Solidigm ส่อสะดุดแผน IPO Nasdaq! เกาหลีใต้ชี้อาจผิดกฎจดทะเบียนซ้ำ กระทบแผนสร้างโรงงาน NAND ในสหรัฐฯ และดีลส่งเครื่องจักรไปจีน
แผนขยายกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำ NAND ของ Solidigm บริษัทลูกในสหรัฐฯ ของ SK hynix กำลังเผชิญอุปสรรค หลังหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้แสดงความกังวลว่า การนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq อาจขัดต่อกฎการจดทะเบียนบริษัทลูกซ้ำซ้อนกับบริษัทแม่ ซึ่งอาจทำให้แผนระดมทุนเพื่อสร้างโรงงานผลิต NAND ในสหรัฐฯ ต้องพบกับความไม่แน่นอนมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Solidigm มีแผนพิจารณาเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในสหรัฐฯ เร็วที่สุดภายในปี 2027 เพื่อระดมเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจผลิตหน่วยความจำ ขณะเดียวกัน SK hynix ก็กำลังเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขออนุญาตนำเข้าเครื่องจักรผลิตชิปจากผู้ผลิตอเมริกันไปยังโรงงาน NAND ในเมืองต้าเหลียน ประเทศจีน
แผนการทั้งสองส่วนมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะการเพิ่มกำลังผลิตที่ต้าเหลียนอาจช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อนำมาสนับสนุนการลงทุนโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ แต่หากการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นล่าช้า หรือไม่ได้รับอนุญาตตามที่วางแผนไว้ การดำเนินโครงการก็อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น
หน่วยงานกำกับดูแลเกาหลีใต้ชี้ IPO ของ Solidigm อาจขัดกฎ Dual Listing
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 Lee Chan-jin ผู้ว่าการ Financial Supervisory Service (FSS) หรือหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของเกาหลีใต้ กล่าวระหว่างการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในรัฐสภาว่า ทั้ง FSS และ Financial Services Commission (FSC) มองว่าการนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ อาจขัดต่อกฎเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทแม่และบริษัทลูกซ้ำซ้อนกัน
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับแนวคิด Dual Listing หรือการที่บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่บริษัทแม่มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่แล้ว โดยนักลงทุนบางส่วนกังวลว่าการแยกบริษัทลูกออกไปขายหุ้นอาจทำให้มูลค่าทางธุรกิจถูกแยกออกจากบริษัทแม่ และกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิมของ SK hynix
เกาหลีใต้ได้ปรับแนวทางกำกับดูแลการจดทะเบียนบริษัทลูกให้เข้มงวดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยมุ่งคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ Solidigm ยังต้องรอการตีความอย่างเป็นทางการจาก FSC ว่าการเสนอขายหุ้นในต่างประเทศจะเข้าข่ายต้องยื่นจดทะเบียนหลักทรัพย์ภายในเกาหลีใต้หรือไม่
Lee ระบุว่า FSS จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และพร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงสื่อสารข้อกังวลไปยัง SK hynix เมื่อมีช่องทางที่เหมาะสม
ข้อสำคัญคือ นี่เป็นการแสดงความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแล ไม่ใช่คำสั่งยกเลิก IPO อย่างเป็นทางการ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าหน่วยงานเกาหลีใต้จะสามารถขัดขวางการเสนอขายหุ้นในสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด
Solidigm เล็ง IPO มูลค่าสูงสุดราว 5 ล้านล้านบาท
รายงานของ Reuters ก่อนหน้านี้ระบุว่า Solidigm กำลังพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เร็วที่สุดในปี 2027 โดยมีการประเมินมูลค่าบริษัทที่อาจสูงถึง 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.04 ล้านล้านบาท
มูลค่าดังกล่าวเป็นการประเมินที่ถูกรายงาน ไม่ใช่มูลค่าบริษัทที่ได้รับการยืนยันจากการเสนอขายหุ้นจริง ส่วนเงินที่บริษัทจะสามารถระดมทุนได้ก็ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้าง IPO สัดส่วนหุ้นที่เสนอขาย และการประเมินมูลค่าในช่วงเวลาที่เข้าตลาด
เป้าหมายสำคัญของการระดมทุนคือการเพิ่มความสามารถในการลงทุนด้านหน่วยความจำ NAND ในสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยเสริมฐานการผลิตภายในประเทศตามแนวทางที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการ
แต่หากแผน IPO ต้องใช้เวลาพิจารณานานขึ้น Solidigm ก็อาจต้องเลือกใช้แหล่งเงินทุนรูปแบบอื่น หรือปรับระยะเวลาการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
SK hynix ต้องการให้สหรัฐฯ อนุญาตส่งเครื่องจักรไปโรงงาน NAND ในจีน
อีกด้านหนึ่ง SK hynix กำลังเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขออนุญาตส่งออกเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากผู้ผลิตอเมริกัน เช่น Lam Research, Applied Materials และ KLA ไปยังโรงงานในต้าเหลียน ประเทศจีน
โรงงานดังกล่าวมีพื้นที่การผลิตบางส่วนที่ยังใช้งานไม่เต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนต่อขยาย Mod B ซึ่งสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2023 แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่หลังตลาดหน่วยความจำเข้าสู่ช่วงขาลง
SK hynix ต้องการนำพื้นที่ดังกล่าวกลับมาใช้ผลิต NAND Flash เพิ่มขึ้น แต่การดำเนินงานต้องอาศัยเครื่องจักรและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
บริษัทจึงเสนอแผนลงทุนโรงงาน NAND แห่งใหม่ในสหรัฐฯ ผ่าน Solidigm เพื่อสนับสนุนการเจรจาดังกล่าว โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยสร้างตำแหน่งงานและเพิ่มฐานการผลิตภายในสหรัฐฯ ขณะที่กำลังผลิตเพิ่มเติมจากจีนจะช่วยเสริมความสามารถในการจัดส่งสินค้าให้ตลาด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าจะอนุมัติคำขอส่งออกเครื่องจักรหรือไม่ และยังไม่มีข้อมูลว่าข้อตกลงจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการลงทุนหรือการตรวจสอบการใช้เงินอย่างไร
SK hynix มีเงินสดเกือบ 2 ล้านล้านบาท ยังมีทางเลือกอื่น
แม้การระดมทุนผ่าน IPO จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ Solidigm กำลังพิจารณา แต่ SK hynix ยืนยันเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับแผนเงินทุนของบริษัทลูก และกำลังประเมินทั้งแหล่งเงินทุนภายในและภายนอก
รายงานระบุว่า SK hynix มีเงินสดประมาณ 88 ล้านล้านวอน หรือคิดเป็นราว 59,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และประมาณ 2 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เงินสดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า SK hynix ยังมีทางเลือกในการจัดหาเงินทุนหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา IPO ของ Solidigm เพียงทางเดียว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ยังต้องพิจารณาผลกระทบต่อกระแสเงินสด การลงทุนในธุรกิจหลัก และผลประโยชน์ระยะยาวของผู้ถือหุ้นเดิมด้วย
บริษัทระบุว่าจะพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญกับมูลค่าทางธุรกิจและผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในระยะยาว รวมถึงหลีกเลี่ยงโครงสร้างที่อาจทำให้ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง
ความไม่แน่นอนทั้ง IPO โรงงานสหรัฐฯ และการผลิตในจีน
สถานการณ์ของ Solidigm จึงเป็นมากกว่าประเด็นการเข้าตลาดหุ้น เพราะเกี่ยวข้องกับแผนการผลิต NAND Flash ในสองประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
หาก Solidigm สามารถเข้าจดทะเบียนใน Nasdaq ได้ตามแผน บริษัทก็จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนในสหรัฐฯ แต่หากเกิดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ก็อาจต้องหันไปใช้เงินทุนภายในหรือแหล่งเงินทุนอื่นแทน
ในขณะเดียวกัน การขยายกำลังผลิตที่ต้าเหลียนก็ยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการส่งออกเครื่องจักร ซึ่งเป็นอีกตัวแปรสำคัญต่อแผนเพิ่มกำลังผลิต NAND ของ SK hynix
สรุป: หน่วยงานกำกับดูแลเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบว่าการนำ Solidigm เข้าจดทะเบียนใน Nasdaq อาจขัดต่อกฎ Dual Listing หรือไม่ ส่งผลให้แผน IPO ที่อาจมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 5.04 ล้านล้านบาทในปี 2027 เผชิญความไม่แน่นอน ขณะที่ SK hynix ยังต้องเจรจาขออนุญาตสหรัฐฯ เพื่อส่งเครื่องจักรไปยังโรงงาน NAND ในจีน แม้บริษัทจะมีเงินสดราว 2 ล้านล้านบาท แต่การระดมทุนและแผนขยายกำลังผลิตก็ยังต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้านกฎระเบียบในทั้งสองประเทศ
ที่มา: Wccftech



