Date: 06-Jan-2010
Author: ZoLKoRn

Page:
1/7

ASUS P7H57D-V EVO


                  ....หลังจากสิ้นสุดการรอคอยของการมาถึงในยุคสมัย 32nm กับขนาดในการผลิต CPU Chip ณ ปัจจุบันนี้โดยทางอินเทลนั้นก็เพิ่งจะได้มีการเปิดตัวซีพียูในตระกุลใหม่ๆโมเดลใหม่ๆอย่างสดๆร้อนๆเมื่อในวันที่ 3 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา และทางโอเวอร์คล๊อกโซนเองก็มิได้นิ่งเฉยซึ่งได้มีบททดสอบและรายละเอียดต่างๆของความเป็นซีพียุในตระกูล Westmere ที่เป็นรหัสในการผลิตซีพียุในระดับ 32nm จากทางอินเทล สำหรับรายละเอียดและข้อมูลทั้งหมดของเรื่องราวในส่วนนี้ก็สามารถติดตามชมได้จาก เปิดตัว 32nm Westmere รับศักราชใหม่กับ Intel Core i5 600Series ส่วนใครที่ได้ติดตามชมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ในวันนี้เราก็มาติดตามเรื่องราวที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนกันต่อเลยกับสิ่งที่มักจะคลอดตามมาเป็นเงาตามตัวเสมอ และมันก็จะเป็นอะไรอื่นไปมิได้หากไม่ใช่ตัวเมนบอร์ด และจากที่ทราบกันอยู่แล้วถึงแม้ซีพียุในตระกุลใหม่ดังกล่าวนี้จะยังคงสามารถใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดในตระกูล P55 Express Chipset ที่มีอยุ่แล้วได้นั้นแต่... เราควรจะไม่ลืมว่าซีพียุในตระกูล Westmere หรือที่นิยมเรียกกันว่า Clarkdale นั้นมันมีสิ่งที่แตกต่างไปจากความเป็น Core i5 ธรรมดาด้วยที่มันมีการพกเอากราฟิกชิบรวมเข้ามากับตัวซีพียุด้วยนั่นเอง และด้วยเหตุนี้เองจึงจำเป้นที่จะต้องมีชิบเซตรหัสใหม่โมเดลใหม่ออกมารองรับในส่วนดังกล่าวนี้ สำหรับใครที่คิดว่าความต้องการของตนเองกับกราฟิกชิบที่มาพร้อมกับซีพียูก็เพียงพอแล้ว และสำหรับเมนบอร์ดตัวแรกที่เราจะมาทำการทดสอบให้ได้ชมกันในครั้งนี้นั้น เป็นเมนบอร์ดจากผู้ผลิตที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในผุ้นำในวงการเมนบอร์ดอย่าง ASUS ซึ่งมาในโมเดล P7H57D-V EVO และเมื่อได้รับทราบกันไปแล้วว่าในวันนี้เราจะได้มีอะไรมาให้ได้ชมกันนั้น ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปติดตามชมกันเลยครับ...


Package & Bundled



ในส่วนของตัวแพ็กเกจจาก ASUS P7H57D-V EVO นั้นรูปร่างหน้าตา และสีสันที่เลือกใช้ ก็ยังไม่มีความแตกต่างไปจากรุ่นพี่ๆของตนเองในตระกูล P7P55 ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด และถ้ามองกันถึงตัวสีสันและลวดลายจากตัวแพ็กเกจแล้วนั้น เราก็พอจะทราบได้บ้างแล้วว่า เมนบอร์ดตัวนี้จะถูกจัดวางไว้ในระดับใดในท้องตลาด แต่หากไม่ทราบจริงๆก็จะมีเฉลยให้ว่ามันจะเป็นเมนบอร์ดในระดับ Mainstream หรือกลุ่มตลาดระดับกลางนั่นเอง ส่วนตัวอุปกรณ์บันเดิลต่างๆนั้น ก็มีมาให้ตามมาตรฐานของเมนบอร์ดในระดับดังกล่าวนี้ ส่วนจะประกอบไปด้วยอะไรนั้น รับชมเอาจากภาพเลยแล้วกันนะครับ


