
|
 |
Looking for Eyefinity Setup
|
สำหรับในวันนี้กับเรื่องราวของ Eyefinity ที่กำลังจะได้รับชมกันต่อจากนี้ไปนั้น เราอาจจะยังไม่มีรายละเอียดในแบบทุกจุดทุกมุม ในส่วนของการปรับตั้งใช้งานหรือว่าองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี เราจะยังไม่ได้เจาะลึกไปในจุดนั้น เพียงแค่ในวันนี้เราจะมา Preview ให้ได้ชมกันพอสังเขปก่อนว่ามันจะสามารถใช้งานได้จริงตามที่ Sapphire ได้กล่าวอ้างไว้หรือไม่ และก็ตามด้วยผลการทดสอบเล็กๆน้อยๆของเกมส์ต่างๆที่เรามีอยู่และรองรับการใช้งานในแบบ Eyefinity ซึ่งก็ลองมาติดตามชมกันดูนะครับว่าท้ายที่สุดแล้วผลจะออกมาในรูปใด
|
ในที่สุดคำตอบของเรื่องนี้ก็คือความจริง เราจะสามารถใช้งาน Eyefinity 3 ได้โดยจอแสดงผลในแบบ DVI ทั่วๆไป ซึ่งวันนี้การทดลองของเราก็มีการใช้จอที่แตกต่างกันสองชุด แต่ทั้งหมดเป็นจอแสดงผลในขนาด 20" (4:3) ซึ่งความละเอียดสุงสุดของแต่ละจอจะเท่าๆกันคือ 1600x1200pixel และในการปรับเซตในตัว Driver เพื่อใช้งาน Eyefinity นั้นก้เพียงแค่เราทำการกำหนดกลุ่มของจอแสดงผล ให้จอทั้งสามชุดเป็นจอกลุ่มเดียวกัน (สำหรับรายละเอียดในเรื่องนี้เอาไว้ติดตามชมแบบละเอียดได้อีกครั้ง ในการนำเสนอเรื่องราวของ Eyefinity ) และเมื่อเรากำหนดได้แล้ว เราก็จะมีระดับของความละเอียดจากจอทั้งสามชุดรวมกันนั่นก็คือ 4800x1200pixel ซึ่งเป็นค่าที่ Windows มองเห็น แต่สำหรับระดับของความละเอียดจริงๆนั้นมีมากกว่านั้น โดยมันจะเป็นภาพที่ถูกซ่อนอยู่ในส่วนของขอบจอแต่ละตัว ทั้งนี้ที่มีข้อกำหนดตรงนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้รอยต่อของภาพจากจอแต่ละตัวนั้น ตรงกันในทุกแนวระดับ หากไม่มีภาพที่ถูกซ่อนอยุ่นี้ เราจะพบว่าภาพระหว่างรอยต่อของจอจะไม่ตรงกัน เอาเป็นว่ารอชมจากบทความเต็มๆในเรื่องของ Eyefinity ในครั้งต่อไปแล้วกันนะครับ ส่วนวันนี้เรามาเน้นกันที่เรื่องของการทดสอบกันก่อนดีกว่าครับ
|
ในวันนี้กับการต่อใช้งานของจอแสดงลที่เราเลือกใช้นั้นจะเป็นสาย DVI จำนวน 2 เส้นและ Analog D-Sub จำนวน 1 เส้น โดยมันจะมีข้อแม้อยู่เล็กน้อยในจุดนี้ ซึ่งในการใช้งานนั้นแน่นอนว่าเราจะต้องต่อจากพอร์ท DVI จำนวน 2 ชุดบวกกับพอร์ท HDMI ตามที่ได้อธิบายไปแล้วในช่วงแรกอีกหนึ่งชุด ซึ่งข้อแม้ที่ว่านี้ในการเชื่อมต่อนั้นมันจะยอมให้ในระบบมีสายสัญญาณในแบบ Analog ได้เพียงชุดเดียวเท่านั้น และสำหรับการใช้สายแปลงจาก HDMI to DVI นั้นจะต้องเชื่อมต่อโดยสาย DVI เท่านั้น แต่จากข้อจำกัดที่ได้กล่าวไปตรงนี้ถือว่าไม่สร้างความยุ่งยากแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่เราไม่ต่อสายในแบบ DVI ทั้งหมดก็ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีสายมันติดอยู่กับจออยู่แล้วและไม่อยากไปรื้อก็เท่านั้นเอง
|
เมื่อได้โหมด Eyefinity มาใช้งานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาดูกันว่ามันจะให้ความแตกต่างอะไรได้บ้าง อย่างแรกนั้นแน่นอนเลยว่าเราจะได้พื้นที่ของการแสดงผล หรือระดับความละเอียดของหน้าจอที่เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัว เพราะว่า Eyefinity นั้นเป้นเสมือนการรวมเอาจอทั้งสามชุดเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว และส่วนในเรื่องของเกมส์นั้น มิใช่ว่าสิ่งที่เราจะได้รับจะเป็นเพียงการนำภาพในขนาดเท่าเดิมมาดึงออกให้กว้างตามที่ใครอาจจะเคยคิดไว้ มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแต่มันจะเป้นการแสดงภาพที่อยุ่นอกเหนือจากภาพที่เราเคยเห็นบนจอแสดงผลเพียงตัวเดียว ดังตัวอย่างในภาพที่ยกมาด้านขวามือกับเกมส์ Dirt 2 ซึ่งเราจะพบว่าภาพที่เพิ่มเข้ามาเมื่ออยู่ในมุมมองของคอนโซลคือ เราจะได้ภาพของหน้าต่างด้านข้างของตัวรถแบบเต็มใบ รวมถึงมองเห็นประตูรถภายในด้วย แต่หากว่าใครที่ใช้งานจอภาพเพียงชุดเดียว ก็จะไม่เห็นภาพที่ถูกซ่อนอยู่แต่หากอยากจะเห็น ก็ต้องกดคำสั่งหันตัวไปมองทางด้านข้าง และตรงนี้พูดง่ายๆก็คือหากใช้จอเพียงชุดเดียว เราก็จะได้ภาพที่เหมือนกับจอที่อยุ่ตรงกลางในภาพดังที่เห็นอยู่ในขณะนี้นั่นเอง
|
Eyefinity Gaming Benchmark (5040x1200 Pixel)
|
เมื่อได้รู้จักกับ Eyefinity กันพอสังเขปแล้ว คราวนี้เราก็ลองมาทำการทดสอบกันดูสักหน่อยหละกันว่า กับระดับความละเอียดที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ประกอบกับกราฟิกการ์ดตัวนี้ที่เป็นเพียงโมเดลระดับกลางๆ มาดูกันว่ามันจะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีสักขนาดไหน จะสามารถใช้งานใช้เล่นเกมส์ได้พอไหลลื่นหรือไม่ ส่วนระดับความละเอียดที่ทำการทดสอบนั้น จะเห็นว่าเราเลือกใช้ที่ระดับความละเอียด 5040x1200pixel ซึ่งความละเอียดตรงนี้คือระดับของความละเอียดที่ได้รวมภาพที่ถูกซ่อนหรือที่เรียกว่า Bezel Comensated นั่นเอง
|
Crysis Warhead, 5040x1200, GAMER Details, NoAA/NoAF
|
เกมส์แรกเริ่มจาก Crysis Warhead กับความละเอียดในระดับสุดโหด... ซึ่งผลที่ออกมาจากการทดสอบในโหมด GEAMER นั้นคงต้องบอกเลยว่าคงจะได้รับชมภาพในแบบสโลโมชัน เพราะเฟรมเรตที่ทำออกมาได้นั้นสูงสุดเพียง 16.12FPS เท่านั้น ส่วนค่าต่ำสุดก็น่าใจหายคือ 6.40FPS
|
FarCry 2 , 5040x1200, High Details, NoAA/NoAF
|
ถัดมากับ FarCry 2 นั้นดูเหมือนว่าจะทำให้เราใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะเฟรมเรตที่ได้มายังคงเป้นที่น่าพอใจหากเปรียบเทียบกับระดับของความละเอียดที่ใช้ เพราะเรายังได้ระดับอัตราเฉลี่ยที่สูงถึง 34.94FPS และค่าต่ำสุดที่ 24FPS กับการทดสอบในระดับของ High Details
|
S.T.A.L.K.E.R., 5040x1200, High Details, NoAA/NoAF
|
ลองมาดูเกมส์ในยุค DirectX 11 ตัวแรกอย่าง S.T.A.L.K.E.R กันนะครับ และกับผลที่ได้มานั้นคงยังจะพูดได้อยุ่บ้างว่าน่าพอใจ กับรายละเอียดในแบบ High แถมยังเป็นการทดสบในโหมด DirectX11 และเฟรมเรตเฉลี่ยที่ออกมาในแต่ละฉากการทดสอบ 25FPS เว้นเพียงฉาก SunShafts เท่านั้นที่จะดูว่าค่อนข้างต่ำไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายอมรับได้อยู่
|
Dirt 2 , 5040x1200, High Details, NoAA/NoAF
|
เข้ามาที่เกมส์ Racing ชื่อดังแห่งยุคสำหรับ Dirt 2 ที่มาพร้อมกับยุคของ DirectX 11 แบบเต็มตัว ซึ่งการทดสอบของเราก็เลือกทดสอบในแบบที่ลองให้ระบบ Optimize ให้หรือให้ระบบจัดการ ผลคือมันก็เลือกให้ในโหมด High ก็ค่อนข้างงพอสมควร และหลังจากทดสอบผลที่ออกมาก็ตามคาดครับ เฟรมเรตเฉลี่ยอยุ่ที่ประมาณ 25FPS แต่ถ้าให้ดีคิดว่าถ้าเป็นในโหมด Medium น่าจะเล่นได้อย่างไหลลื่นกว่านี้แน่นอน
|
Alien vs Predator , 5040x1200, High Details, NoAA/NoAF
|
