Intel กำลังรับมือกับความต้องการ CPU ที่พุ่งสูงในตลาด ซึ่งตอนนี้ทั้ง Intel และ AMD ต่างขายสินค้าหมดสต็อก และระยะเวลารอสินค้านานเป็นสัปดาห์
แต่ Intel ใช้วิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป โดยมีรายงานและการยืนยันจากนักวิเคราะห์ Ben Bajarin ว่า Intel ได้นำ “ได (Die)” ที่อยู่บริเวณขอบเวเฟอร์ ซึ่งปกติจะถูกทิ้งเพราะมีตำหนิ มารีไซเคิลเป็น CPU สำหรับขายแทน
แนวทางนี้ทำให้ชิปที่เคยถือว่า “ไม่ผ่านมาตรฐาน” จากปัญหา yield หรือข้อจำกัดด้านการผลิต กลับถูกนำมาปรับเป็นรุ่นย่อย (SKU) ที่ยังสามารถใช้งานได้จริง และตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก
ตัวอย่างเช่น CPU ตระกูล Intel Xeon 6 Granite Rapids ซึ่งผลิตบนกระบวนการ Intel 3 หนึ่งไดสามารถรองรับได้สูงสุด 44 คอร์ แต่ในทางปฏิบัติจะมีการปิดบางคอร์เพื่อควบคุมคุณภาพและพลังงาน
หากไดบางตัวมีคอร์ใช้งานได้ไม่ครบ หรือคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ เดิมทีอาจถูกทิ้งไป แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน Intel เลือกนำไดเหล่านี้มาปรับลดจำนวนคอร์ แล้วขายเป็นรุ่นที่สเปกระดับล่างแทน เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรและเพิ่มปริมาณสินค้าในตลาด
แม้แต่ไดที่อยู่ขอบเวเฟอร์ซึ่งมักมีคอร์ใช้งานได้เพียงบางส่วน ก็ยังถูกนำมาบรรจุเป็น CPU และขายให้ลูกค้าระดับองค์กร เช่นกลุ่ม Hyperscaler
นอกจากนี้ Intel Foundry ยังมีการพัฒนาคุณภาพการผลิต (yield) ดีขึ้นในหลายกระบวนการ เช่น Intel 4, Intel 3 และ 18A ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมดีขึ้น และรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 72 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า
ที่มา: TechPowerUp