DisplayPort 2.1 ไม่ได้แรงเสมอไป หากใช้สายไม่ถึงมาตรฐานอาจโดนลดความเร็วแบบไม่รู้ตัว
DisplayPort 2.1 หรือ DP 2.1 กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการแสดงผล 4K 240Hz แบบไม่บีบอัด ด้วยแบนด์วิดท์สูงสุดถึง 80Gbps
อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบล่าสุดเผยให้เห็นว่า แม้อุปกรณ์จะรองรับ DP 2.1 ครบทั้งการ์ดจอและจอมอนิเตอร์ แต่หากใช้สายสัญญาณที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีความยาวมากเกินไป ระบบอาจลดความเร็วการส่งข้อมูลลงโดยอัตโนมัติ
การทดสอบใช้จอ ASUS ขนาด 32 นิ้ว 4K 240Hz QD-OLED ร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5090
ผลพบว่าเฉพาะสาย DisplayPort ที่มากับจอและได้รับการรับรอง DP80 เท่านั้น ที่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพระดับ UHBR20 หรือ 20Gbps ต่อเลน รวมเป็น 80Gbps เต็มสปีด
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ระบบจึงสามารถแสดงผล 4K 240Hz แบบ 10-bit โดยไม่ต้องเปิดใช้งานการบีบอัดสัญญาณภาพ
แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้สายบางรุ่นที่โฆษณาว่ารองรับ DP80 หรือใช้สายแบบ Passive ที่ยาวเกิน 2 เมตร แม้หน้าจอยังแสดงผล 4K 240Hz ได้ตามปกติ แต่ระบบจะตรวจพบการลดทอนสัญญาณและลดความเร็วลงอัตโนมัติ
ในหลายกรณี ความเร็วถูกลดจาก 20Gbps ต่อเลน เหลือเพียง 10Gbps ต่อเลน ทำให้แบนด์วิดท์ไม่เพียงพอสำหรับสัญญาณแบบไม่บีบอัด
เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ระบบจะเปิดใช้งาน DSC หรือ Display Stream Compression โดยอัตโนมัติ เพื่อชดเชยแบนด์วิดท์ที่หายไป
แม้ DSC จะถูกระบุว่าเป็นเทคโนโลยีบีบอัดแบบ “Visual Lossless” ซึ่งแทบแยกไม่ออกด้วยสายตา แต่สำหรับผู้ใช้ระดับ Enthusiast ที่ต้องการภาพ Native 100% หรือกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของฟีเจอร์บางอย่าง เช่น DLDSR ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ
VESA จึงมีระบบรับรองสายอย่างชัดเจน โดยสายที่รองรับระดับสูงสุด UHBR20 จะต้องมีเครื่องหมาย DP80
ส่วนสายที่มีเครื่องหมาย DP40 จะรองรับเพียง UHBR10 หรือ 40Gbps เท่านั้น
อีกข้อจำกัดสำคัญคือสาย DP80 แบบ Passive ยังมีข้อจำกัดด้านระยะทาง โดยส่วนใหญ่ใช้งานได้ดีที่สุดในช่วงประมาณ 1.2 ถึง 2 เมตร
หากต้องการเชื่อมต่อระยะไกลกว่านี้ อาจจำเป็นต้องเลือกใช้สาย Active ซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก
แม้ปัจจุบันการ์ดจอ RTX 50 Series จะปรับปรุง Display Engine ให้รองรับ DSC ได้ดีขึ้น และลดปัญหาความเข้ากันได้บางส่วนลงแล้ว แต่ผู้ใช้ที่ลงทุนกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงควรให้ความสำคัญกับสายสัญญาณไม่แพ้อุปกรณ์หลัก
เพราะในยุค DisplayPort 2.1 สายเพียงเส้นเดียวอาจเป็นตัวกำหนดว่าคุณได้ใช้งาน 4K 240Hz แบบเต็มประสิทธิภาพจริงหรือไม่
ที่มา: HKEPC



