Date: 12-Oct-2011
Author:
tor_Za
Page:
1/10

AMD FX-8150 Black Edition


                  กราบสวัสดีชาวโอเวอร์คล๊อกโซน ,แฟนบอยเอ็มดี ,สาวกเอเอ็มดีและคนที่ไม่ค่อยจะชอบเอเอ็มดีเท่าไร แบบทั้งน้ำตาก็แล้วกัน จริงๆมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับว่าผลทดสอบของเจ้ารถไถทำให้ผมน้ำตาไหลออกมานะ (แบบว่ามี เรื่องส่วนตัวนิดหน่อย) เมื่อข่าวคราวการเปิดตัวของ AMD FX-Series ได้มีการเลื่อนออกมาเป็นหลายครั้งมาก ตั้ง แต่งาน CES 2011 ,E3 2011 ,Computex 2011 และเมื่อเดือนกว่าๆก็ยังมีการเลื่อนเปิดตัว จนในหลายๆคนใน เว็บบอร์ดไทยและต่างประเทศก็พากันแซวและแขวะไปแล้ว่า AMD เลื่อนตัวพ่อ หรือว่าผู้ผลิตซีพียูแนวอินดี้ไม่พอ ใจก็ไม่ขาย แต่ก็อย่าไปว่าอะไรเอเอ็มดีเค้าเลย อย่างน้อยเค้าก็ไม่ยอมออกวางขายซีพียูออกมาแล้วทำให้ลูกค้าเจอกับ ปัญหาทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจ และต้องมาเสียเวลาวิ่งเปลี่ยนของแถมต้องมารื้อเครื่องอีก ทั้งๆที่ก็เปลี่ยนให้ไม่เสียเงิน
วันนี้ก็เป็นวันที่ 12 ตุลาคม 2554 โดยที่มันคือวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AMD FX-Series พร้อมกับ
AMD Scorpius platform ทั่วโลก โดย อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า AMD FX-Series มันจะมีชื่อเล่นอันแสนน่ารักว่า "Bulldozer" อันที่จริงเจ้ารถไถนั้นก็เป็นเพิยงส่วนประกอบหัวใจหลักในซีพียู AMD FX-Series โดย"Bulldozer" นั้นได้มีการต่อยอดไปสู่ซีพียูในระดับ Server และ Workstation ที่มีชื่อทางการค้าว่า "Opteron"

                  อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าทาง AMD นั้นได้เริ่มเปิดสงครามซีพียูก่อนใคร เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาก็ คงได้เห็น AMD Fusion(Accelerated Processing Units) ในส่วนของ E-Series และตามมาด้วย A-Series ในกลุ่มซีพียูระดับล่างและระดับกลาง แต่สงครามที่แท้จริงนั้นยังไม่จบเพราะสงครามของผู้ผลิตซีพียูคือในตลาดส่วน ระดับบนหรือจะเรียกว่าตัวท๊อปก็คงไม่ผิด ทาง AMD ได้ออกมาประกาศอย่างแกร่งกล้าว่า AMD จะออกซีพียูแบบ แปดแกน (octal core) เป็นเจ้าแรกของโลก เท่านั้นยังไม่พอ AMD ยังได้ใจดีปลดล๊อกมาให้จากโรงงานเอาใจขา คล๊อกคนชอบแรงกันเต็มๆ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อซีพียูตัวท๊อปราคาเฉียดเกือบเครื่องแสนก็สามารถโอเวอร์คล๊อกได้ อย่างเป็นตามใจฝัน แต่ก็ต้องขึ้นกับอุปกรณ์ร่วม ,การระบายความร้อนและฝีมือคนจูน ถึงจะได้ออกมาเป็นตามใจที่ คิดฝันเอาไว้ได้ครับ โดยวันนี้ก็เป็นการรีวิว AMD FX-8150 Black Edition ที่ในตอนนี้กลายมาเป็นซีพียูระดับที่ สูงที่สุดของตลาด Desktop แทน Phenom II X6 1100T ที่เปิดตัวและออกวางแผงไปตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2554 ผลการทดสอบของ AMD FX-8150 คงจะได้เห็นผลหลุดออกมากันตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเปิดตัวทีมนักโอเวอร์คล๊อกกลุ่มนึงได้สามารถทำการโอเวอร์คล๊อก AMD FX-8150 Black Edition จนมีการ ได้สถิติโลกในการทำความเร็วได้สูงที่สุด หาอ่านได้ตามเว็บบอร์ดในประเทศไทย,เว็บต่างประเทศและในเว็บวีดีโอ ต่างๆเช่น Youtube ก็มีวีดีโอของ AMD FX-8150 โชว์หรากันเต็มๆตั้งแต่ก่อนเปิดตัวกันไปแล้ว โดยก่อนเริ่มต้น ชมผลการทดสอบของ AMD FX-8150 Black Edition ผมว่าควรจะต้องศึกษาหลัการของ "Bulldozer" และเมื่อ มาเป็น AMD FX-Series (Zambezi) โดยวันนี้ผมก็ย่อและเขียนสรุปแบบสั้นๆให้อ่านกันได้ง่าย จะได้เลิกสงสัย กันซะทีว่าตกลง AMD FX-Series (Zambezi) มันเป็นคอร์แท้หรือคอร์เทียมกันแน่และที่สำคัญมันมีจุดเด่นอะไร กันบ้างครับ หวังว่าคำถามเกี่ยวกับ AMD FX-Series (Zambezi) คงจะน้อยลงไปมากได้พอสมควร



