DDR4 ยังไม่ตาย! วิกฤตขาดแคลน DRAM ทำผู้ผลิตยืดอายุการผลิต คาดยังเป็นมาตรฐานหลักอีกหลายปี
แม้ DDR5 จะเข้ามาเป็นมาตรฐานหน่วยความจำหลักตั้งแต่ปี 2020 แต่สถานการณ์การขาดแคลนชิป DRAM ทั่วโลกกลับทำให้ DDR4 ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 ยังคงมีบทบาทสำคัญ และอาจอยู่ในตลาดยาวนานกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้
เดิมทีผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่มีแผนทยอยยุติการผลิต DDR4 และเข้าสู่ช่วง End-of-Life (EOL) แต่ด้วยความต้องการหน่วยความจำที่ยังสูง ขณะที่กำลังการผลิต DDR5 ยังไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ผลิตหลายรายจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการผลิต DDR4 ต่อไป ทั้งสำหรับตลาดผู้บริโภคและศูนย์ข้อมูล (Data Center)
DDR4 ยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
แม้ราคา DDR4 จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้นทุนการผลิตยังต่ำกว่า DDR5 และกระบวนการผลิตมีความเสถียรจากการใช้งานมายาวนาน ส่งผลให้ DDR4 ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์หลายรายจึงเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับ DDR4 โดยเฉพาะ ทั้งที่ซีพียูรุ่นใหม่รองรับ DDR5 ได้แล้ว
ตัวอย่างเช่น
- Colorful เปิดตัวเมนบอร์ดแบบ MoDT ที่เลือกใช้ DDR4
- Minisforum เปิดตัว Mini PC รุ่นใหม่ที่ยังคงรองรับ DDR4
แม้ว่าซีพียูที่ใช้จะรองรับทั้ง DDR4 และ DDR5 แต่ผู้ผลิตเลือก DDR4 เพื่อควบคุมต้นทุนและทำให้ราคาสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่มีความอ่อนไหวต่อราคา
ศูนย์ข้อมูลก็ยังพึ่ง DDR4
ไม่ใช่เพียงตลาดผู้บริโภคเท่านั้น แม้แต่ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ก็ยังต้องหันกลับมาใช้ DDR4
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Meta ได้นำหน่วยความจำ DDR4 มาใช้งานร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ซีพียู AMD EPYC Turin ซึ่งตามปกติรองรับเฉพาะ DDR5 เท่านั้น
Meta สามารถทำได้ด้วยการพัฒนา ASIC แบบ CXL 2.0 สำหรับระบบ MemServer ภายใต้ชื่อ Vistara เพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่าง DDR4 และ DDR5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลน DDR5 ในปัจจุบัน
AMD และ Intel ยังเดินหน้าหนุนแพลตฟอร์ม DDR4
ผู้ผลิตซีพียูรายใหญ่เองก็เริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว
ฝั่ง AMD ยังคงเปิดตัวซีพียู Ryzen รุ่นใหม่สำหรับแพลตฟอร์ม AM4 ซึ่งรองรับเฉพาะ DDR4 เพื่อยืดอายุแพลตฟอร์มที่ยังมีผู้ใช้งานจำนวนมาก
ขณะที่ Intel มีรายงานว่าอาจกลับมาผลิตซีพียู Core Gen 10, Gen 12, Gen 13 และ Gen 14 เพิ่มเติม เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำและต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ Intel ก็ยืนยันว่า Raptor Lake จะยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทต่อไปอีกหลายปี เพราะสามารถจับคู่กับ DDR4 ได้ ช่วยลดต้นทุนของระบบเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนไปใช้ DDR5 ทั้งหมด
วิกฤต DRAM อาจยาวถึงปี 2028
นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่าปัญหาการขาดแคลน DRAM จะยังดำเนินต่อไปจนถึงอย่างน้อย ปี 2028 และอาจยืดเยื้อกว่านั้น เนื่องจากผู้ผลิตหน่วยความจำจำนวนมากหันกำลังการผลิตไปสู่ HBM และ DDR5 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด AI ทำให้กำลังการผลิต DDR4 มีจำกัด
ผลที่ตามมาคือ ราคา DDR4 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง แต่ก็ยังถูกกว่า DDR5 ในภาพรวม ส่งผลให้ทั้งผู้ผลิตพีซี ผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูล และผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเลือกใช้ DDR4 ต่อไป
จากสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงอาจกล่าวได้ว่า DDR4 ยังห่างไกลจากการเลิกใช้งาน แม้จะมีอายุกว่า 12 ปีแล้วก็ตาม และมีแนวโน้มที่จะยังเป็นมาตรฐานสำคัญของตลาดคอมพิวเตอร์ไปอีกหลายปี จนกว่าสถานการณ์การผลิต DRAM และราคาของ DDR5 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ที่มา: Wccftech



