Microsoft เปิดให้อัปเกรด Windows 11 26H2 ครบทุกเครื่องที่เข้าเงื่อนไขแล้ว! พร้อมวิธีติดตั้งผ่าน Windows Update, eKB และ ISO
Microsoft ยืนยันว่า Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ซึ่งเป็นอัปเดตฟีเจอร์ประจำปี 2026 ได้เข้าสู่สถานะ Full Availability สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเงื่อนไขและใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2026 เป็นต้นมา ผู้ใช้จึงสามารถเข้าไปตรวจสอบอัปเดตผ่าน Windows Update ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการทยอยปล่อยอัปเดตเป็นวงกว้างเหมือนช่วงแรก
ก่อนหน้านี้ Microsoft เริ่มปล่อย Windows 11 26H2 ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2026 ด้วยระบบทยอยอัปเดต หรือ Phased Rollout เพื่อจำกัดผลกระทบหากพบปัญหาความเข้ากันได้บนอุปกรณ์บางรุ่น ล่าสุดการทยอยปล่อยอัปเดตได้ผ่านหมุดหมายสำคัญแล้ว ทำให้ผู้ใช้เครื่องที่เข้าเงื่อนไขสามารถตรวจสอบและติดตั้งเวอร์ชันใหม่ได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม เครื่องที่ยังติดข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้อาจไม่ได้รับอัปเดตทันทีทุกเครื่อง
วิธีที่ 1: อัปเกรดผ่าน Windows Update ตามปกติ
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเข้าไปตรวจสอบอัปเดตผ่าน Settings ของ Windows 11 โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
-
เปิด Settings แล้วเลือก Windows Update
-
เปิดตัวเลือก Get the latest updates as soon as they’re available เพื่อรับอัปเดตล่าสุดทันทีเมื่อเครื่องเข้าเงื่อนไข
-
กด Check for updates
-
หากพบ Windows 11, version 26H2 ให้เลือก Download & install
-
รอให้ติดตั้งเสร็จ แล้วรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
Microsoft ระบุว่า Windows 11 26H2 ใช้ระบบ Enablement Package หรือ eKB ทำให้การเปลี่ยนจากเวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 เป็น 26H2 ใช้เวลาติดตั้งไม่นานเมื่อเทียบกับการอัปเกรด Windows แบบเต็มรูปแบบ เพราะทั้งสามเวอร์ชันใช้พื้นฐานระบบปฏิบัติการและชุดไฟล์ระบบร่วมกัน
วิธีที่ 2: ดาวน์โหลด eKB5121794 เพื่อติดตั้งเอง
สำหรับผู้ที่ตรวจสอบ Windows Update แล้วแต่ยังไม่พบอัปเดต สามารถเลือกดาวน์โหลด Enablement Package หมายเลข KB5121794 ผ่าน Microsoft Update Catalog ได้ โดยแพ็กเกจนี้ทำหน้าที่เปิดใช้งานความสามารถของ Windows 11 26H2 ที่มีอยู่ในระบบเดิม แต่ยังอยู่ในสถานะปิดใช้งาน
Microsoft ระบุว่า Windows 11 เวอร์ชัน 24H2, 25H2 และ 26H2 ใช้ระบบพื้นฐานร่วมกัน ฟีเจอร์ของ 26H2 จึงสามารถอยู่ในระบบผ่านการอัปเดตรายเดือนก่อนแล้ว โดยต้องเปิดใช้งานผ่าน eKB จึงจะเปลี่ยนเวอร์ชันของระบบเป็น 26H2 ได้
ก่อนติดตั้ง มีข้อกำหนดสำคัญดังนี้
-
ต้องใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 อยู่ก่อน
-
ต้องติดตั้งอัปเดต KB5124010 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 หรืออัปเดตสะสมที่ใหม่กว่า
-
ต้องรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้งหลังติดตั้งแพ็กเกจ
ดาวน์โหลดและตรวจสอบรายละเอียดได้จาก Microsoft Support: KB5121794
วิธีที่ 3: ติดตั้ง Windows 11 26H2 ใหม่ผ่านไฟล์ ISO
