Date: 23-Mar-2010
Author:
tor_Za
Page:
1/1

DIY S/PDIF Coaxial Bracket


                  วันนี้ก็ต้องขอกราบสวัสดีกัยแบบงามๆกับชาวโอเวอร์คล๊อกโซนและทุกท่านที่ได้หลงเข้ามานั่งอ่านบทความที่อ่านแล้วอาจจะ
มึนได้ครับ ที่ผมบอกว่ามึนๆกันเนื่องจากว่าวันนี้จะเป็นบทความในลักษณะของการ DIY และเกี่ยวข้องกับระบบเสียงในบทความเดี๋ยวกัน
เลย ซึ่งเรื่องของเสียงบางทีมันก็เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก รวมไปถึงอีโก้และทิฐิของแต่ละบุคคล ซึ่งบางทีมันก็ยากที่จะเข้าถึงได้
เพราะบางท่านอาจจะชื่นชอบกันที่ยี่ห้อสินค้า ,วัสดุ ,การใช้งาน ,การออกแบบ ,คุณภาพเสียงที่ฟังแล้วชอบ ,ราคาค่าตัวที่จ่าย และ ฯลฯ
ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลแต่ละบุคคลที่จะชี้วัดว่าอะไรนั้นดีหรือคุ้มค่า ก็ว่ากันไปครับ สำหรับเรื่องระบบเสียงของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุค
สมัยนี้เริ่มมีอุปกรณ์ออกมาให้เลือกใช้สาระพัด ซึ่งบางทีเผลอๆมันอาจจะเรื่องมากกว่าเครื่องเสียงบ้านไปแล้วด้วยซ้ำ ก็เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้
มันรวมกันไปซะมั่วอย่างกับเรื่องเดียวกันไปแล้ว สมัยก่อนท่านที่เล่นระบบเสียงบนเครื่องคอมพิวเตอร์สนใจกันพวก DAC หรือ AVR
ที่ไหนกัน แต่ก่อนมีซาวการ์ดแยกเพิ่มดีๆซักตัวนึงแล้ว แต่เดี๋ยวนี้อาจจะกลายเป็นว่ามันไม่พอไปแล้ว ต้องอาศัย DAC เพื่อมาใช้ฟังเพลง
โดยเฉพาะ แต่ว่าพวก DAC หรือ AVR ส่วนมากต้องรับสัญญาณดิจิตอลมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้การเชื่อมต่อแบบ S/PDIF
OPTICAL และ COAXIAL แต่จะให้ไปซื้ออุปกรณ์ส่งสัญญาณให้ออกมาเป็นรูปแบบ S/PDIF COAXIAL เช่น Sound Card
Hi-End หรีอ USB to SPDIF COAXIAL Converter เพื่อมาส่งสัญญาณเข้า DAC หรือ AVR ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่แพง
มากไปสำหรับผู้เริ่มต้นและต้องการความประหยัดงบประมาณในการเล่นระบบเสียงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สุดท้ายก็มีพระเอกที่ทาง
ผู้ผลิตได้ใส่มาให้นั้นก็คือการ์ดเสียงแบบออนบอร์ด โดยส่วนมากแล้วจะมีช่อง S/PDIF OPTICAL มาให้ (เรื่องมากได้อีก) แต่ว่าใน
ความนิยมการเล่นสาย SPDIF COAXIAL จะได้รับความนิยมสูงกว่า (จนแล้วไม่เจียม) ซึ่งจะมีแต่เพียงเมนบอร์ดแบบ Hi-End ที่จะ
ใส่ SPDIF COAXIAL มาให้ด้วย แล้วถ้าอยากจะใช้สาย SPDIF COAXIAL บนเมนบอร์ดที่ไม่มีมาให้จะทำยังไง วันนี้ผมมีทาง
ออกแบบง่ายๆ ที่สำคัญลงทุนไม่กี่บาท บางทีอาจไม่ต้องลงทุนด้วยเพราะว่าหาของที่เคยใช้ DIY เก่าๆที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทำก็ได้