AMD FX Be Back

                  ข่าวที่ฮือฮากันมากที่สุดเมื่อช่วงปลายปี 2010 คือที่มีข่าวหลุดว่า AMD FX จะกลับมานั้น ก็ได้สร้าง ความรู้สึกใจชื้นของเหล่าบรรดาแฟนบอยและสาวกเอเอ็มดีได้เป็นอย่างที่ โดยคนบนโลกส่วนมากนั้นจะคาดหวังว่า AMD นั้นจะกลับมาในชื่อของ AMD FX เพราะต้องมีความสำเร็จในรูปแบบ Athlon 64 FX ที่ทำให้คู่แข่งของทาง AMD นั้นสมัยนั้นร้องไห้ ขี้มูกโป่งกลับไปออกแบบซีพียูใหม่เพื่อเอามาชนะ AMD Athlon 64 FX ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทาง AMD ถึงกลับมากล้าใช้ชื่อ FX ถ้าไม่มีของดีอยู่ในมือ โดยก็มีสาวกและแฟนบอยส่วนนึงนั้นจะพูดว่าออกถ้า AMD ออกซีพียูราคาหลายๆหมื่นหรือเกือบครึ่งแสนในชื่อ FX และแรงหลุดโลกลักษณะ Athlon 64 FX ก็คนที่จะ พร้อมควักกระเป๋าจ่าย ผมก็หนึ่งในนั้นที่คิดแบบนี้ แพงเท่าไรไม่สนขอให้มันแรงหลุดโลกก็ยอม เพราะชื่อของ FX ที่มีความสำเร็จกับ AMD ได้เป็นอย่างดี ผมว่าหลายๆคนอาจจะไม่สนใจคำว่า "Black Edition" ไปด้วยซ้ำมันก็แค่ ซีพียู AMD ปกติที่มีการปลดล๊อกตัวคูณจากโรงงาน ( Athlon 64 X2 6400+ Black Edition เป็นโมเดลที่ไม่มี การปลดล๊อกตัวคูณ แต่ก็ทำการโอเวอร์คล๊อกได้ดีกว่า X2 6000+ พอสมควร )









ความสำเร็จของ Athlon 64 FX เป็นช่วงยุคของที่ทาง AMD นั้นได้ใส่คำสั่ง X86-64 และ ใส่การควบคุมเมโมรีลงไปในซีพียู ที่สร้างความสำเร็จได้เป็นอย่างดียิ่ง โดยยุคเฟื่องฟูที่สุดของทาง AMD ถ้าใครจำได้ก็คงช่วง FX-55 FX-57 และ FX60 พอมา เป็น FX-62 ก็โดนทางคู่แข่งชกสวนกลับซะหน้าหงายและทาง AMD ก็ได้พยายามดัน FX-70 Series ที่เป็นซีพียูสี่แกนแต่ เป็น Dual Core สองตัวบนเมนบอร์ด Workstation ครับ ก็ไม่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีซะเท่าไร เพราะว่าราคาสูงโคตร พร้อมกับความลำบากในการหาซื้อในบ้านเรามีอยู่ไม่กี่คนในไทย ที่มี FX-70 Series ไว้ในครอบครอง ทุกวันนี้คงโดนวางทิ้ง



                  ป้าย Banner ตัวนี้ผมว่าคงจะเห็นกันเอียนตาไปแล้ว แต่ก็ต้องเอามาพูดใหม่ในวันนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะ เห็นได้ว่าความพยายามของทาง AMD ที่จะหาทางกลับเข้ามาเป้นเจ้าตลาดของซีพียูในระดับท๊อป โดยได้มีการเปิด สงสรามกับคู่แข่งขันประมาณว่า "ข้าจะทำซีพียูแปดคอร์เป็นเจ้าแรกของโลก" เท่านั้นยังไม่พอยังมีการแอบซื้อใจกับ นักโอเวอร์คล๊อกและผู้ที่ชื่นชอบการโอเวอร์คล๊อกประมาณว่า "เราจะปลดล๊อกทุกสิ่งทุกอย่างกับซีพียูแปดคอร์รุ่นนี้"



