รายงานระบุว่า ผลกระทบจากสงครามในอิหร่านและความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรบกวนห่วงโซ่อุปทานของแผงวงจรพิมพ์ (PCB) อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตที่ตึงตัวอยู่แล้วเผชิญแรงกดดันมากขึ้น และมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าอย่างมือถือ โน้ตบุ๊ก และเครื่องเกมสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าผู้ผลิตยอมจ่ายราคาสูงให้กับชิปที่ปกติจะถูกคัดทิ้ง สะท้อนถึงภาวะห่วงโซ่อุปทานที่ใกล้ถึงจุดวิกฤต ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญทั้งต้นทุนชิปที่พุ่งสูงและการขาดแคลนสินค้า
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง เมื่ออิหร่านโจมตีโรงงานปิโตรเคมีที่เมืองจูเบล ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 เมษายน ทำให้การผลิตเรซิน PPE ความบริสุทธิ์สูง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแผ่น PCB ต้องหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง
รายงานระบุว่า SABIC ผู้ผลิตหลักที่คิดเป็นราว 70% ของอุปทาน PPE โลก ยังไม่สามารถกลับมาผลิตและส่งมอบสินค้าได้ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความขัดแย้งในอิหร่านกระทบห่วงโซ่อุปทาน ก่อนหน้านี้ South China Morning Post รายงานว่าผู้ผลิตสารโฟโตรีซิสต์จากญี่ปุ่นแจ้งลูกค้าอย่าง Samsung และ SK Hynix ถึงปัญหาการจัดหาวัตถุดิบ เนื่องจากแนฟทาขาดแคลน ซึ่งเป็นผลจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ การปิดช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก รวมถึงความผันผวนของน้ำมันดิบ ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้ผลิตหลายรายเริ่มหาทางปรับตัว เช่น กระจายแหล่งผลิต ย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ และบริหารสต็อกเชิงกลยุทธ์
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบหลักยังตกอยู่กับผู้บริโภค ตั้งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบ → ผลิตชิปลดลง → ชิปขาดตลาด → ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่งสูง
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเครื่อง PlayStation 5 ปรับราคาขึ้นจากปัญหาชิปขาดแคลน และแนวโน้มราคาสินค้าเทคโนโลยีโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น จากทั้งปัญหาสงครามและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ จีน และยุโรป
ที่มา: Tom's Hardware



