Seagate เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลสำหรับยุค AI ด้วยการเปิดตัวฮาร์ดดิสก์องค์กร EXOS ความจุ 32TB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Mozaic 3+ และ HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) ช่วยเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลและลดต้นทุนการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยะยาว
ในยุคที่ AI, Big Data และ Cloud Storage ทำให้ปริมาณข้อมูลเติบโตแบบก้าวกระโดด การเพิ่มความจุของฮาร์ดดิสก์ต่อหนึ่งลูกกลายเป็นทางเลือกสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่แร็กหรือเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของระบบ (TCO) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หัวใจสำคัญของ EXOS 32TB คือแพลตฟอร์ม Mozaic 3+ ที่สามารถเพิ่มความหนาแน่นของข้อมูลได้มากกว่า 3TB ต่อจานแม่เหล็ก โดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงหลายด้าน ได้แก่
• สื่อบันทึกข้อมูลแบบ Superlattice Platinum-Alloy Media ที่ช่วยให้บันทึกข้อมูลได้หนาแน่นขึ้นโดยไม่เกิดการรบกวนระหว่างข้อมูล
• เทคโนโลยี HAMR ที่ใช้ความร้อนช่วยในการเขียนข้อมูล พร้อมระบบ Plasma Writer ที่สามารถควบคุมการเขียนข้อมูลได้อย่างแม่นยำ และลดปัญหาการสูญหายของข้อมูลจากข้อจำกัดทางฟิสิกส์
• หัวอ่านข้อมูลแบบ Spintronic รุ่นที่ 7 ของ Seagate ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์อ่านสนามแม่เหล็กที่มีความไวสูง ช่วยให้สามารถอ่านข้อมูลจากแทร็กขนาดเล็กมากได้อย่างแม่นยำ
ด้านความทนทาน EXOS 32TB ถูกออกแบบมาสำหรับงานระดับองค์กรโดยเฉพาะ มีค่า MTBF สูงถึง 2.5 ล้านชั่วโมง รองรับภาระงาน 550TB ต่อปี ซึ่งสูงกว่าฮาร์ดดิสก์ NAS ทั่วไปอย่างชัดเจน พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน (RV Sensor) สำหรับใช้งานในตู้เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งฮาร์ดดิสก์จำนวนมาก
ตัวไดรฟ์ใช้ความเร็วรอบ 7,200RPM พร้อมแคช 512MB และมีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลต่อเนื่องสูงสุดประมาณ 285MB/s เหมาะสำหรับงานจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ การสำรองข้อมูล และงานเก็บถาวรในระดับองค์กร
Seagate ยังมีตัวเลือกทั้งอินเทอร์เฟซ SATA และ SAS เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมขององค์กรได้ง่ายขึ้น รวมถึงรองรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เช่น SED, ISE และ FIPS สำหรับการปกป้องข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์
อีกหนึ่งจุดเด่นคือรองรับทั้งรูปแบบ 512e และ 4Kn โดยผู้ใช้งานสามารถสลับรูปแบบได้ผ่านเครื่องมือ SeaChest ของ Seagate ช่วยให้รองรับการอัปเกรดระบบในอนาคตโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่
สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และองค์กรขนาดใหญ่ การใช้ฮาร์ดดิสก์ความจุสูงอย่าง EXOS 32TB ยังช่วยลดจำนวนไดรฟ์ที่ต้องติดตั้ง ลดการใช้พลังงาน ความร้อน และโอกาสเกิดความเสียหายในระบบ RAID ส่งผลให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นและลดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: HKEPC