S/PDIF (Sony/Philips Digital Interconnect Format)

ตามมาตรฐานของ S/PDIF สำหรับผู้ใช้งานตามบ้านก็จะมี
การเชื่อมต่อสองรูปแบบคือ Optical และ Coaxial ผมก็ไม่
พูดมากเรื่องหลักการของ S/PDIF สามารถศึกษาเพิ่มได้ครับ


Back I/O Panel ของเมนบอร์ดรุ่นนึง ที่มีราคาขายอยู่
เกือบหกพันบาท แต่ว่า S/PDIF Out มันยังมีแต่ Optical
เท่านั้น เมนบอร์ดราคาประหยัด ไม่ต้องมาคิด มันไม่มีมาด้วย


นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมความนิยมการเล่นสาย Coaxial
นั้นได้รับความนิยมสูงมากกว่า เนื่องจากว่ามันมีลูกเล่นให้ใช้
ได้เยอะ ไม่ว่าจะตะกั่ว ,หัว RAC และสายสัญญาณ 75 โอม


อย่าคิดว่า S/DPIF สำหรับการ์ดเสียงแบบออนบอร์ดจะเพิ่ง
มามีไม่นานนี้ สมัยก่อนเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วก็ยังมีเช่นกันครับ
ที่สำคัญที่ต่างประเทศมี Bracket อุปกรณ์เสริมขายด้วย


Bracket S/PDIF สำหรับการ์ดเสียงออนบอร์ด ในต่าง
ประเทศก็มีขายด้วย แต่ถ้ามานั่งคิดเรื่องราคารวมกับค่าส่ง
มาบ้านเรา บางทีรวมกันแล้วหงายหลังจนต้องไปคิดซื้อการ์ด
เสียงแบบแยก เพื่อที่จะมาปล่อย S/PDIF ก็ยังคุ้มกว่าเลยครับ




S/PDIF Out Connector Header

                  การ DIY S/PDIF Coaxial Bracket ก็ต้องอาศัยจากจุดต่อ S/PDIF Out บนเมนบอร์ด แต่ว่าไม่ใช่แต่การ์ดเสียง
ออนบอร์ดอย่างเดียวที่ทำได้ เพราะว่าการ์ดเสียงแยกที่ไม่มี S/PDIF Coaxial ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็อาจจะไม่จำเป็นต้อง
เสียเงินซื้อการ์ดเสียงแบบ Hi-End เพื่อจะใช้ S/PDIF Coaxial ก็ได้ครับ จุดเชื่อมต่อ S/PDIF Out เมนบอร์ดแต่ละรุ่นก็จะจุดที่
มีลักษณะแตกต่างกันไป ยังไงก็ต้องศึกษาคู่มือเมนบอร์ดรุ่นที่จะทำก่อน การ DIY S/PDIF Coaxial Bracket อาศัยขั้วสัญญาณ
S/PDIF Out และ Ground (GND) เพียงเท่านั้น


เมนบอร์ดราคาประหยัดอย่าง ECS ก็มีจุด S/PDIF Out
กับเค้าด้วย ซึ่งดูตามจากลูกศรที่ชี้ไปตามภาพได้เลยครับ


เมนบอร์ดราคาประหยัดอย่าง ASRock มีจุด S/PDIF Out
มาไม่น้อยหน้า ซึ่งดูตามจากลูกศรที่ชี้ไปตามภาพได้เลย


จิ๋วแต่แจ๋วอย่าง Intel ATOM 330 ก็ยังมี S/PDIF Out
กับเค้าด้วย ซึ่งดูตามจากลูกศรที่ชี้ไปตามภาพได้เลย


