดสำหรับปรับแต่งเสียงนี้ จะแบ่งเป็นหมวดย่อยๆ ให้เลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
MAIN สำหรับเลือกระบบลำโพงที่ต้องการใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกได้ตั้งแต่ 2.0 จนถึง 7.1 และสามารถเลือกระบบจำลองเสียง 7.1 ที่ต้องการใช้งานได้ตามความต้องการ โดยในการทดสอบผมเลือกที่ 5.1 และต่อลำโพงแบบ 2.1 เท่านั้น เพื่อทดสอบเสียง
MIXER สำหรับควบคุมเสียงในแชนแนลต่างๆ และควบคุมระดับความดังของสัญญาณเสียง
EFFECT สำหรับปรับแต่งเสียงสภาพแวดล้อมของห้องที่เราสามารถจำลองบรรยากาศของการฟังเพลงในรูปแบบต่างๆ ได้ โดยซอฟต์แวร์จะทำการจำลองเสียงสะท้อนต่างๆ ให้ตามโปแกรม
EQ ใช้สำหรับปรับแต่งชดเชยเสียงที่ขาดหายไปจากการทำงานของลำโพง ให้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด สำหรับผมได้ชดเชยเสียงสูง กลาง และต่ำเล็กน้อย เพื่อทดแทนเสียงที่ขาดหายไปจากลำโพงตัวเล็กๆ โดยที่ EQ ที่ให้มาจัดว่ามีคุณสมบัติที่ดี ปรับแต่งได้ง่าย และเห็นผลลัพธ์ได้ดี และที่สำคัญเสียงไปเพี้ยนไป
KARAOKE โหมดนี้สำหรับคนชอบร้องเพลงโดยเฉพาะ โดยสามารถเปลี่ยนคีย์เสียงได้ สามารถตัดเสียงร้อง และสร้างเสียงสะท้อนจากไมโครโฟนได้
FlexBass สำหรับจัดการเสียงเบสโดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่คล้ายกับซับวูฟเฟอร์ฟิลเตอร์ โดยจะจัดการตัดความถี่ต่ำส่งไปให้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ตามค่าที่เราตั้งไว้ ถ้าเราเลือกลำโพงตัวเล็ก Flexbass จะตัดความถี่ที่ต่ำกว่าส่งไปให้ลำโพงซับทั้งหมด โดยที่ไม่ส่งไปขับลำโพงอื่นๆ แต่ถ้าเราเลือกลำโพงตัวใหญ่ Flexbass จะทำหน้าที่เพียงแค่กรองเอาความถี่ที่ต่ำกว่าค่าที่เราตั้ง โดยไม่ตัดความถี่ที่ส่งไปยังลำโพงอื่นๆ ส่วนการที่จะรู้ได้อย่างไรว่าลำโพงของเราควรจะตัดความถี่ที่เท่าใด ก็สามารถทำง่ายๆ โดยปิดลำโพงซับไว้ แล้วเลือกเป็นลำโพงเป็นแบบขนาดเล็ก จากนั้นเลื่อนแถบความถี่จากสูงลงมา ลองฟังเสียงเพลงที่ออกมาว่า ณ จุดใดที่เสียงคงที่เลือนลงไปมากกว่านี้เสียงเบสก็ออกมาเท่าเดิม นั้นแหละเป็นจุดที่ลำโพงเราตอบสนองต่อความถี่ต่ำได้เท่านั้น แต่ถ้ามีแผ่นเทสที่มีความถี่เสียงให้เทส จะดีกว่าครับ
ACE เป็นฟังชั่นลบเสียงสะท้อนที่เกิดจากการวนลูปของเสียง เมื่อเราใช้ไมค์ เสียงจากลำโพงจะเข้ามาที่ไมค์แล้วมาออกที่ลำโพงอีกครั้ง ทำให้เกิดเสียงหอน อันเกดจากการทำงานที่เกินขีดจำกัดของระบบเสียง อาจจะทำให้เสียได้ครับ ซึ่งฟังก์ชั่น ACE จะตัดเสียงนี้ออกไป
VocalFx เป็นเอฟเฟกต์เสียง 3D สำหรับใช้ในการเล่นเกมส์ที่มีการติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียง
VIDEO MODE
สำหรับวีดีโอโหมดมีการปรับแต่งหลายอย่าง เพื่อให้ภาพมีสีสันที่สดสวยมากขึ้น โดยเราสามารถเลือกโหมดการทำงานให้ตรงกับการใช้งานของเราได้อย่างง่ายดาย
อุปกรณ์เสริมการทำงานครบครัน >>>> |
