Netlist ยื่น ITC ขอแบน HBM และ DDR5 ของ Samsung ในสหรัฐฯ ดึง NVIDIA, Google และ Qualcomm ร่วมเป็นจำเลย
Netlist บริษัทผู้ถือครองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีหน่วยความจำของสหรัฐฯ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (ITC) เพื่อขอให้มีการสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำบางประเภทของ Samsung หลังกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์และระบบ AI
คดีดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์ HBM (High Bandwidth Memory) รวมถึงโมดูลหน่วยความจำ DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ เช่น RDIMM และ MRDIMM ซึ่ง Netlist อ้างว่าละเมิดสิทธิบัตรสหรัฐหมายเลข 12,646,537 และ 12,650,937 ที่บริษัทถือครองอยู่
ขอ ITC ออกคำสั่งห้ามนำเข้า
ต่างจากการฟ้องร้องทางแพ่งทั่วไป Netlist เลือกดำเนินการผ่าน ITC โดยตรง พร้อมยื่นคำร้องขอทั้ง "Exclusion Order" และ "Cease and Desist Order"
หาก ITC มีคำตัดสินว่ามีการละเมิดสิทธิบัตรจริง หน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจสั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อชิป HBM และหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ของ Samsung เท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงอุปกรณ์ปลายทางที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย
NVIDIA, Google, Qualcomm และ Broadcom ถูกระบุในคดี
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือขอบเขตของคดีที่กว้างกว่าปกติ โดย Netlist ได้ระบุบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งเป็นผู้ถูกร้องร่วมในคดีครั้งนี้ ได้แก่
- NVIDIA
- Qualcomm
- Broadcom
เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เป็นผู้ใช้งานหรือเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่อาจใช้ชิปหน่วยความจำซึ่งเป็นประเด็นในข้อพิพาท
หากเกิดคำสั่งห้ามนำเข้าจริง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI เซิร์ฟเวอร์ และศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
Netlist ไม่ใช่ผู้เล่นรายเล็กในสงครามสิทธิบัตร
แม้ Netlist จะไม่ใช่ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่เหมือน Samsung หรือ SK Hynix แต่บริษัทเป็นเจ้าของสิทธิบัตรสำคัญหลายรายการเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมหน่วยความจำสมัยใหม่ เช่น เทคโนโลยี Rank Multiplication และเทคนิคการลดภาระโหลดของระบบหน่วยความจำ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Netlist มีประวัติการต่อสู้คดีสิทธิบัตรกับผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หลายราย และสามารถคว้าชัยชนะในหลายคดีสำคัญ
ก่อนหน้านี้ Micron Technology ถูกศาลสหรัฐตัดสินให้จ่ายค่าเสียหายแก่ Netlist เป็นมูลค่า 445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Samsung เองก็เคยถูกตัดสินในหลายคดีว่ามีการละเมิดสิทธิบัตรโดยเจตนา ส่งผลให้มีมูลค่าค่าเสียหายสะสมมากกว่า 421 ล้านดอลลาร์
ด้าน SK Hynix เคยบรรลุข้อตกลงกับ Netlist มาก่อน โดยยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์และทำสัญญาความร่วมมือด้านการจัดหาสินค้าระยะยาว
ระดมทีมกฎหมายชั้นนำรับมือคดีใหญ่
สำหรับคดีล่าสุด Netlist ได้ว่าจ้างสำนักงานกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาชั้นนำของสหรัฐฯ ได้แก่ Sterne Kessler Goldstein & Fox และ Irell & Manella เข้ามาดูแลการดำเนินคดีทั้งหมด
เนื่องจาก ITC มักใช้กระบวนการพิจารณาคดีที่รวดเร็วกว่าศาลทั่วไป โดยหลายคดีสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาและตัดสินได้ภายในเวลาประมาณ 12 เดือน ทำให้คดีนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
หาก ITC มีคำตัดสินที่เป็นผลดีต่อ Netlist อาจกลายเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของตลาด AI, HBM และหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีข้างหน้า
ที่มา: HKEPC



