Microsoft ปล่อย Windows 11 26H2 Build 26300.9278 เข้า Release Preview เน้นยืดอายุซัพพอร์ต มากกว่าฟีเจอร์ใหม่
Microsoft เริ่มปล่อย Windows 11 version 26H2 ให้สมาชิก Windows Insider ในช่อง Release Preview Channel แล้ว โดยมาพร้อมหมายเลข Build 26300.9278 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญก่อนการเปิดตัว Windows 11 26H2 สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม Windows 11 26H2 อาจไม่ใช่การอัปเดตที่น่าตื่นเต้นนักสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจาก Microsoft ให้ความสำคัญกับการปรับรอบการสนับสนุนและอายุการใช้งานของระบบปฏิบัติการ มากกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ครั้งใหญ่หรือการเปลี่ยนแปลงอินเทอร์เฟซแบบยกเครื่อง
Windows 11 26H2 เน้นปรับรอบ Support Cycle
จุดสำคัญของ Windows 11 26H2 คือการเริ่มต้นรอบการสนับสนุนใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ที่อัปเกรดมายังเวอร์ชันนี้ได้รับระยะเวลาการสนับสนุนที่ยาวนานขึ้น
แนวทางของ Microsoft ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 เป็นต้นมา คือการพัฒนาฟีเจอร์และการปรับปรุงต่าง ๆ ให้พร้อมอยู่ภายใน Windows แต่ละสาขา จากนั้นจึงใช้ระบบ Enablement Package หรือ eKB เพื่อเปิดใช้งานความสามารถเหล่านั้นเมื่อถึงรอบการเปิดตัวที่เหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ การอัปเกรดไปยัง Windows 11 26H2 จึงมีความแตกต่างกันตามเวอร์ชันที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่
สำหรับเครื่องที่ติดตั้ง Windows 11 24H2 หรือ 25H2 อยู่แล้ว การเปลี่ยนไปใช้ 26H2 สามารถทำได้ผ่าน eKB ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการเปิดใช้งานฟีเจอร์ที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้ว ทำให้กระบวนการอัปเกรดไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแพ็กเกจขนาดใหญ่เหมือนการอัปเดตเวอร์ชันหลักแบบเต็มรูปแบบ
ในทางกลับกัน เครื่องที่ยังใช้ Windows 11 รุ่นเก่าอย่าง 22H2 หรือ 23H2 ซึ่งอยู่บน servicing branch รุ่นก่อนหน้า จะต้องติดตั้ง Windows 11 26H2 ในลักษณะของ Feature Update เต็มรูปแบบ
ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ 24H2 และ 25H2 การเปลี่ยนไปใช้ 26H2 จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างราบรื่น ขณะที่ผู้ใช้จากรุ่นเก่าจะพบกระบวนการอัปเกรดที่ใหญ่กว่า
Windows 11 26H1 ได้อัปเดตฟีเจอร์ครั้งสำคัญเช่นกัน
ในเวลาเดียวกัน Microsoft ยังปล่อยอัปเดต KB5120996 สำหรับ Windows 11 26H1 ซึ่งเป็น Windows รุ่นที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะระบบ Windows on Arm
Windows 11 26H1 มีเป้าหมายรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ เช่น Snapdragon X2 Elite, NVIDIA RTX Spark และแพลตฟอร์มซิลิคอนรุ่นใหม่อื่น ๆ
สำหรับ KB5120996 นั้น Microsoft นำชุดฟีเจอร์ที่เปิดตัวกับ KB5120998 สำหรับ Windows 11 24H2 และ 25H2 มาใช้กับ 26H1 ด้วย โดยหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือความสามารถในการปรับแต่ง ตำแหน่งของ Taskbar ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่ง Start Menu รวมถึงการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานโดยรวมของระบบปฏิบัติการ
26H2 อาจไม่ใช่ Windows รุ่นที่มีฟีเจอร์เยอะ แต่สำคัญต่อผู้ใช้ระยะยาว
ภาพรวมของ Windows 11 26H2 จึงแตกต่างจากการอัปเดต Windows ครั้งใหญ่ในอดีต โดย Microsoft ไม่ได้มุ่งเน้นการนำเสนอฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก แต่ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบ servicing branch และการเริ่มต้นรอบการสนับสนุนใหม่มากกว่า
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดอาจไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็น อายุการสนับสนุนที่ยาวขึ้นและเส้นทางการอัปเดตที่ถูกจัดระเบียบใหม่
ขณะนี้ Windows 11 26H2 Build 26300.9278 เปิดให้ทดสอบผ่าน Release Preview Channel แล้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ Microsoft จะนำเวอร์ชันดังกล่าวไปสู่ผู้ใช้งานทั่วไป
ส่วนผู้ใช้ Windows on Arm และแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่บน Windows 11 26H1 ก็ได้รับฟีเจอร์ด้านการปรับแต่ง Taskbar และ Start Menu เพิ่มเติมผ่าน KB5120996 เช่นกัน
กล่าวได้ว่า Windows 11 26H2 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความหวือหวาด้วยฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการปรับโครงสร้างรอบการสนับสนุนของ Windows ให้พร้อมสำหรับระยะต่อไป ขณะที่ 26H1 ยังคงทำหน้าที่เป็นสาขาที่ Microsoft ใช้รองรับฮาร์ดแวร์และซิลิคอนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
ที่มา: TechPowerUp