AMD Scorpius platform

                  กับการเปิดตัวของ AMD FX-Series นั้นทาง AMD ก็ได้มีการเปิดตัวสกอร์เปียสแพลตฟอร์มโดยจะ เป็นแพลตฟอร์มจาก AMD ในช่วงปลายปี 2554 ถึง 2555 โดยยุคที่ผ่านมานั้นจะเป็นลีโอแพลตฟอร์มปนะกอบไป ด้วย AMD Phenom II X6 + AMD 8-Series + AMD Radeon HD5800 สิ่งที่ได้มีเปลี่ยนไปของสกอร์เปียส แพลตฟอร์ม โดยจะประกอบด้วยซีพียู AMD FX-Series ,เมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 9-Series และกราฟฟิกการ์ด AMD Radeon 6000 Series (6800 และ 6900) ดูแล้วสกอร์เปียสแพลตฟอร์มจะมีความยืดหยุ่นในส่วนของ กราฟฟิกการ์ดมากกว่าก่อน ไม่จำเป็นต้องใช้กราฟฟิกการ์ดตัวท๊อปอย่างเดียวในระดับรองท๊อปก็สามารถที่จะเรียก ว่าสกอร์เปียสแพลตฟอร์มได้ครับ


                  ส่วนประกอบของสกอร์เปียสแพลตฟอร์มนั้นก็มีวางตลาดกันไปนานแสนนานแล้วในส่วนทางด้านตัว เมนบอร์ดและกราฟฟิกการ์ด สิ่งที่ต่างกันรอคอยให้สกอร์เปียสแพลตฟอร์มสมบูรณ์แบบที่สุดคือ AMD FX-Series โดยในบ้านเรานั้นอาจจะช้ากว่ากว่าการเปิดตัวไปซักเล็กน้อย อย่างเร็วสุดก็หลังจาก AMD FX-Series เปิดตัวไป ไม่กี่วันอย่างร้ายสุดก็นับสัปดาห์รอ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตลาด AMD ในประเทศไทยเป็นเช่นนี้ ที่ในต่าง ประเทศหลายๆประเทศก็มีของพร้อมขายพร้อมกับวันเปิดตัว ร้ายไปกว่านั้นมีการแอบขายหลังร้านไปก่อนก่อนเป็น อาทิตย์ เป็นคนไทยก็ต้องทำใจกันหน่อยนะแบบนี้ ยังดีที่ราคาในประเทศไทยไม่ต่างกับเมืองนอกมาก (ที่ไต้หวันก็ ราคาซีพียู AMD ถูกกว่ากันหลักสิบถึงร้อยกว่าๆเท่านั้น) ไม่งั้นยุคซีพียูหิ้วคงจะไม่หายไปจากเมืองไทยได้แน่นอน อันนี้ก็เป็นความขุ่นเคืองใจที่ผมเคยเจอกับมา AMD ในประเทศไทย แต่ก็ยอมซื้อซีพียูแพงกว่าราคาในต่างประเทศ ประมาณสามพันเกือบสี่พันหลังวันเปิดตัวด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะซื้อมาใช้ในการทำงาน (Phenom II X4 920) ปล.เรื่องเกี่ยวกับราคาผมตั้งใจพูดประชดในฐานะสาวกเอเอ็มดีที่ซื้อซีพียูเอเอ็มดีมาเล่นปีละหลายๆตัว


                  การจัดลำดับของแพลตฟอร์มทางเอ็มดี ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อที่ผ่านมาในระดับสูงสุดของ ทาง AMD จะเรียกว่า Vision Black แต่วันนี้มีการเปิดตัว AMD FX-Series ทางเอ็มดีได้เปลี่ยนมาใช้เป็น AMD Vision FX เพื่อให้สมชื่อกับ AMD FX-Series ครับ