ในกล่องขนาดใหญ่นี้มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ ASUS มองว่าจำเป็นต้องใช้งานติดมาให้ด้วย เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานและที่สำคัญไม่ต้องหาซื้อเพิ่มเติมด้วยครับ
สายแปลงแจ็ค RCA เป็น 3.5 มิล ปกติในท้องตลาดจะหาสายแบบนี้ค่อนข้างยาก สำหรับใช้กับผ็ที่มีลำโพงเป็นแจ็ค 3.5 มิล และไม่สามารถเปลี่ยนเป็น RCA ได้
สายแพสำหรับเชื่อมต่อทั้ง 2 บอร์ดเข้าด้วยกันงานนี้ต้องใช้อยู่แล้ว
สาย HDMI มีทั้งแบบ HDMI และ DVI to HDMI สำหรับการ์ดจอที่ไม่มี HDMI
สุดท้ายกับคู่มือ แผ่นไดร์เวอร์ และซอฟต์แวร์ ArcSoft Total Media Player ที่รองรับการใช้งานแผ่น Biu-ray ทั้งฟอร์แมต High Definition MPEG-2, AVC, VC1's, WMV HD, Quicktime HD, DivX HD และ H.264 HD
มาที่การ SETUP ระบบทดสอบกันบ้างครับ แนวทางของผมนั้นไม่เหมือนใครสักเท่าไหร่ ใครจะทำตามก็ไม่ว่ากัน โดยผมอยากทดสอบระบบเสียงที่ 2.1 แชนแนลเท่านั้น เพราะถ้าใช้ฟังเพลงระบบ 2.1 นี้ดูจะเหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะกับห้องเล็กๆ อย่างผม ลำโพงที่ใช้ก็ลำโพงวางหิ้งของ Sherwood คู่เดิม ทำงานร่วมกับซับตัวเดิม ซึ่งอินพุตทั้งหมดเป็น RCA ทำให้ผมสุดแสนจะดีใจที่ซาวด์ตัวนี้มีแจ็ค RCA เป็นมาตรฐาน จึงได้โอกาสใช้สายสัญญาณดีๆ ที่ต่อเอง ไว้ใช้นานพอสมควรแล้ว จัดการต่อลำโพงคู่หน้า และ ซับวูฟเฟอร์ ส่วนช่องที่เหลือปล่อยทิ้งไว้ไม่ใช้
เซ็ตอัพในไดร์เวอร์ให้เป็น 5.1 และใช้ฟังก์ชั่น FlexBass ให้ตัดความถี่ที่ต่ำกว่า 120 Hz ส่งมาให้ลำโพงซับทำงาน จากนั้นก็ใช้ EQ ชดเชยเสียงเล็กน้อย ก็พร้อมจะทดสอบกันได้แล้วครับ
ระบบที่ใช้ทดสอบ
| CPU |
AMD Athlon 64 X2 4600+ |
| Mainboard Model |
M2A-VM HDMI |
| Memory Size |
2048 Mbytes |
| Windows Version |
Microsoft Windows XP Professional Service Pack 2 |
| DirectX Version |
9.0c |
Audio Performance |
Output Signal-to-Noise Ratio (A-Weighted):
Up to 120 dB for all channels dB dB
Output THD+N at 1kHz:
Up to 0.0004% (-108dB)
Frequency Response (-3dB, 24-bit/96kHz input):
<10Hz to 46kHz
Sample Rate Conversion Quality:
Almost lossless, high-fidelity floating-point filters, with:
-140dB THD+N (typical value for 44.1K->48KHz, 24bit)
145dB Dynamic Range (typical value for 44.1K->48KHz, 24bit) |
Bus Compatibility |
HDMI (High-Definition Multimedia Interface):
-Compliant with HDMI v1.3a industrial standard
-HDCP 1.2 compatible
-DVI 1.0 compatible |
Main Chipset |
Audio Processor:
ASUS AV200 High-Definition Sound Processor (Max. 192KHz/24bit)
24-bit D-A Converter of Digital Sources:
TI Burr-Brown PCM1796 *4 (123dB SNR, Max. 192kHz/24bit)
24-bit A-D Converter for Analog Inputs:
Cirrus-Logic CS5381* 1 (120dB SNR, Max. 192kHz/24bit)
|
