ผลทดสอบชี้ NVIDIA App ไม่ทำ FPS ตก แต่เปิด Game Filters อาจเสียประสิทธิภาพสูงสุด 10%
หลังจาก NVIDIA เปลี่ยนมาใช้ NVIDIA App เป็นศูนย์รวมการตั้งค่าและฟีเจอร์ต่าง ๆ แทน NVIDIA Control Panel เดิม ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยกังวลว่าซอฟต์แวร์ตัวใหม่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกม
อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบล่าสุดจาก TechSpot พบว่า NVIDIA App เองแทบไม่มีผลกระทบต่อเฟรมเรตของเกม ไม่ว่าจะติดตั้งโปรแกรมไว้ เปิดทำงานเบื้องหลัง หรือปิดตัวแอปก็ตาม แต่หากเปิดใช้งานฟีเจอร์ Game Filters ประสิทธิภาพของเกมอาจลดลงได้ถึง 5-10%
NVIDIA App ไม่ได้ทำให้เกมช้าลง
ทีมทดสอบของ TechSpot เปรียบเทียบการใช้งานใน 3 รูปแบบ ได้แก่
- ติดตั้งเฉพาะไดรเวอร์กราฟิก
- ติดตั้ง NVIDIA App แต่ปิดการทำงาน
- ติดตั้งและเปิด NVIDIA App ทำงานอยู่เบื้องหลัง
การทดสอบใช้การ์ดจอ GeForce RTX 5060 Ti 16GB จับคู่กับซีพียู AMD Ryzen 7 9800X3D และทดสอบที่ความละเอียด 1440p ในหลายเกม เช่น
- Forza Horizon
- Marvel Rivals
- Crimson Desert
ผลลัพธ์พบว่า ค่า FPS เฉลี่ยแทบไม่แตกต่างกัน ในทุกสถานการณ์ แสดงให้เห็นว่า NVIDIA ได้ปรับแต่งตัวแอปให้ใช้ทรัพยากรระบบน้อยมาก
RTX 2060 ก็ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
เพื่อยืนยันว่าการ์ดจอรุ่นเก่าจะไม่ได้รับผลกระทบ ทีมทดสอบยังนำ GeForce RTX 2060 มาทดสอบซ้ำ
ผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิม คือการติดตั้งหรือเปิด NVIDIA App ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Overlay แสดง FPS แทบไม่มีผลต่อประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผู้เล่นนิยมใช้งานคือ Performance Overlay สำหรับแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น
- FPS
- ค่า Latency
- การใช้งาน GPU
- อุณหภูมิ
ผลทดสอบระบุว่าการเปิด Overlay ไม่มีผลกระทบต่อเฟรมเรตอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบน RTX 5060 Ti และ RTX 2060
อัดวิดีโอเสีย FPS เพียงเล็กน้อย
สำหรับฟีเจอร์บันทึกวิดีโอภายใน NVIDIA App พบว่ามีผลต่อประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย
บน RTX 5060 Ti ที่ความละเอียด 1440p
- Forza Horizon สูญเสียประมาณ 2 FPS หรือราว 2%
- Marvel Rivals ลดลงประมาณ 2 FPS หรือ 3%
- Crimson Desert ลดลงประมาณ 2 FPS
ส่วน RTX 2060 ที่ไม่รองรับการเข้ารหัส AV1 และใช้การบันทึกแบบ H.264 ก็มีเฟรมเรตลดลงเพียง 1 FPS หรือประมาณ 2% เท่านั้น
Game Filters ตัวการทำ FPS ลด
ฟีเจอร์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพมากที่สุดกลับเป็น Game Filters ซึ่งใช้สำหรับเพิ่มเอฟเฟกต์หลังการประมวลผลภาพ เช่น การเพิ่มความคมชัด สี และคอนทราสต์
ผลการทดสอบพบว่า การเปิดใช้งาน Game Filters สามารถทำให้เฟรมเรตลดลงประมาณ 5-10% ขึ้นอยู่กับเกมและเอฟเฟกต์ที่เลือกใช้งาน
โดยเฉพาะฟิลเตอร์ Sharpen+ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ใช้ทรัพยากรของ GPU มากที่สุด และส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด
สรุป
ผลทดสอบชี้ว่า ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า NVIDIA App จะทำให้เกมทำงานช้าลง เพราะตัวโปรแกรมและฟีเจอร์ Overlay แทบไม่มีผลต่อประสิทธิภาพ ขณะที่ระบบบันทึกวิดีโอก็กระทบ FPS เพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หากต้องการรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอให้ได้สูงสุด โดยเฉพาะในการเล่นเกมแข่งขันหรือเกมที่ต้องการเฟรมเรตสูง ควรหลีกเลี่ยงการเปิดใช้งาน Game Filters โดยเฉพาะฟิลเตอร์ Sharpen+ ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้สูงสุดถึง 10%
ที่มา: TechSpot