AMD 9-Series Chipset

                  เพื่อความเป็นสกอร์เปียสแพลตฟอร์มอย่างเต็มตัว สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 9-Series ที่จะมี 990FX ,990X และ 970 เลือกซื้อกันได้ตามงบประมาณในกระเป๋าและความต้องการกับรูปแบบ การใช้งานที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ แต่ปี 2011 AMD ก็ยังใจดีให้ผู้ผลิตเมนบอร์ดนั้นสามารถนำชิพเซ็ต 8-Series มา ออกแบบให้รองรับการใช้งานและเปลี่ยนซ๊อกเก็ต AM3+ ออกมาได้ ซึ่งถ้าใครต้องการกราฟฟิกการ์ดออนบอร์ดก็ ต้องลองไปมองชิพเซ็ต AMD 880G แต่ว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดทุกเจ้าก็พยายามออกไบออสเวอร์ชั่นใหม่ให้รองรับกับ การใช้งานได้กับซีพียู AMD FX-Series ซ๊อกเก็ต AM3+ ได้ แต่อาจจะไม่สามารถทำได้ในทุกโมเดลและทุกเวอร์ ชั่นของแผงวงจร ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบกับในเว็บของผู้ผลิตดูว่าเมนบอร์ดซ๊อกเก็ต AM3 ที่ใช้ชิพเซ็ต AMD ซีรี่8 นั้นสามารถใช้งานร่วมกับ AMD FX-Series ได้หรือไม่ แต่กับการใช้ชีพียู AMD FX-Series ร่วมกับเมนบอร์ด ชิพเซ็ต AMD 8-Series นั้นจะมีปัญหาว่า HT-Link หรือ Hyper-Transport นั้นจะวิ่งไม่เต็ม 2600 Mhz หรือ 5200 MT/s ในกรณีตามหลักการแล้ว แต่อย่าลืมว่าความเป็นจริงของ AMD FX-Series นั้นมันปลดล๊อกตัวคูณ กันทุกอย่าง ก็แค่เสียเวลาเข้าไปปรับตัวคูณ HT-Link เพิ่มขึ้นในไบออสเอาก็ได้ (ผมไม่รับรองว่าจะทำได้กับบน เมนบอร์ดทุกรุ่น) เท่านี้การใช้งาน AMD FX-Series กับเมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 8-Series ก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน มากกับการใช้บนเมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 9-Series ซักเท่าไร ส่วนเรื่องการรองรับเมโมรีนั้นต้องรอดูว่าทางผู้ผลิต เมนบอร์ดเค้าจะใจดีแก้ไบบอสให้มันมีการรองรับความเร็วเมโมรีที่ 1866 และสูงกว่าได้หรือไม่ แต่นั้นก็ยังคงไม่ ใช่ปัญหาใหญ่โตมาก เพราะขนาด Phenom II X6 ที่ตั้งความเร็วเมโมรีได้สูงสุดที่ 1600 Mhz ก็ยังลากกันไปได้ ในระดับสองพันกว่าๆกันได้ ซึ่งจุดนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับชาวโอวเอร์คล๊อกโซน ก็ทราบกันไว้ก่อนกับ ผู้ที่คิดจะใช้เมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 8-Series กับซีพียู AMD FX-Series จะได้ทำใจเผื่อเอาไว้ก่อนกับผู้ที่มีงบใน การอัพเกรดจำกัดหรือต้องการประหยัดงบประมาณ ที่ผมอยากพูดเรื่องเมนบอร์ดมากซะหน่อย เพราะว่าเท่าที่ผมได้ ข้อมูลมาจากผู้ผลิตเมนบอร์ดรายนึงคือตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงครึ่งปีนี้ ประเทศไทยมียอดขายเมนบอร์ดสำหรับซีพียู AMD เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศ APAC ครับ ก็ผมอยากจะให้ลองดูก่อนว่าเมนบอร์ดที่ใช้ได้อยู่นั้นสามารถใช้ งานได้กับ AMD FX-Series หรือเปล่า ถ้าใช้ได้ก็เอาเงินที่ไม่ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ไปอัพเกรดเมโมรี ,SSD กราฟฟิกการ์ด และอื่นๆจะดีกว่า


                  โดยพื้นฐานของชิพเซ็ต AMD 9-Series นั้นจะมีความแตกต่างทางด้านการใช้งานอยู่เล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมแล้วจะแตกต่างกันที่เรื่องของการรองรับกราฟฟิกการ์ดส่วนใหญ่ โดยถ้าเป็นนักเล่นเกมส์ขาโหดที่ตั้งเป้าไว้ ว่าจะใช้กราฟฟิกการ์ดสี่ใบหรือสองใบที่วิ่งได้ประสิทธิภาพเต็มที่ก็เลือก AMD 990FX แต่ถ้าเป็นนักเล่นเกมส์ที่ต้อง การประหยัดงบประมาณ แต่ยังอยากได้ประสิทธิภาพของระบบกราฟฟิกการ์ดเป็นอย่างดีคงต้องเป็น AMD 990X ในกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัดที่สุดแต่ยังอยากได้เมนบอร์ดชิพเซ็ต AMD 9-Series คงมีตัวเลือกเดียวเท่านั้นแล้วนะ เป็น AMD 970 ที่ตามหลักการนั้นไม่สามารถรองรับการเชื่อมต่อกราฟฟิกการ์ดหลายใบใด แต่ผู้ผลิตเมนบอร์ดใน บางเจ้าก็ใจดีครับ มีการออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่อกราฟฟิกการ์ดสองใบพร้อมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ATI CrossFire X ที่ความเร็ว x16 + x4