Video Specification |
Video Resolution:
-DTV Resolution: 480i, 576i, 480p, 576p, 720p, 1080i up to 1080p
-PC Resolution: graphics, Sgraphics, XGA, SXGA, UXGA
Enhanced Splendid HD Modes:
-Photo, Video, Gaming modes selectable (Gaming mode requires ASUS graphics card)
Color Depth and Range:
-Color depth: supports higher 24, 30, 36, 48-bit/per pixel color depths (RGB or YCbCr)
-Color range: supports broader xvYCC color space standard |
Sample Rate and Resolution |
Analog Playback Sample Rate and Resolution:
44.1K/48K/96K/192KHz @ 16/24bit
Analog Recording Sample Rate and Resolution:
44.1K/48K/96K/192KHz @ 16/24bit
S/PDIF Digital Output:
Dolby Digital, DTS, WMA-Pro
S/PDIF Digital Input:
44.1K/48K/96K/192KHz @ 16/24bit
ASIO 2.0 Driver Support:
44.1K/48K/96K/192KHz @ 16/24bit |
I/O Ports |
Analog Output Jack:
RCA jack *8
Analog Input Jack:
Line-In/Mic-In 3.50mm mini jack *1
Other line-level analog input (for CD-IN/TV Tuner):
CD-In, Aux-In (4-pin header on the card)
Digital S/PDIF Output:
Coaxial and High-bandwidth Optical Combo Connector
Supports 192KHz/24bit
Digital S/PDIF Input:
Coaxial and High-bandwidth Optical Combo Connector
Supports 192KHz/24bit (Shared with Line/Mic In)
HDMI Input/Outut:
HDMI1.3 - In/Out Type A *1 |
Driver Features |
Operation System:
Windows Vista/XP(32/64bit)/MCE2005
Dolby Technologies:
Dolby Digital Live:
Dolby Digital Live encodes any audio signal on PC in real-time to Dolby Digital (AC3) 5.1 surround sounds to your home theater environment through one single S/PDIF connection
Dolby Headphone:
Dolby Headphone technology allows users to listen to music, watch movies, or play games with the dramatic 5.1-channel surround or realistic 3D spacious effects through any set of stereo headphones
Dolby Virtual Speaker:
Dolby Virtual Speaker technology simulates a highly realistic 5.1-speaker surround sound listening environment from as few as two speakers.
Dolby Pro-Logic IIx:
Dolby Pro-Logic II is the well-known technology to process any native stereo or 5.1-channel audio into a 6.1- or 7.1- channel output, creating a seamless, natural surround sound field.
DTS Technologies:
DTS Connect contains DTS Interactive Encoder and DTS Neo:PC technologies. DTS Interactive encodes any sound on PC to DTS 5.1 Surround high bitrate digital stream to your home theater through S/PDIF connection. DTS Neo:PC can convert stereo audio into 5.1 or 7.1-channel high-fidelity surround sounds.