สุดท้ายในวันนี้กับ Alien vs Predator อีกหนึ่งเกมส์ที่มาพร้อมกับ DirectX 11 ซึ่งก็เลือกทดสอบกันในโหมด High และผลของเฟรมเรตที่ออกมาคงต้องยอมรับสภาพ เพราะเฟรมเรตเฉลี่ยทำออกมาได้เพียง 14.9FPS เท่านั้น ก็อย่างว่าหละครับระดับความละเอียดซะขนาดนี้
|
เสร็จสิ้นกันไปอีกหนึ่งภาระกิจกับการนำเสนอในแบบของ Eyefinity ในวันนี้ ก็อย่าเพิ่งตัดพ้อกันเสียก่อนนะครับว่า รวบรัดไปหน่อย ไม่มีรายละเอียดแบบเจาะลึกมากนัก ในวันนี้นั้นอย่างที่ได้บอกไปครับว่าเรามาในแบบ Preview ให้ได้รับชมกันเล็กน้อยก่อน เอามาให้ได้ดูว่ามันสามารถใช้งานได้จริงตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ แต่จากการที่มันสามารถใช้งานได้จริง เราจึงมีผลการทดสอบมาให้ได้ชม ซึ่งหากมองจากผลการทดสอบเกมส์ในโหมดของ Eyefinity ที่ได้รับชมกันไปนั้น หลายๆท่านอาจจะไม่ประทับใจกับเฟรมเรตที่ออกมามากนัก เพราะเฟรมเรตในแต่ละเกมส์ที่ได้เห็นล้วนแล้วอยุ่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และหากประเมินไปสู่การใช่เล่นจริงๆคงจะไม่ไหวแน่นอน แต่...เราก็ไม่ควรจะลืมไปด้วยนะครับว่าการ์ดที่เราทดสอบให้ได้ชมกันไปในวันนี้เป็นเพียวซีรีย์ระดับกลาง กับการในโมเดล HD5770 เท่านั้นเอง และถ้าดูจากสเป็คของ HD5770 มันจะมีความแรงเป็นครึ่งหนึ่งของ HD5870 พอดี !!! นี่หละครับจะเป็นที่มาของครั้งต่อไป เดี๋ยวในครั้งต่อไปเรามาติดตามชมกันว่าหากเราเลือกใช้งาน HD5770 ตัวนี้ในแบบ Crossfire และเปิดใช้งาน Eyefinity กับระดับความละเอียดที่สุดโหดดังเช่นวันนี้ที่ 5040x1200pixel นั้น มันจะให้ความไหลลื่นเพิ่มขึ้นมาสักเท่าใด แต่หากว่าใครที่อยากจะใช้เพียงแค่ HD5770 Flex Edition แต่ก็อยากได้ Eyefinity โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ก็ขอบอกว่าใช้ได้อยู่เพียงแต่คงต้องปรับรายละเอียดของเกมส์ลงไปในระดับ Low รับรองว่าเล่นได้อย่างไหลลื่นแน่นอน เพราะเท่าที่ผมลองเล่นเกมส์ Metro 2033 ดุนั้น ปรับรายละเอียดในแบบ Normal เฟรมเรตที่ลองใช้ Frap จับดูนั้นค่าเฉลี่ยอยุ่ที่ประมาณ 30FPS ก็ถือว่าไหลลื่นพอสมควร แต่ถ้าจะเอาในแบบไม่กระตุกเลยก็เห็นจะหนีไม่พ้น Low เท่านั้นหละครับ
สำหรับวันนี้คาดว่าน่าจะครบถ้วนกระบวนท่ากันไปพอสมควรนะครับ ทั้งในเรื่องของการทดสอบประสิทธิภาพ และปิดท่ายด้วยเรื่องของ Eyefinity ซึ่งเราก็หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์พอสมควรสำหรับใครที่กำลังมองๆเล็งๆเทคโนโลยีดังกล่าวนี้อยู่วันนี้ Sapphire ก็ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาแล้ว ดูๆไปแล้วก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่งสำหรับชาวสาวก ATI แต่หากว่าต้องการความแรงที่มากกว่านี้นั้น ก็คงต้องรอชมรอลุ้นกันอีกครั้งว่า Sapphire นั้นจะมีการ์ดในตระกูลใหญ่ๆอย่าง HD5870 หรือ HD5850 ในรหัส Flex Edition มาให้ได้เลือกใช้ด้วยหรือไม่ หรือไม่แน่ว่าหลังจากนี้ไปเราอาจจะได้เห็นผู้ผลิตรายอื่นๆทำอะไรออกมาในลักษณะเดียวกันนี้ให้เป้นทางเลือกมากขึ้นก็เป็นได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเทคโนโลยีเดินหน้าทุกวินาทีไม่เคยหยุดยั้ง สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมบอกรักแม่กันบ้างนะครับ สำหรับใครที่ไม่เคยบอกรักแม่มาก่อนเลยตลอดทั้งปี ถือโอกาสในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นก้ไม่เสียหายนะครับ....
|
SAPPHIRE Radeon HD5770 Flex Edition
|
Special Thanks : Sapphire Technology Limited
|
|
|
|