Features/Chipset
AMD 990FX SB950
AMD 990X
SB950
AMD 970
SB950
PCI-Express Config
2 x 16 or 4 x 8
2 x 8
1 x 16
PCI Express GEN
2
2
2
SATA III 6GB/s
6
6
6
USB 2.0/1.1
12
12
12
USB 3.0
External Controller
External Controller
External Controller
Hypertransport (HT 3.0)
5200 MT/s (2.6Ghz)
5200 MT/s (2.6Ghz) 4800 MT/s (2.4Ghz)
RAID
0 ,1 ,5 ,10 (0+1)
0 ,1 ,5 ,10 (0+1)
0 ,1 ,5 ,10 (0+1)
Socket
AM3+
AM3+
AM3+
Multi-GPU Support
YesI
Yes
no
OverclockZone

                  จากตรางนั้นก็เป็นข้อมูลตามหลัการของทาง AMD ในตัวชิพเซ็ต 9-Series ซึ่งความเป็นจริงในการ เลือกซื้อเมนบอร์ดควรดูจากผู้ผลิตและรูปเมนบอร์ดจริงๆกันซะก่อน อย่างบางรุ่นนั้นก็ไม่สามารถรองรับการเชื่อม ต่อ NVIDIA SLI 3-Way ได้ แต่มันก็มีลูกเล่นเล็กน้อยทำให้เล่นได้ ยังไงก็ศึกษากันก่อนซื้อจะได้ไม่ผิดหวังและ ตรงกับความต้องการที่จะใช้งานด้วยครับ เมนบอร์ดไม่ใช่ว่ามันจะถูกๆ


                  หลักการเส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างชิพเซ็ต - ซีพียู - เมโมรีก็เป็นตามในภาพที่เห็น ส่วนในภาพที่ เห็นกันนั้นเป็นของชิพเซ็ต AMD 990FX ก็จะมีความใกล้เคียงกับ AMD 990X และ 970 จะต่างกันตรงเรื่องของ การรองรับกราฟฟิกการ์ดตามตรางเทียบข้างบนเท่านั้นครับ




Bulldozer Module

                  เขียนมาซะยาว ยังไม่เข้าเรื่องของซีพียู AMD FX-Series อย่างเต็มตัว โดยหัวใจหลักนั้นมันมีพื้น ฐานมาจาก Bulldozer โดยในส่วนนี้ผมจะพูดถึงโมดูล Bulldozer งานนี้จะได้เข้าใจหลักการของมันที่หลายๆคน นั้นมีความสงสัยกันแล้วว่า Bulldozer มันจะเป็นรถไถหรือรถตักดินสมชื่อของมันหรือไม่


                  แผนผังโครงสร้างการเชื่อมต่อภายในและเส้นทางการติดต่อข้อมูลของโมดูลบูโดเซอร์ คงจะพอเข้าใจ กันได้นะว่าจะเรียกโมดูลแบบสองคอร์ก็ไม่ตรงตัวสะทีเดียวครับ


                  คอนเซ็ปการออกแบบของโมดูลบูโดเซอร์นั้นจะเป็นในรูปแบบของการเน้นประสิทธิภาพและรองรับ การปรับเปลี่ยนเพิ่มต่อส่วนขยายได้อีกในอนาคต คงจะได้เห็นซีพียูออกมาไวกว่าเดิมมากขึ้นสืบเนื่องจากผลของ การออกแบบโมดูลบูโดเซอร์สำเร็จ

                  บูโดเซอร์จำนวนหนึ่งหน่วยจะเทียบเท่าสองคอร์ในหน่วยเดียวกัน โดยดายบูโดเซอร์ถ้าจากในภาพ จะเห็นได้ทันทีว่ามันมีการออกแบบให้เป็นลักษณะแบบส่วนของการประมวลผลในแต่และเทรด ถ้าว่ากันตามตรง แล้วมันเป็นเหมือนการจำลองคอร์ดีๆเนี่ยและ แต่หลัการนั้นมันก็ยังคงไม่ใช่การจำลองคอร์จริงๆ เดี๋ยวผมจะมาพูด ต่อในส่วนนี้อีกเต็มๆ

                  การทำงานของแต่ละเทรดหรือคอร์จำลองนั้นจะสามารถทำงานได้แบบแยกแบ่งส่วนการทำงานกันไป สามารถประมวลผลได้อย่างเป็นอิสระในแต่ละเทรด ซึ่งก็จะส่วนผลช่วยประสิทธิภาพในการทำงานแบบมัลติเทรดได้ ดีมากขึ้นกว่าการจำลองคอร์เสมือนที่ผ่านๆมา