Motherboard Details




สำหรับเลย์เอาท์การออกแบบของตัวเมนบอร์ดนั้น เห็นกันแล้วนึกคุ้นๆกันอย่างแน่นอนว่าคลับคล้ายคลับคลากับเมนบอร์ดสักโมเดลหนึ่งจากทาง ASUS ด้วยกันเอง แต่ถ้าหากว่านึกกันไม่ออกก็ขอบอกกันเลยแล้วกันว่ามันมีเลย์เอาท์ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเมนบอร์ดในโมเดล P7P55D-E Pro เป็นอย่างมาก แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้เหมือนกันไปทั้งหมดมีเพียงส่วนคล้ายคลึงเท่านั้น ไม่ได้เป็นการใช้ PCB ชุดเดิมแล้วเปลี่ยนชิบเซตแต่อย่างใด สำหรับในส่วนของรายละเอียดจากตรงจุดนี้นั้น ตัวเมนบอร์ดก็จะมาในขนาดมาตรฐาน ATX และสีสันของอุปกรณ์ต่างๆที่เลือกใช้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรุ่นพี่ๆในตระูกูล P7P55 แต่อย่างใด ที่จะยังคงเป้นโทนสีฟ้าตัดดำและแทรมด้วยสีน้ำเงิน ส่วนตัว PCB นั้นยังคงเลือกใช้สีน้ำตาลใหม้เช่นกัน


ในที่สุดแล้วเราก็ได้เห็นซ๊อคเก็ตจากทาง Lotes บนเมนบอร์ดจากทาง ASUS จากที่หลายๆคนเคยถามหากัน และสำหรับชุดซ๊อคเก็ตทั้งหมดตรงนี้ก็จะเป็นชุดจากทาง Lotes ทั้งหมดทั้งชุดฝาครอบและตัว LGA สำหรับซีพียุที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดตัวนี้นั้น ก็สามารถใช้งานร่วมกับซีพียูในตระกูล LGA1156 ได้ในทุกๆโมเดลไม่ว่าจะเป็น Core i5/i7 Lynnfield, Core i5 600Series และ Core i3 500Series ทางด้านของภาคจ่ายไฟนั้นจะเป้นภาคจ่ายในภายใต้เทคโนโลยี Hybrid จากทาง ASUS ที่ระบุมาว่าจะเป็นภาคจ่ายไฟในขนาด 12เฟส (8 + 2 x Tprobe) และสำหรับตัว Mosfet ทั้งหมดนั้นก็ได้มีการติดตั้งชุดฮีตซิงก์มาให้ตลอดทั้งสองแนว


สำหรับการใช้งานของตัวเมโมรีนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากซีพียูในตระกูล Intel Core i5/i7 Lynnfield แต่อย่างใด เพราะว่าซีพียูในตระกุลใหม่นี้นั้นก็มาพร้อมกับชุด IMC ที่รองรับ DDR3 ในแบบ Dual-Channel ความเร็วที่รองรับก็จะประกอบไปด้วย DDR3-1066, 1333, 1600, 2133MHz(OC) ส่วนอัตราความจุสูงสุดในการติดตั้งเมโมรีจากทั้งหมดสี่สล๊อตสามารถติดตั้งได้รวมกันที่ 16GB และอีกหนึ่งจุดที่ไม่ขาดหายไปไหนนั่นก็คือตัว Jumper สำหรับปรับระดับไฟเลี้ยงให้กับตัว Memory ได้สูงขึ้นสำหรับขา Extreme นั่นเอง แต่เมนบอร์ดตัวนี้จะไม่มี CPU-OV และ IMC-OV มาให้ด้วยแต่อย่างใด


ในส่วนของ Expansion Slot เราจะเห็นว่ามีสล๊อต Pci-e 2.0 x16 จำนวนสองชุด ซึ่งหมายความว่าเราจะสามารถใช้งานกราฟิกการ์ดในแบบ Multi-GPU ร่วมกับเมนบอร์ดตัวนี้ได้ทั้ง SLI และ CrossfireX แต่ทั้งนี้การใช้งานกราฟิกการ์ดในแบบ Multi-GPU ที่ระบุมาอย่างชัดเจนว่ารองรับทั้งสองเทคโนโลยี แต่มันจะสามารถใช้งานได้ร่วมกับซีพียูในตระกูล Lynnfield เท่านั้น หากเป็นซีพียูในตระกูล Clarkdale ก็จะไม่สามารถใช้งาน CrossfireX หรือ SLI ได้ (อ้างอิงจากคู่มือ) ส่วนสล๊อตอื่นๆก็จะประกอบไปด้วย 3x Pci-e 1x และ 2x PCI 32bit