Smart Volume Normalizer:
Normalizes the volume of all audio sources into a constant level and also enhances your 3D sound listening range and advantages in gaming
Xear 3D Virtual Speaker Shifter:
Virtual 7.1 speaker positioning and shifting to adjust the optimum soundfield for your speaker placement
Magic Voic:
Modifies and disguises the sound tone of your voice for VOIP and online chat applications
Karaoke Functions:
Music Key-Shifting and Microphone Echo effects
FlexBass:
Professional Bass Management/Enhancement system for small or large speakers
Other Effects:
10-band Equalier/27 Environment Effects
3D Sound Engines/APIs:
Vista: DirectSound3D GX 2.0, EAX5.0 compatible, DirectSound HW, DirectSound SW, A3D1.0, OpenAL generic modes, 128 3D sounds processing capability
XP: EAX2.0&1.0, DirectSound HW, DirectSound SW, A3D1.0, OpenAL generic modes, 128 3D sounds processing capability
DirectX:
DirectX 9.0 or above required for 7.1ch output
Splendid HD Video Enhancements:
Proprietary Splendid video engine increases color performance and enhance edges for a more brilliant and crispy image |
Bundled Software Utility |
ArcSoft Total Media Player:
Supports playback of all three Blu-ray disc video formats: High Definition MPEG-2, AVC, and VC1's well as all kinds of other High Definition (HD) content: WMV HD, Quicktime HD, DivX HD, and H.264 HD |
Accessories |
4 x 3.5mm-to-RCA adaptor cable (8ch)
2 x S/PDIF optical adaptors
1 x DVI-to-HDMI cable
1 x H6 Extension Board Cable |
มาถึงการเล่นของจริงกันบ้างครับ กับแนวทางเดิมๆ ของระบบ 2.1 ที่ผมต่อไว้ อาจจะไม่เหมือนใคร แต่ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละครับ แหกกฎได้เสมอถ้ามันดีกว่า เอาละเริ่มกันที่เพลงพื้นๆ ทั่วไปก่อนครับ ไฟล์เพลงก็เป็น MP3 ธรรมดา ที่ผมแปลงเก็บไว้เทสครับ เริ่มแรกเลย สิ่งที่ผมสามารถสัมผัสได้จากเสียงที่ได้ยินคือ พลังเสียงที่มากกว่า ความแรงของสัญญาณเอาต์พุตของ HDAV นั้นแรงกว่าการ์ดตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ความแรงของสัญญาณนี้น่าจะมาการระบบปรีแอมป์ภายในนั้นเอง ส่งผลดี เพราะว่าสัญญาณที่แรงจะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนน้อย พลังของเสียงก็มากกว่า ภาคขยายของลำโพงจึงทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงมีพลังเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะเสียงเบสที่เด่นมากๆ แม้ลำโพงซับของผมจะเป็นลำโพงบ้านๆ แถมขนาดก็ไม่ใหญ่โต แต่เสียงเบสนุ่มๆ ลึกๆ ก็สามารถส่งผ่านออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นเสียงเบสที่ออกมาเป็นลูกๆ อย่างชัดเจน ไล่โน้ตได้ตั้งแต่หัวท้ายอย่างคมชัดมากๆ เบสที่แน่นๆ ส่งผลให้การฟังเพลงเป็นไปอย่างได้อารมณ์มากๆ เบสที่ไม่บวม ไม่เบลอ ทำให้เราไม่รู้สึกอื้ออึงในหู ไม่ล้า และไม่รำคาญด้วย
จากนั้นก็ทดสอบปรับแต่ง EQ ให้เข้ากับระบบลำโพงที่ใช้งานอยู่ ซึ่งใช้การปรับแต่งเพียงเล็กน้อย เพราะ EQ ที่ให้มาใช้งานได้ดี และให้ผลตอบสนองต่อการปรับแต่งของเราดีมากๆ หลายๆ คนคงสงสัยว่าทำไมผมไม่ฟังแบบไม่ปรับแต่งเสียง นั่นเป็นเพราะลำโพงของผม ไม่ใช่ลำโพงมอนิเตอร์ที่ใช้ในห้องบันทึกเสียง ที่จะสามารถตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20 Hz 20KHz ได้อย่างราบเรียบขนาดนั้น จึงต้องมีการปรับแต่งชดเชยกันเล็กน้อยครับ
คราวนี้มาลองทดสอบกันจริงๆ จังๆ กันบ้างครับ โดยใช่แผ่น CD แผ่นเดิมๆ และแผ่นเทสของ Sheffield ที่ผมฟังอยู่ประจำนั่นแหละครับ จะได้คุ้นหูกันสักหน่อยครับ ลองฟังเพลงหลายๆ แบบ หลายๆ วัน ก็พอจะสรุปได้ดังนี้
โทนเสียงโดยรวมออกแนวใสๆ อบอุ่น ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ พลังของเสียงมีอย่างเหลือเฟือ การถ่ายทอดเสียงที่ออกมาน่าฟังช่วยให้ลำโพงที่มีจุดเด่นดี ออกมาดียิ่งขึ้น ในช่วงของโทนเสียงสูงที่สามารถส่งรายละเอียดของเสียงออกมาได้อย่างชัดเจน สดใส และมีพลัง ทำให้โน้ตทุกๆ ตัวผ่านออกมาได้อย่างเด่นชัด เสียงสูงที่มีพลังนี้ฟังแล้วจะเพลินๆ เพราะเสียงจะไม่บาดหู เนื่องจากไม่มีความเพี้ยนทางฮาโมนิกส์เข้ามาปะปน เราจึงรู้สึกได้ถึงความสดของเสียง
เสียงในโทนกลาง จุดเด่นๆ คือเสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรี โดยเฉพาะการเล่นแบบบันทึกสด ใช้โทนเสียงกลาค่อนข้างมาก โทนเสียงนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีพลัง มีความเข้ากันได้ดีของเสียงสูงและเสียงต่ำที่มาบรรจบกันอย่างลงตัว หลายๆ คนที่ชอบกดเสียงกลางลงเพราะคิดว่ามันไม่เพราะน่าจะได้ลองฟังเพลงร้องที่เน้นขับเสียงของคนร้องให้เด่นชัด จะรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่น่าฟังมากๆ จากซาวด์ตัวนี้
โทนเสียงต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วตั้งแต่ความถี่ที่ต่ำกว่า 120 Hz จะเป็นภาระของซับไปซะส่วนใหญ่ แต่ผมก็ยังให้ลำโพงคู่หน้าขับเสียงต่ำด้วย เพราะจะได้รู่สึกถึงเวทีเสียงที่กว้าง ไม่ตกไปอยู่ที่ซับเสียทั้งหมด เสียงเบสที่ออกจากลำโพงซับมีความหนักแน่นเป็นหลัก เบสที่กระชับ และรู้สึกได้ถึงพลังของแรงกระแทกได้ส่งขึ้นมารวมกับเบสใสๆ จากลำโพงคู่หน้าอย่างลงตัว จึงให้เสียงที่กลมกลืน และซาวด์สเตจที่กว้างจนน่าฟัง