                  ความยืดหยุ่นของชุดคำสั่ง Point unit ถ้าพูดเข้าใจง่ายๆมันก็คือสำสั่ง AVX ที่หลายๆคนจะรู้จักกันดี ว่ามันจะช่วยทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลจากโปรแกรมยุคสมัยใหม่นี้ โดยชุดคำสั่งนี้มีเพียง ชุดเดียวต่อโมดูลหนึ่งหน่วย เป็นแบบ 256 Bit ถ้าเกิดมาการใช้ชุดนำสั่งพร้อมกันทั้งสองเทรดก็จะแยกตัวเองออก ออกมาเป็นแบบ 128 Bit สำหรับแต่ละเทรด โดยถ้าเกิดมีการเรียกใช้จากเพียงเทรดเดียวก็จะใช้กันแบบเต็มๆที่ 256 Bit ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานและเรียกประสิทธิภาพได้เต็มที่มากที่สุดตามทรัพยากรณ์ที่มี


                  ในภาพนี้ก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดกับการเรียกใช้ชุดคำสั่ง Point unit (AVX) ได้เป็นอย่างดี ในภาพด้าน ซ้ายมือจะเห็นได้ว่าถ้ามีการเรียกใช้จากทั้งสองเทรด การปรมวลผลจะเป็นลักษณะของการแยกกันประมวลผลใน แต่ละเทรด ทางด้านขวาคือเมื่อมีการเรียกใช้ชุดคำสั่งจากเพียงเทรดเดียว Point unit (AVX) จะมีการรวมตัวกัน เพื่อช่วยให้การประมวลผลทำได้ดียิ่งขึ้น เรียกว่าเป็นการดึงทรัพยากรณ์ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์สูงสุดก็คงไม่ผิดเนอะ


                  ลักษณะการออกแบบของโมดูลบูโดเซอร์นั้นจะเรียกว่าเป็นโมเดูแบบสองแกนเต็มปากก็ยังไม่ได้เนื่อง จากมีการแชร์ทรัพยากรณ์บางส่วนภายสองเทรดกันเอง แต่เทคนิคการออกแบบโมดูลของบูโดเซอร์จะเรียกว่า CMP แต่ของทางคู่แข่งจะเป็นแบบ SMT ชึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ทราบอีกครับ โดยการออกแบบของ AMD FX-Series 8 Core นั้นจะใช้พื้นพี่เท่ากับดายของซีพียู 6 คอร์เท่านั้น แบบนี้ในอนาคตคงจะได้เห็นซีพียูแบบ 12 14 16 18 20 คอร์ได้แน่ๆ เพราะการใช้เทคนิคการออกแบบโมดูลลักษณะ CMP ซึ่งข้อดีของ CMP นั้นจะสามารถทำงาน แบบแบ่งส่วนได้โดยไม่ต้องรอคิวการทำงาน เทียบกับเทคนิค SMT จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทำงานจะเป็นไป แบบการเข้าคิวประมวลกันแบบสลับฟันปลากันไปครับ คราวนี้เห็นข้อดีของบูโดเซอร์โมดูลกันหรือยังครับ


                  การเทียบความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างการออกแบบ CMP และ SMT ในภาพนั้นก็สามารถ ที่จะดูและเข้าใจกันได้ไม่ยากเท่าไรครับ ภาพข้างล่างนี้อาจเป็นความจริงอันโหดร้ายสำหรับแฟนบอยเอเอ็มดี ถ้าไม่ อยากจะรับรูปความจริงของการออกแบบ CMP ก็ข้ามไปในส่วนของ AMD FX-Series (Zambezi) จะดีกว่าครับ