เมนบอร์ด ASUS รุ่นยอดนิยมอีกรุ่น จุด S/PDIF Out
แยกออกมาได้อย่างชัดเจนดีมากครับ


เมนบอร์ดกิ๊กกาไบท์ รุ่นใหม่ๆจะเปลี่ยนไปใช้เป็นลักษณะ
S/PDIF Out แบบสองขา ต่อได้แต่แบบ Coaxial
เพราะว่าส่วนมากจะมี Optical มาให้อยู่แล้วครับ


การ์ดออนบอร์ดที่ทาง MSI ทำเก๋ แยกออกมาเหมือนการ์ดแยก
ก็ยังคงมี S/PDIF Out ด้วยเช่นเดียวกันเป็นแบบสองขา


การ์ดเสียงรุ่นเล็กจากทาง ASUS มีจุด S/PDIF Out
แสดงไว้ได้อย่างชัดเจน แบบว่ามองดูก็รู้แล้วครับ



Do It Your self S/PDIF Coaxial Out Bracket

                  ผมก็บอกไว้ตั้งแต่ตอนช่วงต้นบทความนี้แล้วว่า ในวันนี้จะเน้นกันที่ความประหยัดแล้วทำแบบง่ายๆ อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะออก
แนวตามมีตามเกิดไปบ้างซะเล็กน้อย เนื่องจากว่าผมไม่ได้ลงทุนอะไรเลย หาของเก่าๆในบ้านมาใช้เท่านั้นครับ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ
DIY S/PDIF Coaxial Bracket
1.แท่น RCA แบบตัวเมีย จะเป็นตัวละไม่กี่สิบบาทจนถึงตัวละหลายร้อยบาทก็ได้ ตามงบประมาณ
2.สายที่แถมมากับ CD-Rom ,DVD-Rom ที่มักจะโยนทิ้งๆกันไป ที่เอาสายแบบนี้มาใช้ เพราะว่าโดยปกติแล้วสายนี้มันเป็นสายที่
ใช้ในการส่งข้อมูล S/PDIF จากการฟัง CD-Audio มาสู่การ์ดเสียงอยู่แล้ว ที่สำคัญไม่ต้องมาเข้าหัวใหม่ด้วย มีแต่ตัดออกให้พอดี
3.แผ่นเหล็กที่ใช้ปิดรูหลังเคส


                  ส่วนนี้จะเป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการทำ DIY S/PDIF Coaxial Bracket ซึ่งก็เลือกใช้ตามความสะดวก แต่โดยหลัก
แล้วจะต้องมีหัวแร้งที่ใช้ในการเชื่อมและตะกั่วที่ใช้เชื่อม
1.หัวแร้งที่ใช้ในการเชื่อม ซึ่งไม่ต้องเอาแบบที่มีความร้อนสูงมาใช้มากก็ได้ เพราะว่าถ้าร้อนไปบัดกรียากอีก
2. ตะกั่วเชื่อม จะใช้เป็นตะกั่วถูกๆหรือจะใช้ตะกั่วเงิน 101% ก็ใช้ได้ตามความสามารถของหูและเงินงบประมาณ
3. USB 2.0/1.1 + IEEE 1394 Bracket เอาไว้ ถ้ากลัวเปลืองที่ ก็ทำ S/PDIF Coaxial + USB 2.0/1.1 Bracket ไปเลย
4. ตะข่ายหุ้มสายไฟ เผื่อว่าจะไว้ตบแต่งให้ดูสวยงาม
5. ท่อหด เผื่อว่าจะเก็บซ่อนรอยการเชื่อมที่ดูไม่สวยงามและใช้ร่วมกับตะข่ายหุ้มสายไฟ


                  นำแผ่นเหล็กที่ใช้ปิดรูหลังเคส มาเจาะให้รู้มีความพอดีกับแท่น RCA ที่จะนำมาใช้ทำ S/PDIF Coaxial Bracket
พร้อมทั้งการลองยึด แท่น RCA กับแผ่นเหล็กปิดหลังเคสไว้ด้วยให้แน่นๆ