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Windows ใหม่ทั้งหมด หรือ Clean Install สามารถใช้ Media Creation Tool ซึ่งเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการของ Microsoft เพื่อสร้าง USB สำหรับติดตั้ง Windows 11 ได้
ไฟล์ติดตั้งรุ่นที่เกี่ยวข้องคือ Windows 11 26H2 พร้อมอัปเดต KB5127648 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยอัปเดตดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Patch Tuesday ประจำเดือนตุลาคม และมีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการด้วย
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายละเอียดอัปเดตได้ที่ Microsoft Support: KB5127648 และใช้ Media Creation Tool จากเว็บไซต์ Microsoft สำหรับสร้างสื่อการติดตั้งอย่างเป็นทางการ
Windows 11 26H2 ยังเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเครื่อง RAM น้อย
นอกเหนือจากการเปลี่ยนเวอร์ชันแล้ว Microsoft ยังเดินหน้าปรับปรุงการใช้ทรัพยากรและความตอบสนองของ Windows 11 โดยบริษัทระบุว่าการปรับปรุงหลายส่วนช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมตอบสนองได้ดีขึ้นสูงสุด 20% ครอบคลุมการเปิดเครื่อง การใช้งาน Start Menu, File Explorer, Search, Snipping Tool รวมถึงแอปอย่าง Microsoft 365 และ Edge
หนึ่งในการปรับปรุงที่น่าสนใจคือการจัดการหน่วยความจำ โดย Microsoft ระบุว่าระบบสามารถเก็บข้อมูลที่กำลังใช้งานไว้ใน RAM ได้มากขึ้นสูงสุด 2GB แทนที่จะย้ายไปยังพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ช้ากว่า ซึ่งมีประโยชน์เป็นพิเศษกับคอมพิวเตอร์ที่มี RAM 8GB หรือน้อยกว่า และเครื่องที่ยังใช้ฮาร์ดดิสก์ HDD
นอกจากนี้ Windows ยังปรับการโหลด Widgets ให้เหมาะสมกับเครื่อง โดยอุปกรณ์ที่มี RAM ไม่เกิน 8GB จะโหลด Widgets เมื่อผู้ใช้เปิดใช้งานแทนการโหลดล่วงหน้าตลอดเวลา ช่วยคืนหน่วยความจำให้แอปพลิเคชันอื่นได้มากกว่า 200MB ตามข้อมูลของ Microsoft ทั้งนี้ ตัวเลขประสิทธิภาพจริงย่อมขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์และรูปแบบการใช้งานของแต่ละเครื่อง
ควรอัปเกรดตอนนี้เลยหรือไม่?
สำหรับผู้ที่ใช้ Windows 11 24H2 หรือ 25H2 อยู่แล้ว การเปลี่ยนไปใช้ 26H2 ทำได้สะดวกกว่าการอัปเกรด Windows แบบใหญ่ในอดีต เพราะใช้ Enablement Package และต้องรีสตาร์ตเพียงครั้งเดียวในกรณีที่เครื่องพร้อมอัปเดต
อย่างไรก็ตาม ก่อนติดตั้งควรสำรองข้อมูลสำคัญ ตรวจสอบความเข้ากันได้ของไดรเวอร์และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต่อการทำงาน โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้ในองค์กรหรือเครื่องสำหรับทำงานเป็นหลัก
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ Microsoft ระบุว่า Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro ได้รับอัปเดตประจำเดือนตุลาคม 2026 เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ใช้รุ่นดังกล่าวจึงควรวางแผนอัปเกรดเพื่อให้ยังได้รับการปรับปรุงด้านความปลอดภัยต่อไป ส่วนผู้ใช้ Enterprise และ Education มีระยะเวลาสนับสนุนแตกต่างกันตามรุ่น
โดยสรุป Windows 11 26H2 พร้อมให้อัปเกรดอย่างกว้างขวางแล้ว สำหรับผู้ใช้ทั่วไปควรเริ่มจาก Windows Update ก่อน หากยังไม่พบตัวเลือกจึงค่อยพิจารณา eKB5121794 หรือการติดตั้งใหม่ด้วย ISO ตามความเหมาะสม
ที่มา: Microsoft