                  ความจริงอันโหดร้ายของการออกแบบลักษณะ CMP หรือชื่อเต็มๆว่า Chip Mulitprocessing โดย รวมที่ผ่านมานั้นผมจะเขียนในรูปแบบลักษณะทำให้คนทั่วไปนั้นสามารถอ่านแล้วทำความเข้าใจได้ทันที ไม่ได้มี การเขียนตามหลักวิชาการมากมายนัก ถ้าเด็กเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์มาอ่านนั้นอาจะหงายหลังได้ครับ โดยความ จริงที่โหดร้ายของหลัการ CMP คือมันสามารถประหยัดพื้นที่การออกแบบลงได้มากพอสมควรแต่ต้องแลกกับความ เป็นจริงของชีวิตที่ประสิทธิภาพต่อเทรดนั้นจะลดลงมาที่ 80% เท่านั้น ซึ่งในกรณีของ AMD FX-8100 Series จะ เท่ากับมีประมาณ 6.4 คอร์ เมื่อทำงาน 100% ทั้งแปดเทรด เมื่อยอมรับความจริงอันโหดร้ายของโมดูลบูโดเซอร์กัน ได้แล้วเรามามองข้อดีบ้าง ซึ่งเทคนิค SMT หรือพูดง่ายการจำลองคอร์หรือเทรด นั้นจะมีประสิทธิภาพโดยรวมใน การประมวลผลทุกๆเทรด(ทั้งคอร์แท้และเทรดจำลอง) ประสิทธิภาพจะได้เท่ากับเทรดละ 50% หรือต่ำกว่าซะอีกนะ คราวนี้ผมจะขออธิบายหลัการของการออกแบบ Chip Mulitprocessing ให้ได้เข้าใจในรูปแบบที่คนทั่วไปนั้นจะ เข้าใจกันได้ดีกว่า โดยหลักการ CMP ที่ผมได้ศึกษากันนั้นผมขอเทียบกับคนที่สามารถเขียนได้ทั้งมือซ้ายและมือ ขวาพร้อมๆกัน สมัยเรียนบางคนอาจจะเห็นได้ว่า เค้าสามารถทำงานได้ทั้งสองข้าง โดยจะแชร์สมอง ,แรงกายและ แรงใจจากคนเดียวกัน โดยจะสามารถทำงานเร็วกว่าคนที่สามารถเขียนได้โดยข้างเดียว แต่จะไม่สามารถทำงาน ได้เร็วสู้สองคนที่มาช่วยทำงาน คราวนี้เข้าในกับหลักการของโมดูลบูโดเซอร์ได้มากขึ้นแล้วหรือยังครับ ถ้ายิ่งเทียบ กับหลัการ SMT ก็จะประมาณว่าคนที่เขียนการบ้านด้วยมือข้างเดียวแต่มีการบ้านต้องรีบปั่นส่งสองงานโดยการทำ แบบสลับกันเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลามากกว่าการค่อยๆทำทีละอย่างให้เสร็จอีก เพราะต้องมีการจัดคิวในการเขียน ลงไปในกระดาษ ถ้าสมมุติว่างานแต่ละชิ้นใช้เวลา 60 นาทีในการทำ สองอย่างก็ใช้เวลา 120 นาที แต่ถ้าคนที่ สามารถเขียนได้โดยมือทั้งสองข้างพร้อมๆกัน ก็จะใช้เวลาไปเพียง 96 นาที เท่านั้น ความจริงอันโหดร้ายอีกตาม เคยถ้าใช้สองคนมาชั่วปั่นการบ้านสองอย่างพร้อมกันก็จะใช้เวลาที่ 60 นาที




AMD FX-Series (Zambezi)

                  สุดท้ายก็มีถึงหลักการในตัวพระเอกในวันนี้แล้ว ซึ่ง AMD FX-8150 จะมีรหัสมในการพัฒนาไม่ใช่ Bulldozer แบบที่เรียกติดปากกันนะครับ โดยชื่อจริงในการออกแบบของ AMD FX-8150 คือ Zambezi ครับ ที่ ในภาพนี้จะเป็นโครงสร้างการวางตัวกันแบบง่ายๆ โดยใน Zambezi จะมีโมดูลบูโดเซอร์จำนวนสี่ตัว พร้อมกับการ ใช้ Cache L3 และ North Bridge ร่วมกันกับทุกโมดูล งานนี้ถ้าจะเพิ่มประสิทธิภาพในกระประมวลผลในการทำ งานของ AMD FX-8150 Zambezi คงต้องลากความเร็วของ North Bridge ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้กันแล้วนะ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าจะลากได้ถึงเท่าไร โดยโครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของ Zambezi ใช้ขนาดขบวนการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร ก็ตามเทรนด์ความนิยมของสมัยปี 2011 ที่ CPU และ APU ต่างใช้ขบวนการผลิตขนาด 32 nm











ในภาพนี้จะสามารถเห็นไดชัดเจนมากขึ้นว่า ใส่ส่วนของโมดูล บูโดเซอร์สีม่วงนั้นจะเป็นทรัพยากรณ์ของแต่ละเทรดเป็นแบบ ส่วนตัวไป ในส่วนสีชมพูนั้นจะเป็นทรัพยากรณ์ของทั้งสอง เทรดนั้นจะเป็นการแบ่งปันกันใช้งาน โดยในส่วนสีเทานั้นก็ เป็นการใช้งานเพื่อติดต่อสื่อสารกันกับระบบสู่โมดูลทุกๆหน่วย



                  แผนผังโครงสร้างการเชื่อมต่อและการทำงานภายในซีพียูรหัสการพัฒนา Zambezi จากในภาพคง จะบอกได้ด้วยตัวเองของมันแล้วแหละ ในจุดนี้ผมข้อข้ามไปดีกว่าครับ


                  กับโครงสร้างของ Die Zambezi ที่จะเป็นไปตามภาพนี้ ซึ่งโครงสร้างนั้นที่เห็นๆกันอยู่อาจจะมีความ ต่างกัน Zambezi Rev.B2 เล็กน้อยเท่านั้น


                  ภาพนี้ก็เป็นโครงสร้างของ Die Zambezi Rev.B2 โดยในภาพทางด้านซ้ายจะเป็นการบอกแผนผัง ของระบบข้างในดาย เอาให้ดูกันสนุกๆครับ


