ศาลสูงสุดยุโรปยืนคำตัดสิน! Google แพ้คดีผูกขาด Android ต้องจ่ายค่าปรับกว่า 4.1 พันล้านยูโร ปิดฉากคดี 7 ปี
ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (European Court of Justice) มีคำพิพากษายืนตามคำตัดสินเดิมในคดีผูกขาดระบบปฏิบัติการ Android ส่งผลให้ Google ต้องชำระค่าปรับ 4.1 พันล้านยูโร (ประมาณ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังศาลมีคำสั่ง ยกฟ้องคำอุทธรณ์ครั้งสุดท้าย ของบริษัท ทำให้คดีสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการและไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อได้อีก
คดีดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2018 เมื่อ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กล่าวหาว่า Google ใช้อำนาจเหนือตลาดของระบบปฏิบัติการ Android เพื่อกีดกันการแข่งขัน และออกค่าปรับเป็นสถิติในขณะนั้นกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อมาในปี 2022 ศาลชั้นต้นของสหภาพยุโรปได้ปรับลดค่าปรับลงเหลือ 4.1 พันล้านยูโร แต่ยังคงยืนว่าบริษัทกระทำผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า ส่งผลให้ Google ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุด ซึ่งล่าสุดศาลได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ดังกล่าว
บังคับติดตั้ง Google Search และ Chrome
ในขณะดำเนินคดี Margrethe Vestager อดีตกรรมาธิการด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรป ระบุว่า Google ใช้กลยุทธ์ที่ผิดกฎหมายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของบริการค้นหา โดยกำหนดให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง Samsung และ LG ต้องติดตั้ง Google Search และ Google Chrome ล่วงหน้าบนอุปกรณ์ หากต้องการสิทธิ์ใช้งาน Google Play Store
นอกจากนี้ Google ยังถูกกล่าวหาว่าเสนอผลประโยชน์ทางการเงินให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เพื่อรักษาความเป็นผู้ให้บริการค้นหาเพียงรายเดียว และห้ามผู้ผลิตจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่ใช้ Android เวอร์ชันดัดแปลง (Android Fork) ของผู้พัฒนารายอื่น
Google แสดงความผิดหวัง
หลังคำพิพากษาสิ้นสุด Google ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวัง โดยระบุว่า Android เป็นระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์สที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนธุรกิจและนักพัฒนาทั่วโลก
บริษัทมองว่าศาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนจำนวนมหาศาลที่ Google ทุ่มเทเพื่อพัฒนา Android ให้สามารถใช้งานได้ฟรีและเปิดกว้างสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์
เจอแรงกดดันจากยุโรปต่อเนื่อง
คดี Android ถือเป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ของ Google ในยุโรป หลังจากก่อนหน้านี้ไม่นาน ศาลในประเทศสวีเดนมีคำตัดสินให้ Google ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 14.3 พันล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับ PriceRunner ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของ Klarna จากกรณีที่ Google ถูกกล่าวหาว่าปรับผลการค้นหาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริการเปรียบเทียบราคาของตนเอง
แม้ Google จะประกาศเตรียมยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว แต่คำตัดสินหลายคดีในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ถูกมองว่าใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ที่มา: HKEPC



