Intel Nova Lake-S รุ่น 28 คอร์ อาจกินไฟสูงสุด 296W ดัน PL2 เพิ่ม 18% เมื่อเทียบกับ 285K
ข้อมูลหลุดล่าสุดของซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นใหม่ Intel Nova Lake-S ยังคงเผยรายละเอียดออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานของรุ่น 28 คอร์ ที่ติดตั้ง Big Last-Level Cache (bLLC) บนแพ็กเกจ โดยมีรายงานว่าซีพียูรุ่นดังกล่าวอาจมีค่า PL2 สูงสุดถึง 296W
PL2 หรือ Power Level 2 คือค่าพลังงานสูงสุดที่ซีพียูสามารถดึงขึ้นไปใช้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างการเร่งความเร็ว Turbo ก่อนกลับเข้าสู่ระดับการใช้พลังงานที่กำหนดไว้สำหรับการทำงานต่อเนื่อง
หากตัวเลข 296W เป็นจริง จะถือว่า Nova Lake-S รุ่นดังกล่าวมีการใช้พลังงานสูงกว่ารุ่นเรือธงปัจจุบันอย่าง Core Ultra 9 285K ที่มีค่า PL2 อยู่ที่ 250W ถึงประมาณ 18.4%
28 คอร์ อาจเป็น Core Ultra 9 4950K
ข้อมูลดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับซีพียูที่เคยมีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้อย่าง Intel Core Ultra 9 4950K ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในรุ่น Nova Lake-S แบบ 28 คอร์
โครงสร้างของชิปรุ่นนี้ประกอบด้วย
- 8 Coyote Cove P-Cores
- 16 Arctic Wolf E-Cores
- 4 LPE-Cores
- รวมทั้งหมด 28 คอร์
การเพิ่ม LPE-Cores เข้ามาอีก 4 คอร์ ทำให้จำนวนคอร์รวมเพิ่มขึ้นจากซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นปัจจุบัน และดูเหมือน Intel จะต้องแลกกับการใช้พลังงานที่สูงขึ้นในช่วง Boost ด้วย
สำหรับ Nova Lake-S รุ่นที่ใช้ Compute Die เดียว ข้อมูลในขณะนี้ชี้ว่า 296W อาจเป็นเพดาน PL2 ขณะที่รุ่นระดับสูงกว่าซึ่งใช้ Compute Die สองชุดจะมีตัวเลขสูงกว่านี้มาก
รุ่น 52 คอร์อาจกินไฟทะลุ 470W
ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดเกี่ยวกับ Nova Lake-S รุ่นท็อปที่มีโครงสร้างแบบ Dual Compute Die รวม 52 คอร์ โดยคาดว่าจะเป็นรุ่นที่เน้นการโอเวอร์คล็อก และมีค่า PL2 สูงถึง 474W
หากตัวเลขดังกล่าวถูกต้อง นี่จะเป็นระดับการใช้พลังงานที่สูงมากสำหรับซีพียูเดสก์ท็อป Consumer ของ Intel และเป็นตัวเลขที่โดยปกติจะทำให้นึกถึงแพลตฟอร์ม HEDT (High-End Desktop) มากกว่าเครื่องเดสก์ท็อปทั่วไป
อย่างไรก็ตาม รุ่น 52 คอร์ดังกล่าวถือเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีจำนวนคอร์สูงมากและออกแบบมาเพื่อรองรับการโอเวอร์คล็อก ดังนั้นจึงไม่ควรนำค่า 474W ไปเปรียบเทียบกับ Nova Lake-S รุ่นทั่วไปโดยตรง
สำหรับซีพียูที่ใช้ Single Compute Die ขณะนี้มีข้อมูลว่า PL2 จะอยู่ที่ประมาณ 296W
Intel อาจเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็นเลข 4 หลัก
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือข่าวหลุดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ Core Ultra 9 4950K ซึ่งหากชื่อรุ่นนี้ถูกต้องจริง อาจหมายความว่า Intel กำลังเตรียมเปลี่ยนระบบตั้งชื่อซีพียูเดสก์ท็อปอีกครั้ง
ปัจจุบันซีพียูรุ่นเรือธงอย่าง Core Ultra 9 285K ใช้หมายเลขรุ่น 3 หลัก แต่การเปลี่ยนมาเป็น 4950K จะทำให้ Intel ใช้หมายเลขรุ่น 4 หลัก
สาเหตุหนึ่งอาจมาจาก Nova Lake-S ที่มี SKU และการจัดวางคอร์หลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งจำนวน P-Core, E-Core, LPE-Core, จำนวน Compute Die รวมถึงรุ่นที่มี bLLC ทำให้การใช้หมายเลข 4 หลักอาจช่วยให้ Intel สามารถแบ่งรุ่นและตำแหน่งผลิตภัณฑ์ได้ละเอียดขึ้น
อย่างไรก็ตาม Core Ultra 9 4950K ยังไม่ใช่ชื่อรุ่นที่ Intel ยืนยันอย่างเป็นทางการ
Nova Lake-S ดูจะเป็นเจเนอเรชันที่เน้นประสิทธิภาพแลกกับการใช้พลังงาน
จากข้อมูลหลุดที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา ภาพของ Nova Lake-S เริ่มชัดเจนขึ้นว่า Intel อาจผลักดันจำนวนคอร์และประสิทธิภาพขึ้นไปอีกระดับ แต่ต้องแลกกับการใช้พลังงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะรุ่นระดับท็อป
รุ่น 28 คอร์ที่มี PL2 สูงถึง 296W ถือว่าสูงกว่า Core Ultra 9 285K อย่างชัดเจน ขณะที่รุ่น 52 คอร์แบบ Dual Compute Die ที่อาจแตะ 474W จะยิ่งไปไกลกว่าซีพียูเดสก์ท็อปทั่วไปอย่างมาก
ดังนั้นหากข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง ผู้ที่วางแผนใช้ Nova Lake-S รุ่นท็อปในอนาคตอาจต้องให้ความสำคัญกับ ระบบระบายความร้อน เมนบอร์ด VRM และ Power Supply มากขึ้น โดยเฉพาะหากต้องการโอเวอร์คล็อกหรือปลดข้อจำกัดด้านพลังงาน
ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้ยังอยู่ในระดับ ข่าวหลุดและข้อมูลจากแหล่งไม่เป็นทางการ สเปกสุดท้าย ชื่อรุ่น ค่า PL2 และรายละเอียดการแบ่ง SKU อาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อน Intel เปิดตัว Nova Lake-S อย่างเป็นทางการ
ที่มา: TechPowerUp