ถ้าต้อง S/PDIF Coaxial + USB 2.0/1.1 Bracket
ก็นำ USB 2.0/1.1 + IEEE 1394 Bracket มาถอด
IEEE ออกไป แล้วก็ทำการยึดแท่น RCA ให้เรียบร้อย
จริงๆที่ผมแนะนำแบบนี้ด้วย เผื่อว่าท่านใดไม่มีเครื่อง
มือ+ฝีมือที่ใช้ในการเจาะแผ่นเหล็กที่ใช้ปิดรูหลังเคส


                  นำสาย CD-In ,CD-S/PDIF In ที่มันแถมมากับ CD-Rom หรือ DVD-Rom มาทำการตัดหัวออกข้างนึง แล้วพร้อม
ทั้งการปลอกสายไฟให้พร้อมกับการเชื่อม ถ้าไม่ต้องการสายที่ยาวมาเกินไป ก็สามารถตัดให้มีความยาวพอดีตามความต้องการก็ได้ครับ
แต่ว่ายาวเผื่อไว้หน่อยก็ยังดี เพราะว่าเหลือดีกว่าขาดครับ


                  ใช้ไขควงปากแบนอันเล็กๆหรือว่าเข็มเป็นตัวช่วยในการย้ายตำแหน่งของขาก็ได้ ซึ่งก่อนที่จะย้ายนั้นควรศึกษาคู่มือก่อนว่า
ที่ตัวหัวเสียบกับ S/PDIF Out บนเมนบอร์ดตำแน่งสัญญาณ S/PDIF Out อยู่ตรงไหนและกราว์อยู่ตรงไหน สายสีดำเส้นใหญ่ๆนั้น
จะใช้เป็นส่วนของกราว์และสายสีแดงกับขาวเป็นสายสัญญาณ S/PDIF ครับ (รูปไม่ชัดอย่าโกรธกันนะ เพราะว่าทำทั้งทำถ่ายรูป)


รูปแบบบางส่วนของ S/DPIF Connector Header


                  หลังจากที่จัดตำแหน่งสายไฟของหัวเสียบ S/PDIF Out ได้เรียบร้อยแล้ว สายอะไรที่ไม่ได้ใช้ก็ตัดทิ้งไปดีกว่า อยู่ไปก็รก
(หรือเปล่า)


                  มาถึงการเตียมตัวกันบ้างซักเล็กน้อย สำหรับแท่น RCA ที่ท่านเตียมไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนต้น ก็ถ้ายังไม่มีความชำนาญ
ทางด้านการเชื่อม ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตอน ป.4 ที่ผมไปปรึกษาเรื่องการซ่อมรถบังคับวิทยุที่ผมรื้อจนเน่า ได้บอกไว้ว่า "ป้ายตะกั่ว
ให้หนาๆที่จุดที่ต้องการจะเชื่อมสายไฟไว้มากหน่อย เวลาเชื่อมสายไฟจะได้เชื่อมติดง่าย" ซึ่งผมก็จำมาใช้ถึงทุกวันนี้แม้จะจบ ป.โท แล้ว
ก็ตาม ที่แท่น RCA จุดเชื่อมด้านข้างที่ยื่นออกมาไว้เชื่อมสาย Ground และ ตรงกลางใช้เชื่อมกับสายสัญญาณ S/PDIF


ทำการเชื่อมสายกราว์ให้เรียบร้อย จิ้มปุ๊บติดแล้วไม่ต้องแช่นานครับ


ทำการเชื่อมสายสัญญาณ S/PDIF ให้เรียบร้อย จิ้มปุ๊บติดแล้วปล่อย


แค่นี้ก็เรียบร้อยพร้อมที่จะนำไปใช้งาน


                  จะนำท่อหดมาหุ้มรอยเชื่อมที่ไม่ค่อยสวยงามหรือเพื่อความคงทนที่มากขึ้นก็แล้วแต่ รวมไปถึงการนำตะข่ายหุ้มสายไฟมา
หุ้มสายเพื่อความสวยงามก็ได้ครับ แต่จากในภาพผมไม่ได้ใช้ตะข่ายหุ้มสายไฟแบบที่ใช้ในคอมนะ ผมเอาท่อหุ้มสายไฟแบบที่ทนความ
ร้อนสูงที่ไว้ใช้หุ้มสายไฟที่เดินในห้องเครื่องของรถยนต์มาใช้ (พอดีมันมีเหลือที่บ้านนิดหน่อย)