                  เทคโนโลยี Tubo Core ใน AMD FX-Series (Zambezi) ก็จะเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 กันแล้ว โดยหลัก การออกแบบของ AMD FX-Series ในโมเดล FX-8150 ที่ความเร็วมาตรฐาน 3.6 Ghz ก็ไม่ใช่จุดของการใช้ พลังงานตามค่าการออกแบบ 125 Watt จะมีการออกแบบเว้นช่องว่างสำหรับการใช้งานเทคโนโลยีนี้ด้วยครับ ซึ่ง TURBO CORE 3.0 นั้นจะทำงานกันเป็นสองช่วง คือเพิ่มความเร็วไปที่ 300 Mhz ไปกันในทุกๆเทรด แต่ถ้า เกิดมีเทรดไหนที่ยังประมวลผลไม่เสร็จ(สูงสุดสี่เทรด) จะมีการเร่งความเร็วเพิ่มให้อีกทั้งสี่เทรดที่มีการทำงานค้าง อยู่อีก 300-600 Mhz (แล้วแต่โมเดล) ที่จะช่วยทำให้การประมวลผลนั้นสามารถทำงานเสร็จไว้มากยิ่งขึ้น โดยใน การออกแบบนั้นมีข้อแม้ว่าจะไม่มีการที่จะทำให้ค่าการออกแบบการใช้งานและปล่อยพลังงานเกิน 125 หรือ 95 วัตต์ ตามการออกแบบและสเป็คของแต่ละโมเดล


                  โดยการทำานของ Turbo Core (All Core) นั้นจะเรียกขึ้นให้ตามเองทำงานตามความต้องการของ โปรแกรมที่สั่งผ่านระบบปฏิบัติการ ประมาณโปรแกรมนั้นต้องการประสิทธิภาพของระบบเพิ่มขึ้นมาอีก พอประมวล ผลในงานจุดนั้นๆเสร็จก็จะลงมาที่ความเร็วปกติ แล้วก็ลงมาที่ระดับของ Cool 'n' Qutie ตามลำดับ แต่ถ้าเกิดทั้ง จำนวนแปดเทรดนั้นมีการประมวลผลเสร็จบางส่วนโดยเหลือเทรดที่กำลังประมวลผลอยู่สี่เทรด ก็จะเข้าสู้โหมดของ การ Max Turbo Core


                  หลัการของ Max Turbo Core ก็จะเป็นการต่อเนื่องกับ Turbo core อย่างที่ผมได้บอกไปว่าถ้ามี งานค้างอยู่สี่เทรดมันจะเข้าสู่โหมดนี้ ซึ่งกับการทำงานทั่วไปนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีโปรแกรมเรียกใช้งานทั้งหมด ทั้งแปดเทรด สมมุติว่ามีการเรียกใช้งานเต็มที่อยู่ 4 เทรด ซีพียูที่ติดต่อกับระบบปฏิบัติการจะสั่งตัวเองเพื่อให้มีการ วิ่งความเร็วสูงสุดทั้งสี่เทรด อย่างใน FX-8150 Max Turbo Core จะวิ่งที่ 4.2 Ghz โดยหลังจากการทำงานที่ เสร็จแล้วจะปรับตัวเองลงในสู่โหมดปกติและไปในแบบ Cool 'n' Quite ต่อไป


                  การจัดการกับด้านการใช้พลังงานของ AMD FX-Series จะเป็นการป้อนพลังานตามความเร็วที่ใช้ งานอยู่ของแต่ละคอร์ ซึ่งบางช่วงบางเทรดนั้นก็ไม่ได้มีการทำงาน หรือทำงานแบบความเร็วมาตรฐาน ก็จะมีการ จ่ายพลังงานที่แตกต่างกันไปตามแต่ละเทรด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งานและการประหยัดพลังงานครับ


Capabillty / Model
FX-Series
Phenom II X6
Execute 128 Bit FP
Yes
Yes
Support SSE 3S , 4.1 , 4.2
Yes
No
Execute AVX 128 Bit or 256 Bit
Yes
No
Execute Two 128 bit in 1 Cycle
Yes
No
128 Bit AVX & SSE in 1 Cycle
Yes
No
FMA Operations (A=B+CxD)
Yes
No
Support XOP
Yes
No
FLOPs per cycle (double x87)
8
12
FLOPs per cycle (AVX 128 bit)
64
No
FLOPs per cycle (AVX 256 bit)
64
No
OverclockZone

                  เมื่อนำ Phenom II X6 มาเทียบกับ FX-Series จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทันทีว่าทางด้านของคำสั่ง และเทคโนโลยีใหม่ๆนั้นที่ FX-Series นั้นมีเยอะและสดใหม่กว่า Phenom II X6 ได้อย่างไม่ต้องสงสัย



| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | Next >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่