PCH ชิบภายใต้รหัส H57 ตัวใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับการมาถึงของ Clarkdale ที่จะมีความพิเศษกว่า P55 ก็เพียงช่องทาง FDI สำหรับใช้เป็นช่องทางสำหรับการแสดงผลให้กับ I-GFX และสำหรับตัวคูลเลอร์นั้นก็เรียกได้ว่ายกมาจากรุ่นพี่ ในแบบถอดด้ามกันมาเลย


อินเทอร์เฟสสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อ HDD สำหรับเมนบอร์ดในโมเดลนี้ก็ยังคงมีมาให้อย่างครบครันทั้งในแบบ P-ATA และ S-ATA สำหรับ SATA Port นั้นจะมีมาให้ได้เลือกใช้งานกันทั้งหมด 9 พอร์ทด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็น SATA 2.0 จำนวน 6 พอร์ทซึ่งควบคุมจาก H55 Chipset รองรับการใช้งานในโหมด RAID 0, 1, 5 และ 10 และในอีกหนึ่งพอร์ทจะเป็นมาตรฐาน e-SATA ในบริเวณ Back Panel ที่ควบคุมจาก Marvell 88SE6111 ซึ่งยังรวมถึง P-ATA อีกหนึ่งพอร์ทเช่นเดียวกัน สุดท้ายกับ SATA อีกสองพอร์ทที่เหลือนั้นจะเป็นพอร์ทในมาตรฐานใหม่ล่าสุดอย่าง SATA 3.0 ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 6Gbps ซึ่งได้รับการควบคุมจาก Mavell 88SE9123-NAA2


และทาง ASUS ก็จะยังคงเลือกใช้ชิบเพิ่มเติมจากทาง PLX สำหรับใช้เป็น Pci-express Bridge ให้กับ SATA 3.0 เพื่อที่จะได้ไม่แย่งแบนวิดท์จาก Pci-express Controller หลัก ซึ่งจะทำให้กราฟิกการ์ดที่ใช้งานยังสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็ว 16x เต็มกำลังเช่นเดิม


สำหรับระบบเสียงนั้นได้รับการควบคุมจาก Realtek ALC889 กับระบบเสียง 8Channel High Definition ส่วนระบบ Network นั้นก็ได้รับการควบคุมจาก Realtek เช่นเดียวกันสำหรับชิบในรหัส RTL8112L Gigabit Lan


สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงให้กับเมนบอร์ดในตระกูลระหว่าง H55/H57 และ Q57 กับ P55 ที่เคยรู้จักกันมา นั่นก็คือในบริเวณของ Back I/O Panel ที่เราจะได้พบกับพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อไปสู่จอแสดงผล ที่จะมีมาให้ได้เลือกใช้กันสามมาตรฐานด้วยกัน อันประกอบไปด้วย HDMI 1.3, DVI ซึ่งรองรับความละเอียดในการแสดงผลสูงสุดที่ 1920x1200 และ VGA หรือ D-Sub 16pin ซึ่งจะสามารถรองรับความละเอียดได้ในระดับที่สูงกว่าคือ 2048x1536 แต่กระนั้นแล้วจากระดับความละเอียดที่รองรับนี้ยังคงไม่สามารถเชื่อมต่อใช้่งานกับจอแสดงผลในขนาด 30" ณ ปัจจุบันนี้ได้ แต่ก็เป็นที่เพียงพอสำหรับการแสดงผลในระดับ Hi-def ส่วนพอร์ทใช้งานอื่นๆก็จะประกอบไปด้วย 4x USB2.0, IEEE1394, RJ45, Audio I/O port, Optical SPDIF output, e-SATA /USB2.0 และสุดท้ายกับ USB 3.0 (พอร์ทสีฟ้า) ที่มีมาให้ได้ใช้งานกันในจำนวนสองพอร์ท


สำหรับ USB 3.0 จำนวนสองพอร์ทที่มีมาให้ได้ใช้งานนั้น ได้รับการควบคุมจากชิบ NEC D720200F1



| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | Next >>


This website optimize resolution best view for 800 x 600
Contact : Webmaster | Link : เวบเก่าคลิกที่นี่