นักพัฒนาสร้าง SB Mini II โคลน Apple II Plus ด้วยฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ ใช้ซีพียู 6502 และ RAM 48KB พร้อมรองรับคีย์บอร์ด USB
Simon Boak เปิดตัวโปรเจกต์ SB Mini II คอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองการทำงานของ Apple II Plus เครื่องพีซีระดับตำนานของ Apple ที่เปิดตัวในปี 1979 โดยยังคงใช้สถาปัตยกรรมดั้งเดิม แต่เลือกใช้ชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ที่หาซื้อได้ง่ายกว่า เพื่อให้ผู้สนใจสามารถประกอบและศึกษาการทำงานของคอมพิวเตอร์ยุคแรกได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากตัวเครื่องแล้ว Boak ยังออกแบบจอภาพ Studio II LCD Monitor ให้เข้าชุดกับตัวเครื่อง เพื่อคงกลิ่นอายของคอมพิวเตอร์ในยุคปลายทศวรรษ 1970
ยังคงใช้ซีพียู 6502 แต่ปรับฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย
Apple II Plus ดั้งเดิมใช้หน่วยประมวลผล MOS Technology 6502 พร้อมตัวเลือกหน่วยความจำ 16KB, 32KB และ 48KB ซึ่งสามารถขยายได้สูงสุด 64KB ผ่านการติดตั้ง Language Card
สำหรับ SB Mini II นั้น Simon Boak อ้างอิงการออกแบบจากแผนผังวงจรในคู่มือ Apple II Plus รวมถึงเอกสารและหนังสือด้านฮาร์ดแวร์ ก่อนจัดทำรายการอุปกรณ์ทั้งหมด โดยระบุว่าชิปพื้นฐานส่วนใหญ่ รวมถึงซีพียู 6502 ยังสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบัน
เปลี่ยนจาก DRAM เป็น SRAM ลดความซับซ้อนของวงจร
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปลี่ยนจากหน่วยความจำ DRAM แบบดั้งเดิมมาเป็น SRAM ซึ่งไม่จำเป็นต้องรีเฟรชข้อมูลตลอดเวลา ทำให้ลดความซับซ้อนของวงจรควบคุมลงอย่างมาก
โปรเจกต์เลือกใช้ชิป SRAM ขนาด 32KB จำนวน 2 ตัว (ใช้งานจริงประมาณ 1.5 ชิป) เพื่อสร้างหน่วยความจำรวม 48KB ตามสเปกของ Apple II Plus พร้อมช่วยให้การออกแบบเมนบอร์ดเรียบง่ายและประกอบได้ง่ายกว่าเดิม
รองรับ VGA และคีย์บอร์ด USB
ด้านการแสดงผล Boak ตัดวงจรสร้างสัญญาณวิดีโอบางส่วนออก แล้วเลือกใช้ Apple II VGA Card เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับจอภาพสมัยใหม่และให้ภาพที่คมชัดกว่าเดิม
ในส่วนของอุปกรณ์รับข้อมูล โปรเจกต์ใช้บอร์ด Raspberry Pi Pico ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด USB โดย Pico จะสร้างสัญญาณข้อมูลแบบขนานให้เหมือนกับคีย์บอร์ดของ Apple II Plus รุ่นดั้งเดิม ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้วงจรแปลงระดับแรงดันไฟฟ้าเพิ่มเติม
โปรเจกต์สำหรับนักสะสมและผู้สนใจคอมพิวเตอร์คลาสสิก
SB Mini II ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองรูปลักษณ์ของ Apple II Plus เท่านั้น แต่ยังพยายามรักษาการทำงานของฮาร์ดแวร์ดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด พร้อมประยุกต์ใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ที่มีความน่าเชื่อถือและหาได้ง่ายกว่าในปัจจุบัน
โปรเจกต์นี้จึงเหมาะสำหรับทั้งนักสะสม ผู้สนใจประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ และผู้ที่ต้องการศึกษาโครงสร้างการทำงานของคอมพิวเตอร์ยุคบุกเบิก โดยไม่ต้องตามหาชิ้นส่วนหายากของเครื่องต้นฉบับ
ที่มา: IT Home