                  การปรับแต่งโปรแกรมของการ์ดเสียง เพื่อให้ออกทาง S/PDIF Coaxial ก็มีความแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยครับ ก็ขึ้น
อยู่กับ Driver ที่ลงเอาไว้ รวมไปถึงการตั้งค่า Volume Mixer ของระบบปฏิบัติการให้เสียงออกมาทาง S/PDIF Coaxial ด้วย
ส่วนการปรับแต่งอื่นๆให้เหมาะสมกับการฟังเพลงหรือดูหนังลองศึกษาเพิ่มเติมกันตามสบาย



                  หลังจากที่ได้ทำ DIY S/PDIF Coaxial Bracket เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ขอนั่งฟังเพลงผ่านทาง DAC Dual PCM
1794 ให้หายมึนตะกั่ว ก็พบว่าเพียงแค่ใช้สาย Coaxial DIY เส้นไม่กี่ร้อย (ค่าหัว RCA หัวละเกือบร้อย + สายเมตรละร้อยกว่าบาท)
เสียงที่ออกมาแค่นี้มันก็ดีกว่าการต่อผ่านทาง สาย USB ที่มีราคาเกือบพันแล้วครับ แค่นี้ก็ทำให้หายเหนื่อยและหายมึนตะกั่วไปได้มาก



Conclusion !

                  อ่านแล้วอ่าเพิ่งมึนกันนะครับ เพราะว่าตอนนี้ที่นั่งเขียนอยู่เนี่ยผมก็ยังไม่หายมึนตะกั่วดีเท่าไรครับ หลายๆท่านอ่านบทความ
ในวันนี้แล้วก็อาจจะงงๆ ว่า S/PDIF Coaxial มันคืออะไร ถ้าเกิดวันหน้ามีโอกาสเล่น DAC หรือ AVR ที่มีการเชื่อมต่อแบบที่ต้อง
ใช้ S/PDIF ค่อยมาย้อนกลับมาดูก็ได้ครับ เพราะว่าเรื่อง DIY S/PDIF Coaxial Bracket มันมีมานานแล้ว แต่ว่าก็ยังมีคนไม่รู้กัน
อีกมาก การ DIY S/PDIF Coaxial Bracket ในวันนี้กฌจะเป็นลักษณะแบบเบื้องต้น ที่ทำกันได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องมีความรู้ทางด้าน
ไฟฟ้าก็สามารถทำได้ แต่ว่าถ้าต้องการทำ DIY S/PDIF Coaxial Bracket ให้ดีกว่านี้ก็เปลี่ยนเกรดอุปกรณ์ที่ดีขึ้น เช่นแท่น RCA
,สายสัญญาณและตะกั่วเงินแท้ๆ ก็เรียกกว่ายกระดับ DIY S/PDIF Coaxial Bracket ให้ดีขึ้นกว่าได้อีก รวมไปถึงการประยุกต์รูป
แบบอื่นๆตามความต้องการเช่นต่อจากบนเมนบอร์ดแล้วทำสายต่อกับ DAC หรือ AVR โดยตรงก็สามารถทำได้เช่นกัน วันนี้ก็คงจะได้
อะไรไปบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
                  สำหรับวันนี้ผมขอจบ เพียงเท่านี้ ถ้าขาด ตกบกพร่องในจุดใดก็ขออภัยด้วย วันนี้ก็ต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ......... _/|\_




This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่