จุดเด่นของซาวด์ตัวนี้คือระบบโพรเซสที่ดีเยี่ยม ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างฉับไว จึงสามารถปรับแต่งชดเชยเสียงให้เข้ากับลำโพงแบบต่างๆ ได้อย่างดี ประการต่อมา เป็นซาวด์ที่มีภาคปรีแอมป์คุณภาพดีติดตั้งในตัว ทำให้สัญญาณเสียงเอาต์พุตมีความแรงสูง ภาคขยายในลำโพงจึงทำงานน้อย เพราะได้อินพุตมาเต็มๆ ก็จะสามารถขับพลังเสียงได้อย่างเต็มๆ และที่สำคัญสามารถใช้กับภาคพาวเวอร์แอมป์ได้เลย โดยไม่ต้องผ่านปรีแอมป์อีกที
สัญญาณเสียงที่แรง ทำให้เราเปิดโวลุ่มที่ลำโพงน้อยลง ทำให้สัญญาณรบกวนน้อยลงด้วย เสียงที่ได้จึงใสสะอาดมากขึ้น
ภาค D/A คุณภาพสูง ช่วยให้การแปลงเสียงออกมาดีมาก มีสัญญาณรบกวนน้อย แต่มีไดนามิกส์เรนจ์ที่กว้าง เสียงจึงไม่แห้ง ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความมีพลังของเสียง เสียงสูง เสียงกลาง ต่ำ ที่เก็บรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
แจ็ค RCA ช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งผ่านเสียงไปยังลำโพงได้อย่างดีเยี่ยม แจ็คคุณภาพสูงให้การส่งผ่านสัญญาณที่ดี เมื่อเราใช้สายสัญญาณคุณภาพสูงเข้ามาต่อร่วม สัญญาณที่ส่งไปยังจุดลำโพงจะเดินทางไปได้อย่างสะดวก ไร้สัญญาณรบกวน และสายสัญญาณนี้ยังมีผลกับคุณภาพเสียงและโทนเสียงด้วย ดังนั้นเมื่อเราสามารถเลือกใช้สายสัญญาณที่ดีได้ จึงเป็นข้อดีที่น่ายกย่องมากๆ
ในส่วนของการนำมาใช้เล่นเกมส์ แม้ความสามารถด้านนี้อาจะไม่เท่ากับซาวด์ตัวดังๆ แต่ตัวนี้ก็รองรับ EAX 2.0 (5.0 Vista) ได้ ดังนั้นมันจึงให้เสียงที่พอสมควร เมื่อรวมกับคุณสมบัติที่ดีอยู่แล้ว ก็พอสมน้ำสมเนื้อครับ
สำหรับ Xonar HDAV ตัวนี้ ผมค่อนข้างประทับใจมากเป็นพิเศษ และใช้เวลาในการทดสอบนานเป็นพิเศษเช่นกัน เพราะด้วยความอยากรู้ประสิทธิภาพที่แท้จริง กับความสามารถของลำโพงที่ผมใช้อยู่ ที่ถือเป็นลำโพงระดับล่าง ราคาไม่แพง ซื้อมาด้วยราคาถูกๆ แต่เสียงที่ได้น่าทึ่งมากๆ แม้ผมจะได้ลองเล่นซาวด์มาหลากหลายแบบ แต่สำหรับตัวนี้ผมชอบมากๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบฟังเพลงอย่างผม เพราะเสียงที่ส่งออก และการใช้งานที่ยืดหยุ่น ทำให้ลำโพงตัวเล็กๆ ของผม มีพลังเสียงที่น่าฟัง และสามารถใช้ฟังเพลงได้ทุกแนวจริงๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ยังสงสัยผมว่าต้องไปลองหามาฟังครับ แต่เน้นนิดนึงครับ ซาวด์ดีๆ แบบนี้ ถ้าใช้กับลำโพงไม่ดี ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพได้ระดับหนึ่ง ถ้าใช้กับลำโพงดีๆ ประสิทธิภาพก็จะเห็นได้ชัดเจนครับ ของแบบนี้มันต้องคู่กันครับ แต่ไม่ว่าจะลำโพงแบบไหน รับรองได้ว่าเห็นผลแตกต่างแน่ๆ แต่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเองครับ เอาละสำหรับบทความนี้ผมขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
| 1 | 2 || Discuss >>
 |
Xonar HDAV1.3 Delux
Contact :
Tel . : |
!!! OVERCLOCKZONE !!!